โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ แถลงครั้งแรก ยันเดินหน้าทำสงคราม-ปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ ส่งสารผ่านโทรทัศน์ของรัฐเป็นครั้งแรกหลังขึ้นรับตำแหน่ง ยืนยันจะเดินหน้าทำสงครามและใช้การปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องมือกดดันศัตรู

วันที่ 12 เวลา 22.10 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน โมจตาบา คาเมเนอี (Mojtaba Khamenei) ประกาศว่าอิหร่านจะยังคงเดินหน้าทำสงครามต่อไป และจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ต่อเนื่อง โดยแถลงการณ์ดังกล่าวถูกอ่านผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐเมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งถือเป็นคำกล่าวครั้งแรกของเขานับตั้งแต่ขึ้นดำรงตำแหน่งแทนบิดา อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศก่อนหน้านี้

ในถ้อยแถลงที่มีท่าทีแข็งกร้าว ผู้นำอิหร่านกล่าวว่า ประเทศเพื่อนบ้านควรปิดฐานทัพสหรัฐที่ตั้งอยู่ในดินแดนของตน และเตือนว่าอิหร่านจะยังคงโจมตีฐานทัพเหล่านั้นต่อไป พร้อมยืนยันว่าจะล้างแค้นให้กับผู้เสียชีวิตจากสงคราม พร้อมทั้งระบุว่าการปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ต้องถูกใช้เป็น “เครื่องมือกดดัน” ต่อศัตรูต่อไป ทั้งนี้ ช่องแคบดังกล่าวเป็นเส้นทางที่มีน้ำมันประมาณ หนึ่งในห้าของการค้าพลังงานโลก ไหลผ่านตามปกติ

อย่างไรก็ตาม โทรทัศน์ของรัฐไม่ได้อธิบายเหตุผลว่าทำไมคำแถลงของเขาจึงถูกอ่านโดยผู้ประกาศข่าวแทนการปรากฏตัวผ่านวิดีโอ และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีภาพของผู้นำคนใหม่เผยแพร่ต่อสาธารณะ นับตั้งแต่การโจมตีที่สังหารบิดาของเขา ขณะที่เจ้าหน้าที่อิหร่านระบุว่าเขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยในแถลงการณ์เขายังกล่าวว่าภรรยา น้องสาว และสมาชิกครอบครัวคนอื่น ๆ เสียชีวิตจากการโจมตีครั้งนั้นด้วย

หลังคำประกาศดังกล่าวไม่นาน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ระบุว่าจะดำเนินการตามคำสั่งของผู้นำสูงสุดในการปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป ขณะที่สถานการณ์ความรุนแรงในภูมิภาคทวีความตึงเครียดมากขึ้น โดยมีรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันสองลำเกิดไฟไหม้ในท่าเรือเมืองบาสราของอิรัก หลังถูกโจมตีโดยเรือระเบิดที่ต้องสงสัยว่าเป็นของอิหร่าน ภาพจากท่าเรือที่ได้รับการตรวจสอบโดยสำนักข่าวรอยเตอร์เผยให้เห็นเปลวไฟขนาดใหญ่พวยพุ่งจากเรือที่ถูกโจมตี และมีลูกเรือเสียชีวิตอย่างน้อยหนึ่งราย

ก่อนหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมง มีรายงานว่าเรืออีกสามลำถูกโจมตีในอ่าวเปอร์เซีย โดยกองกำลัง IRGC อ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีอย่างน้อยหนึ่งเหตุการณ์ ซึ่งเป็นการโจมตีเรือบรรทุกสินค้าเทกองสัญชาติไทยที่ถูกจุดไฟเผา หลังจากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของอิหร่าน ขณะที่เรือคอนเทนเนอร์อีกลำรายงานว่าถูกยิงด้วยวัตถุไม่ทราบชนิดใกล้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

สงครามที่เริ่มต้นจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐและอิสราเอลในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วราว 2,000 คน และก่อให้เกิดความปั่นป่วนต่อระบบพลังงานโลก โดยสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ระบุว่านี่เป็น การหยุดชะงักของอุปทานพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ขณะที่ยังมีรายงานว่าโดรนจำนวนมากของอิหร่านยังคงบินโจมตีเป้าหมายในคูเวต อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน และโอมาน

ในอีกด้านหนึ่ง กลุ่มติดอาวุธ ฮิซบอลเลาะห์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในเลบานอนได้ยิงจรวดชุดใหญ่ที่สุดของสงครามเข้าใส่อิสราเอล ส่งผลให้อิสราเอลตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศในกรุงเบรุตเพิ่มเติม

ความตึงเครียดดังกล่าวทำให้ ราคาน้ำมันโลกพุ่งกลับขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อีกครั้ง หลังจากปรับตัวลดลงก่อนหน้านี้จากความหวังว่าสงครามอาจยุติลงในเร็ววัน โดยอิหร่านย้ำว่าจะไม่อนุญาตให้มีการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จนกว่าการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลจะยุติลง

แม้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะพยายามลดความตื่นตระหนกในตลาดพลังงาน โดยกล่าวว่าการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันจะเป็นเพียงชั่วคราว แต่เขายังไม่ได้อธิบายแผนการยุติสงครามหรือแนวทางเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐและอิสราเอลระบุว่าเป้าหมายของสงครามคือการทำลายโครงการขีปนาวุธและนิวเคลียร์ของอิหร่าน

ทรัมป์ยังกล่าวในการปราศรัยที่รัฐเคนทักกีว่า สหรัฐ “ชนะสงครามแล้ว” ตั้งแต่ชั่วโมงแรกของการโจมตี แต่ก็ย้ำว่าสหรัฐจะไม่ถอนตัวก่อนที่จะ “ทำภารกิจให้เสร็จสิ้น” พร้อมทั้งระบุว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจทำให้สหรัฐได้รับประโยชน์บางส่วน แม้ว่าสหรัฐจะยังเป็นประเทศที่บริโภคน้ำมันมากที่สุดในโลกก็ตาม

ภายในอิหร่าน ชาวเมืองในกรุงเตหะรานรายงานว่ากองกำลังความมั่นคงเพิ่มการลาดตระเวนอย่างเข้มงวดตามท้องถนน สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลยังคงควบคุมสถานการณ์ได้ แม้ว่าประชาชนจะรู้สึกหวาดกลัวต่อสถานการณ์สงคราม ขณะที่ข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองสหรัฐระบุว่า โครงสร้างผู้นำของอิหร่านยังคงอยู่ครบ และยังไม่มีสัญญาณว่ารัฐบาลจะล่มสลายในเร็ววัน

นักวิเคราะห์มองว่า กลยุทธ์ของอิหร่านในขณะนี้คือการสร้าง แรงกระแทกทางเศรษฐกิจต่อโลกเป็นเวลานาน เพื่อกดดันให้สหรัฐยุติสงคราม โดยโฆษกกองทัพอิหร่านเตือนก่อนหน้านี้ว่าราคาน้ำมันโลกอาจพุ่งขึ้นถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แม้ประเทศพัฒนาแล้วจะประกาศเตรียมระบายน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์รวม 400 ล้านบาร์เรล เพื่อบรรเทาผลกระทบ แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าการระบายน้ำมันดังกล่าวต้องใช้เวลาหลายเดือน และมีปริมาณเทียบเท่าเพียงประมาณ สามสัปดาห์ของน้ำมันที่ปกติขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเท่านั้น

นักวิเคราะห์จาก ING ระบุว่า วิธีเดียวที่จะทำให้ราคาน้ำมันลดลงอย่างยั่งยืนคือการทำให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเป็นปกติ หากยังไม่สามารถเปิดเส้นทางดังกล่าวได้ ราคาน้ำมันอาจยังมีโอกาสพุ่งสูงขึ้นอีกในระยะต่อไป

อ้างอิง : reuters.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ–อิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน เร่งสถานการณ์ตึงเครียดทั่วตะวันออกกลาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...