โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“นางเย้าคอกสี” หญิงจีนถูกบีบให้ “ขายตัว” ในเยาวราช และจบชีวิตอย่างน่าเศร้า

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 13.12 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 13.12 น.

หนึ่งในคดีจากปัญหาอาชญากรรมค้ามนุษย์ที่โด่งดังในอดีต คือคดีความว่าด้วยมรณกรรมของนางเย้าคอกสี หญิงจีนกวางตุ้งที่ถูกหลอกมาเป็นโสเภณีในกรุงเทพฯ โดยไม่สมัครใจ

เรื่องราวนี้เริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2469 ในสมัยรัชกาลที่ 7 นางเย้าคอกสีมีสามีคือ นายเย้าปัดหลินทั้งคู่เป็นชาวกวางตุ้งเหมือนกัน แต่นายเย้าปัดหลินออกจากแผ่นดินจีนมาค้าขายอยู่ที่เมืองไซ่ง่อน ส่วนภรรยาอยู่เมืองจีน นานวันเข้าเกิดคิดถึงสามีจึงตั้งใจจะเดินทางจากกวางตุ้งไปยังไซ่ง่อน แต่ถูกนายหน้าค้าหญิงสาวล่อหลวงให้ลงเรือมายังกรุงเทพฯ

เธอถูกพามายังโรงแรมโต้ซังจั่น ในย่านเยาวราช ถูกบีบบังคับให้จ่ายค่าเช่าห้องวันละ 3 ครั้งจนหมดตัวและเป็นหนี้ นายเจ้าโต้ซังเจ้าของโรงแรม กับขบวนการค้ามนุษย์ก็บับบังคับให้หาหนทางใช้หนี้ด้วยการไปขอจดทะเบียนเป็นหญิงนครโสเภณี แต่เธอไม่ยอม จึงถูกกักขังและทารุณกรรมจนบอบช้ำทั้งร่างกายและจิตใจ

นางเย้าคอกสีพยายามส่งจดหมายไปขอความช่วยเหลือจากสามี และบิดามารดา แต่ถูกจับได้ นายเจ้าโต้ซังยังปลอมจดหมายว่านายเย้าปัดหลินส่งจดหมายมาขอหย่าขาดกับเธอ แม้จะจำลายมือสามีได้ และทราบดีว่าจดหมายหย่าไม่ใช่เรื่องจริง แต่เธอก็ไม่สามารถทำอะไรได้

วันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2469 นางเย้าคอกสีกลายเป็นร่างไร้วิญญาณในสภาพแขวนคอบนขื่อห้องพักของโรงแรมโต้ซังจั่น

เลี่ยงเคียวป่อหนังสือพิมพ์ภาษาจีนที่วางแผงในสยาม ลงข่าวในวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2469 เล่าว่า นางเย้าคอกสีพยายามส่งจดหมายหาสามีให้ส่งเงินมาเป็นค่าไถ่ตัว ด้วยความช่วยเหลือจากลูกค้าชายของโรงแรมคนหนึ่ง แต่ในวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2469 ซึ่งมีเรือจากไซ่ง่อนเข้ามากรุงเทพฯ บริกรของโรงแรมแจ้งกับเธอว่า ไม่มีค่าไถ่หรือแม้แต่จดหมายจากนายเย้าปัดหลิน เธอเลยทนต่อชะตากรรมไม่ไหว แล้วตัดสินใจแขวนคอตนเอง

บันทึกของ อู๋จี้เยว่นักหนังสือพิมพ์ชาวจีนโพ้นทะเล เล่าว่า นางเย้าคอกสีกระทำอัตวินิบาตกรรมเพื่อรักษาศักดิ์ศรีความเป็นหญิง และเพื่อประชดต่อทัณฑ์ทรมานที่เกิดขึ้นกับเธอ

ส่วนหนังสือพิมพ์จีนในสิงคโปร์ชื่อ หนานหยางซังเป้าฉบับวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2469 เล่าว่า ในคืนวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2469 นายเจ้าโต้ซังและพรรคพวกบังคับให้นางเย้าคอกสีไปจดทะเบียนเป็นหญิงนครโสเภณีอีกครั้ง พอเธอปฏิเสธ ทั้งหมดก็ร่วมกันทุบตีเธอจนบาดเจ็บสาหัส แล้วทนพิษบาดแผลไม่ไหวถึงแก่ความตาย

เพื่อทำลายหลักฐาน พวกเขาเอาศพของเธอขึ้นไปแขวนคอบนขื่อเพื่อจัดฉากว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่แพทย์ที่ได้ชันสูตรศพเห็นว่ามีบาดแผลซึ่งไม่น่าเกิดจากการอัตวินิบาตกรรม จึงแจ้งเบาะแสแก่ นายโกเทียวเหยียนบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์เลี่ยงเคียวป่อ และหนังสือพิมพ์เจ้านี้เองที่ตีแผ่มรณกรรมดังกล่าว

ข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ทั้งในสยามและสิงคโปร์ เป็นสิ่งยืนยันว่าผู้คนมากมายโดยเฉพาะคนจีนโพ้นทะเลให้ความสนใจคดีมรณกรรมของนางเย้าคอกสี เพราะพวกเขาสงสัยว่ามีความไม่ชอบมาพากลในเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยมีเบื้องหลังคือมุมมืดของอาชญากรรมและการค้ามนุษย์ที่ซุกซ่อนอยู่กลางกรุงเทพฯ เมื่อร้อยปีก่อน

เสียงจากสื่อสารมวลชนนี้เองเป็นกระบอกเสียงสำคัญที่พานายเย้าปัดหลินให้เดินทางจากไซ่ง่อนมากรุงเทพฯ เพื่อฟ้องร้องผู้กระทำผิดและพรากชีวิตภรรยาของเขาไป…

เกิดอะไรขึ้นบ้างในคดีความว่าด้วยมรณกรรมของนางเย้าคอกสี และบทสรุปของความตายอันน่าเศร้านี้เป็นอย่างไร ติดตามได้ใน “สับประวัติศาสตร์ ZAB HISTORY มรณกรรม ‘นางเย้าคอกสี’ หญิงจีนผู้ถูกหลอกมาเป็นโสเภณีในสยาม”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 13 มีนาคม 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “นางเย้าคอกสี” หญิงจีนถูกบีบให้ “ขายตัว” ในเยาวราช และจบชีวิตอย่างน่าเศร้า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...