โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

PSH หวังปี 69 ผลงานเทิร์นอะราวด์ เหตุไม่มีบันทึก One time loss ทุ่มงบ 4.4 พันลบ. ขยายธุรกิจหนุนโต

Wealthy Thai

อัพเดต 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 08.43 น.

PSH คาดปี 69 ผลงานเทิร์นอะราวด์ เหตุไม่มีบันทึก One time loss พร้อมตั้งเป้าหมายรายได้รวม 18,800 ล้านบาท แบ่งเป็น อสังหาฯ 1,500 ล้านบาท และโรงพยาบาลวิมุต 2,600 ล้านบาท ปักหมุดเปิด 7 โครงการใหม่ มูลค่า 8,200 ล้านบาท พร้อมทุ่มงบลงทุน 4,400 ล้านบาท ซื้อที่ดิน-ขยายธุรกิจ หนุนโตต่อเนื่อง
นางสาวปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSH เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 คาดการณ์ผลประกอบการจะเทิร์นอะราวด์ (Turnaround) กลับมามีกำไรสุทธิที่ระดับราว 600 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 539.98 ล้านบาท เนื่องจากปีนี้จะไม่มีการบันทึกรายการพิเศษ เช่น ค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างองค์กร การปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (One-time loss) รวมถึงบริษัทมีการรับรู้รายได้จากยอดขายรอโอน (Backlog) และมีแผนเปิดโครงการใหม่ต่อเนื่อง
โดยปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้รวมที่ 18,800 ล้านบาท แบ่งเป็น รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 15,000 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจเฮลท์แคร์ 2,600 ล้านบาท พร้อมตั้งงบลงทุน 4,400 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ โดยแบ่งเป็น งบซื้อที่ดินใหม่ 1,500 ล้านบาท และอีก 2,900 ล้านบาท จะใช้ลงทุนในธุรกิจอื่นๆ นอกเหนือจากอสังหาริมทรัพย์ เช่น คลังสินค้า “โอเมก้า บางนา โลจิสติกส์ แคมปัส” และการซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ของโรงพยาบาลวิมุต สุขุมวิท 54 เป็นต้น
"ในปีนี้เราวางกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตต่อเนื่องภายใต้ Reshaping Portfolio โดยมุ่งเน้น 3 แกนหลัก “Asset-Optimized · Capital-Efficient · Well Living-Focused” มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์และโฟกัสพอร์ตการลงทุนเพื่อความคล่องตัวทางการเงิน และต่อยอดความได้เปรียบเชิงแบรนด์จากการผสานธุรกิจที่อยู่อาศัยและเฮลท์แคร์เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ จุดแข็งสำคัญของพฤกษาคือ การเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายเดียวที่มีธุรกิจโรงพยาบาลในเครือ ซึ่งทำให้เราสามารถสร้างความแตกต่างผ่านการเชื่อมโยง ‘บ้าน’ กับ ‘การดูแลสุขภาพ’ ได้อย่างครบวงจร เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตที่มีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว ภายใต้ทิศทางธุรกิจที่ชัดเจนและมั่นคง" นางสาวปัทมา กล่าว
สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่ตั้งเป้าหมายรายได้ 15,000 ล้านบาท ในปีนี้บริษัทมีแผนการเปิดโครงการใหม่ 7 โครงการ มูลค่ารวม 8,200 ล้านบาท และตั้งเป้ายอดพรีเซลล์ที่ 16,500 ล้านบาท โดยจะเป็น Brand Champion ที่เป็นความชำนาญของพฤกษาและเลือกสร้างโครงการใน Strategic Location โดยมีโครงการไฮไลต์ ได้แก่ เดอะ รีเซิร์ฟ วิลล่า สุขุมวิท 89/1 ระดับราคา 50 ล้านบาทขึ้นไป, เดอะ ปาล์ม คอร์ทยาร์ด บางนา กม.8, เดอะ ปาล์ม วิภาวดี 64 นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดตัวคอนโดสำหรับ Pet Parent แห่งแรกของพฤกษาที่แชปเตอร์ วัน รัชดา 19 ด้วย
ล่าสุดบริษัทมี Backlog รวมมูลค่า 3,000 ล้านบาท คาดจะทยอยรับรู้ปี 2569 ประมาณ 2,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในปี 2570 ขณะเดียวกันบริษัทยังมีสินค้าเหลือขาย (สต็อก) ในพอร์ตรวมมูลค่า 66,400 ล้านบาท สามารถรองรับการขายและการโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนขายที่ดินเปล่า 4-5 แปลง มูลค่ารวมประมาณ 1,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นที่ดินที่ไม่ได้อยู่ใน Segment ที่บริษัทเน้นพัฒนา (เป็น Segment ต่ำกว่า 3 ล้านบาท) โดยจะนำเงินที่ได้มาใช้หมุนเวียนพัฒนาโครงการ
"ในปีที่ผ่านมาเป็นปีแห่งการปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอของพฤกษา เรียลเอสเตท โดยราว 45% ของโครงการใหม่อยู่ในกลุ่มพรีเมียม (มากกว่า 7 ล้านบาท) และระดับกลางราคา 3-5 ล้านบาท คิดเป็น 42% ในขณะที่ 13% เป็นกลุ่มราคาระดับต่ำกว่า 3 ล้านบาท เพื่อเพิ่มโครงการที่เป็นที่ต้องการของตลาดและระบายโครงการที่ขายช้าออกไปอย่างต่อเนื่อง" นางสาวปัทมา กล่าว
ส่วนธุรกิจโรงพยาบาลในเครือวิมุต ในปีนี้บริษัทวางกลยุทธ์หลัก 3 ด้านเพื่อผลักดันรายได้ให้เติบโตแตะ 2,600 ล้านบาท ตามเป้าหมาย ดังนี้ 1) ด้านผลิตภัณฑ์ โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธินมีแผนขยายการบริการดูแลรักษาระบบทางเดินอาหารและตับ และระบบประสาทและสมอง และได้ออกแคมเปญเพื่อการดูแลสุขภาพสตรีครบครันทั้งสุขภาพภายในผู้หญิงและเรื่องความงามภายนอก ขณะที่โรงพยาบาลวิมุต-เทพาธารินทร์ เน้นศูนย์ไลฟ์สไตล์ส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ศูนย์อุบัติเหตุ และศูนย์ทางเดินอาหารและตับ
2) ด้านการตลาด มีแผนขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางประกันภัย ลูกค้าองค์กร ชาวต่างชาติที่พักอาศัยในประเทศไทย และการส่งต่อผู้ป่วยมาที่โรงพยาบาล และ 3) ด้านการดำเนินงาน มุ่งยกระดับการดำเนินงานสู่มาตรฐานสากล โดยปรับปรุงประสบการณ์ผู้ป่วยให้สะดวกและรวดเร็วขึ้น ผ่านการใช้ Telemedicine ระบบดิจิทัล และการออกแบบกระบวนการใหม่เพื่อลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน ขณะเดียวกันเดินหน้าสร้างความน่าเชื่อถือในระดับสากลผ่านการขยายช่องทางสื่อสารไปยังคนไข้โดยตรง (D2P) ขยายการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างแพทย์ (D2D) และเพิ่มปริมาณเคสที่มีความซับซ้อน (Complex Cases) ควบคู่กับการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน เพื่อยกระดับภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของแบรนด์ในระยะยาว
ขณะที่ความคืบหน้าธุรกิจคลังสินค้า “โอเมก้า บางนา โลจิสติกส์ แคมปัส” ซึ่งเป็นคลังสินค้าอัจฉริยะบนพื้นที่กว่า 217,000 ตารางเมตร ที่ถือเป็นหนึ่งในคลังสินค้าขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 3/69 พร้อมได้รับความเชื่อมั่นจากพันธมิตรรายใหญ่ในกลุ่มโลจิสติกส์และอีคอมเมิร์ช โดยคาดว่าจะมียอดจองพื้นที่กว่า 60%
ทั้งนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับสภาพคล่องและกระแสเงินสดเป็นอันดับหนึ่ง โดยเร่งชำระหนี้ ลดสัดส่วนหนี้สุทธิต่อทุน (Gearing Ratio) ให้ต่ำกว่า 0.3 เท่า ภายในสิ้นปี 2569 ควบคู่กับการขยายวงเงินสินเชื่อและจัดหาเงินทุนโครงการในต้นทุนที่ต่ำลง เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและลดต้นทุนทางการเงินให้ต่ำกว่า 3.5% ลดสต๊อค เร่งการรับรู้รายได้จากการโอนบ้านพร้อมอยู่และคอนโดมิเนียมให้เร็วขึ้น 3-6 เดือน และเพิ่มรายได้จากช่องทางอื่น ๆ เพื่อสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Operating Cashflow) และเสริมฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่งรองรับการเติบโตในระยะถัดไป
อย่างไรก็ตาม ในปี 2571 บริษัทวางเป้าหมายรายได้รวมจะเติบโตในระดับ 20,000-25,000 ล้านบาท โดยกลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring income) จะขยับสัดส่วนขึ้นมาอยู่ที่ราว 20% และอีก 80% จะเป้นสัดส่วนรายได้ที่มาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
"บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) ผ่านการบริหารจัดการพอร์ตที่ดินมูลค่ากว่า 12,800 ล้านบาท เปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นรายได้ผ่านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและการสร้างรายได้จากการเช่ารูปแบบใหม่ ๆ อาทิ กลุ่มเฮลท์แคร์, อะพาร์ตเมนต์, ไฮบริด เรสซิเด้นท์ และคลังสินค้า พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้วางโรดแมปเร่งสปีดการพัฒนาและการโอนกรรมสิทธิ์ โดยตั้งเป้าปิดโครงการรวม 22 โครงการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนและลดภาระในการดูแลสินค้าคงคลังอย่างเป็นระบบ" นางสาวปัทมา กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...