โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“พิพัฒน์-เอกนิติ” ถกประเมินสถานการณ์ภูมิภาคตะวันออกกลาง เผยสามารถยืดระยะน้ำมันได้กว่า 60 วัน

สยามรัฐ

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 4 มี.ค. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ร่วมเป็นประธานการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ครั้งที่ 2/2569 ตามที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย มอบหมาย โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา นายสมภพ พัฒนอริยางกูล รองปลัดกระทรวงพลังงาน นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ขณะที่ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เนื่องจากติดภารกิจที่ต่างประเทศ

นายพิพัฒน์ กล่าวช่วงต้นการประชุมว่า นายกฯได้มอบหมายมาประชุมเกี่ยวกับสถานการณ์การสู้รบตะวันออกกลาง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะกระทบหลายๆด้านกับประเทศไทยของเรา โดยเฉพาะในเรื่องของน้ำมัน ซึ่งเมื่อมีน้ำมันเข้ามาเกี่ยว เรื่องนี้ตนคิดว่า ด้านต่างๆก็จะมีการเข้ามาถามและตอบ เรื่องค่าสินค้า ค่าขนส่งเป็นอย่างไร น้ำมันหน้าสถานีบริการเป็นอย่างไร และพวกเราจะอยู่กันอย่างไร เท่าที่ทราบกระทรวงพลังงานบอกว่าเราสามารถอยู่ได้ 60 วัน ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทรวงพลังงานประมาณการไว้ เราอาจจะยืดระยะเวลาได้มากกว่านั้น โดยการตัดบางสิ่งบางอย่างได้หรือไม่ เช่น การส่งออกแบบไม่มีสัญญา แต่เราต้องมาดูต่อว่าน้ำมันที่เรากันไว้ในแต่ละวันมันจะมีน้ำมันส่วนเกิน เราต้องมาดูต่อ เมื่อมันเกินแล้วเราไม่ส่งออก เราจะเอาแทงค์ที่ไหนเป็นตัวเก็บ ตนคิดว่ากระทรวงพลังงานจะต้องหารือกับผู้ประกอบการในทุกบริษัทว่าควรมีแทงค์เท่าไหร่ ถ้าล้นจริงๆเราช่วยกันเก็บได้หรือไม่ ถ้าเก็บแล้วตรงนี้จะถือว่ารัฐบาลเอาน้ำมันมาฝากคุณ คุณต้องรับผิดชอบในส่วนนี้ ไม่ว่าจะเป็น ก๊าซ เบนซิน ดีเซล และที่สำคัญที่สุดถ้าหากเรายังช็อตต่อไป ตอนนี้ดีเซลใช้ B5 เราจะเพิ่มการผลิต B7 B10 หรือแก๊สโซฮอล์ หรือเพิ่มแอลกอฮอล์ไปผสมมากขึ้นในเบนซินได้หรือไม่เราต้องหารือในหลายรูปแบบ

ด้านนายเอกนิติ กล่าวว่า ตนได้ประชุมกับนายกฯวงเล็กเมื่อตอนสาย ท่านอยากให้พวกเราทุกหน่วยงานและภาคเอกชนมาอัพเดทสถานการณ์ด้วยกัน ทุกคนจะได้มีข้อมูลที่ตรงกัน อย่างที่นายพิพัฒน์ได้พูดไปเรื่องที่จะต้องอัพเดทคือสภาพัฒน์ที่จะฉายภาพสถานการณ์ล่าสุดเป็นอย่างไร และนายกฯได้ฝากกระทรวงการต่างประเทศให้เป็นศูนย์ในการให้ข้อมูลต่างๆเพื่อประสานกับโฆษกกระทรวงต่างๆ โดยให้กระทรวงต่างประเทศเป็นแกนกลางในการอัพเดทสถานการณ์ที่อยู่หน้างาน หลังที่นายกฯไปประชุมวอร์รูมที่กระทรวงต่างประเทศ คิดว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคน โดยเฉพาะวันนี้มีสื่อออนไลน์เยอะมาก มีทั้งข่าวจริงและไม่จริง ทำให้เกิดการตื่นตระหนก นายกฯฝากว่าอยากให้กระทรวงการต่างประเทศอัพเดทสถานการณ์ที่หน้างานว่าเป็นอย่างไร ตามที่ได้ประชุมวอร์รูมและทางสภาพัฒน์ประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ในเรื่องที่1.คือเรื่องน้ำมัน ซึ่งมีกระทรวงพลังงานเข้ามาดู 2.เรื่องการขนส่งกระทรวงคมนาคมมาดู และ3.เรื่องของกระทรวงพาณิชย์ที่จะดูเรื่องผลกระทบราคาสินค้าต่างๆ และวันนี้ได้เชิญสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งคงจะคุยเรื่องตลาดทุนและยังมีผู้ว่าฯแบงค์ชาติที่ได้ส่งผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย มาให้ข้อมูลในเรื่องของค่าเงินด้วย ซึ่งจะประเมินผลกระทบในทุกมิติ และสุดท้ายเราจะมีมาตรการอะไรรองรับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...