โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อ่านเกมการตลาด “เดนทิสเต้” 4 ปี “LISA Impact” บุกต่อสิงคโปร์-ฟิลิปปินส์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 ม.ค. เวลา 16.13 น. • เผยแพร่ 16 ม.ค. เวลา 09.13 น.

เมื่อ Premiumization คือทางรอดเดียวในวิกฤตกำลังซื้อ สินค้าไฮเอนด์โตสวนกระแสเศรษฐกิจ 10% ผู้บริโภคยุคใหม่พร้อมจ่ายเพื่อคุณภาพชีวิต “สยามเฮลท์ กรุ๊ป” ย้ำเกมเดิม ปักธง “ลิซ่า” นั่งพรีเซนเตอร์ “เดนทิสเต้” ปีที่ 4 พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ยาสีฟันสูตร ‘Postbiotics’ รับเทรนด์สุขภาพเชิงป้องกัน วางงบ 400 ล้านรุกอาเซียนเน้นขยายฐานลูกค้าสิงคโปร์-ฟิลิปปินส์

16 มกราคม 2569 - ภาพรวมตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก (Oral Care) ในประเทศไทยปี 2568 มีมูลค่ารวมประมาณ 18,500 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 6%

เซกเมนต์ที่น่าจับตามองที่สุด คือ ตลาดระดับพรีเมียม (Premium Segment) ที่มีมูลค่าราว 4,000 ล้านบาท แต่กลับมีอัตราการเติบโตพุ่งสูงถึง 10% สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองหาเพียงแค่ความสะอาด แต่พร้อมควักกระเป๋าจ่ายแพงขึ้นเพื่อแลกกับนวัตกรรมที่เปลี่ยน "การทำความสะอาด" ให้กลายเป็นการ"ดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน" (Proactive Wellness)

เดนทิสเต้ (DENTISTE) ในฐานะเจ้าตลาดพรีเมียมด้วยส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) กว่า 30% กำลังเผชิญกับการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นจากแบรนด์ยักษ์ใหญ่ข้ามชาติที่เริ่มขยับลงมาสู้ในศึกระดับบน ความได้เปรียบของเดนทิสเต้จึงไม่ใช่เพียงการเป็นแบรนด์พรีเมียม แต่คือการรักษาอัตราการเติบโตที่ 20% อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดถึงเท่าตัว

"เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่ยอดขาย แต่คือการสร้างความผูกพันผ่านความมั่นใจ โดยใช้นวัตกรรมระดับโลกเข้ามายกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน" - นายศิวกร พิทยานุกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ บริษัท สยามเฮลท์ กรุ๊ป จำกัด

3 กลยุทธ์เคลื่อนทัพ "เดนทิสเต้ 2026": จากผู้นำนวัตกรรมสู่ซูเปอร์แบรนด์แห่งเอเชีย

เพื่อบรรลุเป้าหมายการเป็นผู้นำระดับภูมิภาค สยามเฮลท์ กรุ๊ป ได้วางโครงสร้างกลยุทธ์ที่ผสานทั้ง "วิทยาศาสตร์" และ "การสร้างแบรนด์ระดับโลก" เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ดังนี้:

1. Premium Market Leadership & Innovation (เหนือกว่าด้วยนวัตกรรมเชิงป้องกัน)

เดนทิสเต้เปลี่ยนสนามรบจากยาสีฟันทั่วไปสู่ "Oral Beauty & Wellness" โดยมุ่งเน้นนวัตกรรมที่แก้ปัญหาลึกถึงระดับจุลินทรีย์:

  • The Postbiotics Revolution : การเปิดตัว "เดนทิสเต้ พรีเมียม แคร์ 2026" นำแนวคิด Microbiome Balance (สมดุลแบคทีเรีย) มาใช้ ซึ่งเป็นเทรนด์สุขภาพระดับโลก การใช้ Postbiotics ร่วมกับ Zinc และ CPC ช่วยสร้างระบบนิเวศที่ดีในช่องปาก ยับยั้งแบคทีเรียตัวร้ายได้นานถึง 12 ชั่วโมง ตอบโจทย์ Insight ของคนยุคใหม่ที่ต้องการ "ลมหายใจสะอาดจากภายใน"
  • Advanced Enamel Repair : ตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้วยเทคโนโลยี BioMin® F ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Remin ที่ทำหน้าที่เสมือน "เกราะป้องกันฟัน" ช่วยคืนแร่ธาตุและซ่อมแซมเคลือบฟันในระดับโมเลกุล สร้างความแตกต่าง (Differentiation) จากคู่แข่งในตลาดแมสอย่างชัดเจน

2. Regional Market Penetration (โมเดลการทลายพรมแดนอาเซียน)

การรุกตลาดสิงคโปร์และฟิลิปปินส์ในปี 2569 ถูกวางหมากโดยใช้ความสำเร็จจากตลาดญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็น Blue Print:

  • Market-Specific Approach : ใน สิงคโปร์ แบรนด์เน้นย้ำเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยและนวัตกรรมระดับพรีเมียม (High-End Lab Testing) เจาะกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงและเน้นคุณภาพสินค้าเป็นหลัก
  • Mass-Premium Transition : ใน ฟิลิปปินส์ ใช้กลยุทธ์สร้างกระแสผ่าน Digital Platform และ Influencer ท้องถิ่นเพื่อดึงดูดกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ให้ขยับจากการใช้สินค้าทั่วไป มาสู่การใช้สินค้าในกลุ่ม "Mass-Premium" ที่ดูทันสมัยและให้ผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้

3. Collaboration with LISA - "4 Years of Trust" (การสร้างความยั่งยืนผ่าน Global Icon)

ความร่วมมือกับ"ลิซ่า ลลิษา" ในปีที่ 4 ก้าวข้ามคำว่าพรีเซนเตอร์สู่การเป็น "Brand Partner" ที่สร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว:

  • Concept : 4 Years of Trust, One Confident Smile: กลยุทธ์นี้มุ่งเน้นการสื่อสารเรื่องความสม่ำเสมอ (Consistency) การที่ซูเปอร์สตาร์ระดับโลกใช้ผลิตภัณฑ์จริงต่อเนื่องถึง 4 ปี ช่วยสร้าง Brand Loyalty และ Trust ในระดับที่ยากจะลอกเลียนแบบ
  • LISA Exclusive Collections : การเตรียมเปิดตัวไอเทมพิเศษถึง 10 รายการในปี 2569 คือการใช้กลยุทธ์ Scarcity & Collectibility เพื่อกระตุ้นยอดขายจากกลุ่มฐานแฟนคลับทั่วโลก และเปลี่ยนจากการซื้อ "ยาสีฟัน" มาเป็นการซื้อ "ไลฟ์สไตล์ไอเทม" ที่สะท้อนตัวตน

ถอดรหัส 'LISA Impact' 4 ปีแห่งความเชื่อมั่น และการก้าวสู่ Global Brand

ผลจากการศึกษาข้อมูลการตลาด (Data Analytics) พบว่าพละกำลังของลิซ่าไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การสร้างภาพลักษณ์ แต่ส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างธุรกิจ:

  • Brand Transformation : ฉีกภาพจำ "ยาสีฟันก่อนนอน" ของคนวัยทำงาน สู่แบรนด์ Modern Lifestyle ที่เพิ่มมูลค่าแบรนด์ (Brand Value) ได้ถึง 3 เท่า
  • Global Footprint : ลิซ่าคือใบเบิกทางชั้นดีในเกาหลีใต้ที่ดันยอดขายพุ่งสูงกว่าในไทยถึง 2 เท่า ครองส่วนแบ่งตลาดในเกาหลีได้ถึง 13% และเติบโตในญี่ปุ่นกว่า 100%
  • High-Margin Strategy : การมีแบรนด์ที่แข็งแกร่งทำให้บริษัทสามารถทำราคาในระดับ High-end (เช่น เซรั่มฟันราคา 860 บาท) แต่ยังรักษาความต้องการของตลาดไว้ได้
  • Exponential Growth : ผู้บริหารระบุว่า "ลิซ่า เอฟเฟกต์" ผลักดันยอดขายบางกลุ่มให้โตถึง 100% เร่งให้เป้าหมายรายได้รวม 4,000 ล้านบาท เข้าใกล้ความเป็นจริงเร็วกว่ากำหนด

"เดนทิสเต้และลิซ่ามี DNA เดียวกัน คือการเป็นแบรนด์และศิลปินไทยที่สร้างความเชื่อมั่นบนเวทีโลก 4 ปีที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่านี่คือพันธมิตรที่แข็งแกร่งที่สุด" - นายศิวกร พิทยานุกุล

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...