โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กต. แจงคืบหน้าช่วยคนไทยในตะวันออกกลาง 8 ประเทศ

ไทยโพสต์

อัพเดต 5 มีนาคม 2569 เวลา 3.53 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กต.แจงคืบหน้าช่วยคนไทย 8 ประเทศในตอ.กลาง เผยแผนอพยพจากอิหร่าน 2 รอบ ชี้ลงทะเบียนแล้ว 138 คนเป็นนศ.-แรงงาน โต้เฟกนิวส์ไทยลงนามความร่วมมืออินโด-แปซิฟิก เสี่ยงถูกใช้เป็นฐานทัพ ยันไม่เป็นความจริง-ขัดนโยบายรัฐบาล

4 มีนาคม 2569 - เมื่อเวลา 19.30น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ ศูนย์แถลงข่าวร่่วสถานการณ์ฉุกเฉินในตะวันออกกลาง โดยนายปาณิดล ปัจฉิทสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า ณ ปัจจุบันยังไม่พบรายงานว่าคนไทยบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจาก เหตุการณ์ใน ตะวันออกกลาง แต่ในภาพรวมของสถานการณ์ยังมีความอ่อนไหว กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้คนไทยที่อยู่ในพื้นที่ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามประกาศและคำเตือนของประเทศเจ้าบ้านอย่างเคร่งครัด

สำหรับการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ขอเน้นย้ำว่ากระทรวงการต่างประเทศติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งแต่ละประเทศมีความจำเป็นเร่งด่วนแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับปัจจัยในเรื่องของการบริหารความเสี่ยงของแต่ละประเทศด้วย โดยกระทรวงต่างประเทศให้ความสำคัญกับประเทศอิหร่านซึ่งความเสี่ยงสูงสุดและ นายกมนตรีได้เห็นชอบให้อพยพคนไทยแล้ว ส่วนประเทศอื่นๆที่มีความเสี่ยงระดับรองลงมาสถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ก็พร้อมอย่างยิ่งที่จะอำนวยความสะดวกให้พี่น้องคนไทยเดินทางออกนอกประเทศต่อไป

-อิหร่าน ทางสถานเอกอัคราชทูตไทย ประจำกรุงเตหะรานได้รายงานว่าจะมีการนำชาวคนออกจากพื้นที่เป็น 2 รอบ รอบแรก 7 มีนาคมซึ่งจะต้องมีการลงทะเบียนภายในวันที่ 5 มีนาคมและรอบที่2 ในวันที่ 10 มีนาคม ซึ่งปิดลงทะเบียนภายในวันที่ 8 มีนาคม ทั้งนี้ สถานทูตฯเรียกร้องให้คนไทยในพื้นที่มาลงทะเบียนกลับในทันที เพื่อรักษาความปลอดภัยของชีวิตโดยคำนึงถึงสถานการณ์ที่อ่อนไหว โดยตอนนี้มีผู้ลงทะเบียนทั้งสองรอบแล้วรวม 138 คนมีทั้งนักศึกษาและแรงงาน

-ยูเออี สถานทูตฯไทยในเมือง“อาบูดาบี” อำนวยความสะดวกให้คนไทยที่ตกค้าง ในพื้นที่ซึ่งตกค้างรวม 63 คนเดินทางออกมาและกลับถึงถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้วเมื่อเช้านี้ ขณะนี้ยังมีตกค้าง1 คนซึ่งมีแผนที่จะเดินทางไปที่อื่นที่ไม่ใช่เมืองไทย ในส่วนของดูไบมีการอำนวยความสะดวกให้คณะนักเรียนครูและผู้ปกครอง 30คน และกลับประเทศไทยโดยสายการบินอิมิเรตถึงประเทศไทยแล้วในช่วงเย็นวันนี้ ขณะนี้สายการบินหลักเช่น อิมิเรต ฟลายดูไบ แอร์อาระเบียได้เปิดเส้นทางการบินไปยังจุดหมายปลายทางแล้ว แ
โดยให้ความสำคัญกับผู้โดยสารที่ตกค้างเป็นลำดับแรกซึ่งสถานกงสุลใหญ่จะประสานกับสายการบินต่างๆเพื่อช่วยเหลือคนไทยที่ยังตกค้างอยู่ต่อไป

-บาเรนห์ สถานทูตฯของไทยที่ มานาน่าแจ้งว่า ได้เตรียมความพร้อมเพื่อ อำนวยความสะดวกให้คนไทยแล้วซึ่งในกรณีของบาห์เรนจะต้องผ่านไปทางประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยวันนี้ ได้อำนวยความสะดวกให้คนไทยกลุ่มแรก9 คนเดินทางเข้าไปในซาอุดิอาระเบียเพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับประเทศไทยต่อไป

-การ์ต้า ซึ่งน่านยังปิดอยู่ ทำให้สายการบินต่างๆยังไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติและ สถานการณ์ในการ์ต้ายังมีการโจมตีอยู่บางพื้นที่ แต่ทางรัฐบาลกาตาร์ยืนยันว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้และขอให้ประชาชนอยู่ในที่พักและหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น ขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้สถานทูตสามารถติดต่อคนไทยได้ 43 คนจากทั้งหมด46 คน และได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ ไปดูแลคนไทยที่พักในโรงแรมต่างๆส่วนใหญ่ขวัญกำลังใจยังดีอยู่สถานทูตก็จะประสานงานเร่งหาเที่ยวบินเดินทางกลับต่อไป

-จอร์แดน มีคนไทยตกค้าง 13 คน ได้อำนวยความสะดวกให้เดินทางออกไปแล้ว 2คน ที่เหลืออีก 11 คนบวกกับนักท่องเที่ยวซึ่ง ข้ามแดนมาจากอิสราเอล 1 คนรวมเป็น12 คน จะเดินทางกลับมาประเทศไทยโดยสายการบินรอยัลจอร์แดนถึง ประเทศไทยวันที่ 7 มีนาคม

-อิรัก สถานทูตฯได้อำนวยความสะดวกให้คนไทยที่ตกค้างจำนวน2คนเดินทางออกนอกประเทศแล้วผ่านทางตุรกี ตอนนี้ยังมีตกค้างอยู่20 คนที่เมืองแบกแดด และเมืองคาบาล่า ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ซึ่งกลุ่มนี้แจ้งว่าจะอยู่ในพื้นที่ก่อนเพื่อดูสถานการณ์ก่อนแต่หากยังไม่เปิดอาจจะเดินทางโดยทางบกผ่านทางตุรกีหรือซาอุดิอาระเบีย

-โอมาน- เยเมน อยู่ในเขตความรับผิดชอบของสถานทูต ของกรุงมัสกัสได้ติดต่อแรงงานไทยที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงในโอมานและเยเมนตลอดเวลาโดยให้คำแนะนำและช่วยเหลือในการกลับประเทศไปบางส่วนแล้ว

“อยากจะเรียนว่าในช่วงสถานการณ์ที่อ่อนไหว อาจจะมีการรายงานข่าวที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงหรือ fake News อย่างล่าสุดกรณีที่ว่าไทยไปลงนามในสนธิสัญญาในกรอบความร่วมมืออินโด- แปซิฟิค ซึ่งมีเงื่อนไข อนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ไทยเป็นฐานทัพได้นั้นทางกระทรวงต่างประเทศขอชี้แจงว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอนและขัดกับนโยบายของไทยอย่างชัดเจน เพราะไทยมีนโยบายชัดเจนว่าอยากให้สถานการณ์ความขัดแย้งต่างๆคลี่คลายโดยเร็วเพราะเราเป็นห่วงต่อความปลอดภัยของประชาชน จึงขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลจากทางการก่อนเผยแพร่ต่อไป เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและ ความเข้าใจ ที่คลาดเคลื่อนต่อจุดยืนของประเทศไทย”นายปาณิดล ระบุ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...