‘พระราชินี’ทรงแนะสตรี ปรับตัวเท่าทันบริบทใหม่
"พระราชินี" ทรงเป็นประธานเปิดโครงการ “สสธวท…สตรีทรงพลัง” ครบ 50 ปี สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจฯ และ 10 ปี เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน ประเทศไทย พระราชทานพระราชดำรัส "โลกผันแปรอย่างรวดเร็ว สตรีต้องปรับตัวให้เท่าทันบริบทใหม่ ก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในทุกมิติของสังคม"
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 13.02 น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานเปิดโครงการ “สสธวท…สตรีทรงพลัง” ในวาระครบรอบ 50 ปี สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (สสธวท) และ 10 ปีเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน ประเทศไทย (AWEN Thailand) ณ โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ โดยมีคุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดงานฯ เฝ้าฯ รับเสด็จ
การนี้ ทรงฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับคณะกรรมการจัดงานฯ และผู้ให้การสนับสนุนการจัดงานฯ และทอดพระเนตรนิทรรศการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจด้านต่างๆ เพื่อส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิตสตรีไทยให้ได้รับการยกย่องในสังคม ทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ด้วยทรงเป็นแบบอย่างผู้หญิงยุคใหม่ที่สง่างาม ที่ทรงเปี่ยมไปด้วยน้ำพระราชหฤทัยกว้างขวางงดงาม และไม่หยุดพัฒนาตนเอง ตั้งแต่พระจริยวัตรอ่อนโยน จนถึงความมุ่งมั่นที่จะทรงศึกษาและเรียนรู้ทักษะด้านต่างๆ ด้วยความวิริยอุตสาหะ อันสะท้อนให้เห็นถึงพลังของผู้หญิงที่สร้างความสำเร็จได้ด้วยความมุ่งมั่น
ทอดพระเนตรนิทรรศการ สสธวท การเป็นองค์กรสมาชิกของสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจสากล ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกทั่วโลก 125 แห่ง ในปี พ.ศ.2524 สหพันธ์ฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับสหพันธ์ฯ เข้าอยู่ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จึงใช้ชื่อว่า “สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ปัจจุบัน สหพันธ์ฯ ได้ขยายเครือข่ายสมาคมสมาชิกตามจังหวัดต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ จำนวน 25 แห่ง และนิทรรศการเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน ประเทศไทย ปัจจุบันมีสมาชิก 11 ประเทศ
จากนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานรางวัลเข็มเกียรติคุณและโล่เกียรติคุณ ตามลำดับ พร้อมพระราชทานพระราชดำรัสเปิดโครงการฯ ความตอนหนึ่งว่า "ท่ามกลางโลกที่ผันแปรอย่างรวดเร็ว สตรีจำเป็นต้องปรับตัวให้เท่าทันบริบทใหม่ พร้อมก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในทุกมิติของสังคม สตรีนักธุรกิจและสตรีนักวิชาชีพไทยต่างมีส่วนอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของสังคม ด้วยความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และวิสัยทัศน์อันกว้างไกล
ด้วยศักยภาพและบทบาทอันโดดเด่นนี้ คำว่า "สตรีทรงพลัง" จึงมิใช่เพียงถ้อยคำยกย่อง หากแต่เป็นภาพสะท้อนแห่งคุณค่าและพลังในการขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน นับเป็นเรื่องดีที่งานนี้ได้จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนเคล็ดลับ แนวคิด และประสบการณ์จากสตรีทรงพลัง ผู้มีบทบาทและประสบความสำเร็จในหลากหลายสาขา อันจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและต่อยอดความร่วมมือให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น
น่าชื่นชมอย่างยิ่งที่สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้ยืนหยัดดำเนินภารกิจอย่างมั่นคงตลอด 5 ทศวรรษ ด้วยวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ จนเป็นพลังหลักในการส่งเสริมศักยภาพสตรีไทยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการสร้างเวทีแห่งโอกาสพัฒนาองค์ความรู้ และผลักดันบทบาทสตรีนักธุรกิจและนักวิชาชีพให้เป็นกำลังสำคัญของประเทศ อันเป็นคุณูปการต่อความเข้มแข็งและความยั่งยืนของสังคมไทย
ส่วนเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเชียน ประเทศไทย ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ได้แสดงบทบาทโดดเด่นในการเชื่อมโยงความร่วมมือของสตรีในภูมิภาค สร้างเครือข่ายแห่งการแลกเปลี่ยนและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ก่อเกิดพลังทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศ อันสะท้อนถึงความเป็นผู้นำและพลังแห่งความร่วมมือที่ขับเคลื่อนความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ขอให้การจัดงานในวันนี้เป็นอีกก้าวสำคัญที่จุดประกายให้สตรีไทยได้ร่วมกันสร้างอนาคตของประเทศ ด้วยพลังแห่งความรู้ ความสามารถ และคุณธรรม เพื่อความเจริญวัฒนาและผาสุกของสังคมโดยยั่งยืน".