โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

เมียร่ำไห้ สงสารผัวยังไม่กลับไทย ยอมเสี่ยงทำงานในอิสราเอล หาเงินใช้หนี้

ไทยโพสต์

อัพเดต 5 มีนาคม 2569 เวลา 16.49 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมียแรงงานชาวบุรีรัมย์ ถึงกับน้ำร้องไห้เพราะเป็นห่วงและสงสารสามี ที่ยอมเสี่ยงชีวิตทำงานท่ามกลางสงครามอิสราเอล – อิหร่าน เพื่อหาเงินใช้หนี้กว่า 8 แสน ส่งเสียเลี้ยงแม่ชราและลูกเมีย มีเพียงชายผ้าถุงแม่ที่พกติดตัวหวังคุ้มภัย เผยคำพูดสามีบอกตายในสนามรบก็ยังได้เงินช่วยเหลือ ดีกว่ากลับไปแล้วหนี้ท่วมหัวครอบครัวลำบาก วอนรัฐบาลหามาตรการช่วยเหลือลดภาระหนี้สินแรงงาน

5 มีนาคม 2569 - นางอรวรรณ บริบุตร อายุ 53 ปี ภรรยา ของนายสุข บริบุตร อายุ 46 ปี หนึ่งในแรงงาน ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ทำงานภาคการเกษตรอยู่ที่อิสราเอล ได้โทรวีดีโอคอล ผ่านเฟสบุ๊ก เพื่อสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามระหว่างอิสราเอล สหรัฐ และอิหร่าน และถามถึงสวัสดิภาพความเป็นอยู่ของสามีด้วยความเป็นห่วง ซึ่งขณะโทรไปสามีก็ยังทำงานอยู่ในแปลงเกษตร สามี บอกว่า วันนี้ยังได้ยินเสียงรบกันอยู่ แต่ก็ยังต้องออกมาทำงานเพราะเขาจะคิดค่าแรงให้ตามชั่วโมงที่ทำงาน หากใครไม่ทำก็จะไม่ได้ค่าแรง

สามี บอกว่า ตอนนี้ยังออกมาทำงานทุกวันจนกว่าทางการหรือนายจ้างจะแจ้งให้หยุด เมื่อถามสามีว่าอยากกลับบ้านหรือไม่ สามีก็ยังยืนยันว่า จะอยู่ทำงานต่อจนจะครบสัญญาจ้างอีกประมาณ 1 ปีกว่า แม้จะเสี่ยงอันตรายจากภาวะสงครามที่เกิดขึ้น แต่ก็ยอมเสี่ยงเพราะยังมีภาระทั้งหนี้สิน แม่ที่ชรา และลูกเมียที่ต้องดูแล ทำให้ภรรยาถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่เพราะเป็นห่วงและสงสารสามีที่ยอมเสี่ยงทำงานท่ามกลางสงคราม โดยสามี บอกว่า ได้พกชายผ้าถุงของแม่ติดตัวไปด้วย เพราะหวังว่าเป็นของมงคลที่จะช่วยปกป้องคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย

นางอรวรรณ ผู้เป็นภรรยา ยังพูดทั้งน้ำตาว่า ตอนนี้มีหนี้สินจากการนำโฉนดบ้านและที่ดินไปจำนองกับนายทุนกว่า 800,000 บาท เพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงานที่อิสราเอล ใช้จ่ายในครอบครัว และส่งลูกเรียน ปัจจุบันสามีได้ค่าแรงเฉลี่ยเดือนละ 4 - 5 หมื่นบาท จะส่งกลับมาบ้านเดือนละ 3 หมื่น ก็จะนำไปส่งดอกเบี้ยที่นำนองโฉนดไว้กับนายทุนเดือนละ 14,000 บาท จ่ายงวดรถอีกเดือนละ 5,400 บาท ที่เหลือก็เก็บไว้เป็นค่ากินอยู่ในแต่ละวัน และส่งลูกเรียน 2 คน หากสามีจะต้องถูกอพยพกลับเพราะผลกระทบจากสงคราม ครอบครัวก็ต้องเดือดร้อนหนักอย่างแน่นอน ทั้งภาระหนี้สินและใช้จ่ายแต่ละวันไม่รู้จะหาจากที่ไหน ใจอยากให้สามีกลับเพราะเป็นห่วง เพราะสงครามครั้งก่อนจุดที่สามีทำงาน มีคนถูกระเบิดเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 1 ราย

แต่สามีก็บอกกับตนเองว่าขอตายที่นั่นดีกว่า เพราะอย่างน้อยก็ยังได้เงินช่วยเหลือจากรัฐ ครอบครัวจะได้ไม่ลำบาก แต่หากกลับมาบ้านก่อนครบสัญญาจ้าง ก็ไม่รู้จะไปทำงานอะไรถึงจะมีเงินพอที่จะไถ่ถอนโฉนด เลี้ยงครอบครัว และส่งลูกเรียนได้ จึงอยากให้รัฐบาลหามาตรการช่วยเหลือแรงงาน โดยเฉพาะเรื่องหนี้อยากให้มีมาตรการลดภาระนี้สินช่วยแรงงานด้วย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...