โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2569

efinanceThai

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2569

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 มี.ค. 69 7:22: น.

*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 74.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 10 เซนต์ หรือ 0.1% สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2025 และปิดบวกสูงสุดติดต่อกันเป็นวันที่สอง

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ปิดที่ 81.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทรงตัวจากระดับปิดเมื่อวันอังคาร แต่ยังคงสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2025

ราคาน้ำมันปิดทรงตัวในวันพุธ (4 มี.ค.) ท่ามกลางความผันผวนระหว่างวัน หลังการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ความตึงเครียดในภูมิภาคขยายวง และทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักต่อเนื่องเป็นวันที่ห้า

*** ผลสำรวจดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของสหรัฐฯ จาก S&P Global ระบุว่า ภาคบริการขยายตัวเพียงเล็กน้อยในเดือนก.พ. โดยกิจกรรมทางธุรกิจชะลอลงจากต้นปี ขณะที่คำสั่งซื้อใหม่เพิ่มขึ้นในระดับปานกลางเท่านั้น และได้รับผลกระทบบางส่วนจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย

ดัชนี S&P Global US Services PMI Business Activity Index ลดลงสู่ระดับ 51.7 ในเดือนก.พ. จาก 52.7 ในเดือนม.ค. แม้ยังอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า ยังมีการขยายตัวเป็นเดือนที่ 37 ติดต่อกัน แต่ถือเป็นการเติบโตที่อ่อนแอที่สุดในรอบ 10 เดือน ขณะเดียวกัน ความต้องการที่ยังซบเซาทำให้การจ้างงานเพิ่มขึ้นจำกัด และความเชื่อมั่นทางธุรกิจยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย โดยแรงกดดันด้านต้นทุนจากภาษีนำเข้าและค่าแรงที่สูงขึ้น ส่งผลให้ราคาขายเร่งตัวขึ้นในเดือนดังกล่าว

นอกจากนี้ คำสั่งซื้อใหม่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 แต่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการภาษีและนโยบายรัฐบาล ซึ่งกระทบต่ออุปสงค์ โดยเฉพาะจากลูกค้าต่างประเทศ

*** สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงขยายวงในวันพุธ หลังสหรัฐฯ โจมตีพุ่งเป้าใส่เรือรบอิหร่านนอกชายฝั่งศรีลังกา ซ้ำเติมวิกฤตที่ทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นอัมพาตต่อเนื่องเป็นวันที่ห้า และปิดกั้นการขนส่งน้ำมันและก๊าซจากตะวันออกกลาง

การโจมตีดังกล่าวเป็นปฏิบัติการเรือดำน้ำของสหรัฐฯ เกิดขึ้นในช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ให้คำมั่นจะจัดหาประกันภัยและส่งกำลังเรือรบคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซที่ส่งออกจากตะวันออกกลาง เพื่อสกัดแรงกดดันจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง

*** แหล่งข่าวระดับสูงระบุว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้กระชับอำนาจในการตัดสินใจช่วงสงครามมากขึ้น แม้สูญเสียผู้บัญชาการระดับสูง โดยเดินหน้ายุทธศาสตร์ที่แข็งกร้าว ด้วยการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธของอิหร่านทั่วภูมิภาค

ก่อนการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กองกำลังดังกล่าวได้กระจายอำนาจสั่งการลงไปยังผู้บังคับบัญชาระดับล่างไว้ล่วงหน้า เพื่อรับมือความเสี่ยงจากการสูญเสียผู้นำ อย่างไรก็ตาม แนวทางนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการตัดสินใจที่ผิดพลาด หรือทำให้สงครามขยายวงออกไป หากนายทหารระดับกลางที่ได้รับอำนาจสามารถสั่งโจมตีประเทศเพื่อนบ้านได้เอง โดยอิหร่านได้เปิดฉากยิงโจมตีใส่ตุรกี ซึ่งเป็นสมาชิกองค์การนาโต (NATO) เมื่อวันพุธ

*** ธนาคาร UBS ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบเบรนท์ในไตรมาสแรกและตลอดปี 2026 จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง และการปิดช่องแคบแคบฮอร์มุซในขณะนี้

UBS คาดว่า ราคาน้ำมันเบรนท์จะเฉลี่ยอยู่ที่ 71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในไตรมาสแรก ซึ่งบ่งชี้ว่าราคาในเดือนมี.ค. อาจอยู่ราว 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และประเมินราคาเฉลี่ยทั้งปี 2026 ไว้ที่ 72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 10 ดอลลาร์จากประมาณการเดิม

*** เดวิด โซโลมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Goldman Sachs แสดงความประหลาดใจกับปฏิกิริยาที่ค่อนข้างผ่อนคลายของตลาดการเงินต่อความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทั้งที่สถานการณ์มีความรุนแรง โดยมองว่าตลาดมักตอบสนองต่อเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์อย่างจำกัด เว้นแต่จะกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยตรง พร้อมชี้ว่าอาจต้องใช้เวลาอีกสองสามสัปดาห์เพื่อให้นักลงทุนประเมินผลกระทบได้ชัดเจนขึ้น

โซโลมอนระบุว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นผลกระทบสะสมที่จะนำไปสู่แรงเทขายรุนแรง แม้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจากความกังวลด้านอุปทานและเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ โดยย้ำว่า สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง และยากจะคาดการณ์ว่าตลาดจะเคลื่อนไหวอย่างไรในระยะสั้นและกลาง

*** รัฐบาลสเปนปฏิเสธคำกล่าวอ้างของทำเนียบขาวที่ระบุว่า สเปนได้ให้ความร่วมมือทางทหารกับสหรัฐฯ แล้ว ท่ามกลางสงครามกับอิหร่าน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่ใช้มาตรการทางการค้าเพื่อลงโทษสเปนที่ไม่ให้ความร่วมมือ

*** สก็อต เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า แผนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในการปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าแบบครอบคลุมจาก 10% เป็น 15% มีแนวโน้มจะดำเนินการภายในสัปดาห์นี้ โดยให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า น่าจะเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดถึงกรอบเวลาที่สหรัฐฯ จะเดินหน้าตามคำมั่นของทรัมป์ในการขึ้นภาษี

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้าแบบครอบคลุม 10% เมื่อเดือนที่แล้ว หลังศาลสูงสหรัฐมีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีเดิมส่วนใหญ่ และขู่ปรับขึ้นเป็น 15% ในเวลาต่อมา แม้รัฐบาลปล่อยให้ภาษี 10% มีผลบังคับใช้ แต่ยังไม่เร่งขึ้นอัตราในทันที ขณะที่เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าอัตรา 15% อาจไม่ครอบคลุมทุกประเทศ โดยมีรายงานว่าสหภาพยุโรปคาดว่าจะไม่ถูกเรียกเก็บภาษีดังกล่าว ภายใต้กรอบข้อตกลงการค้ากับวอชิงตัน

*** สำนักข่าว Nikkei Asia เผยแพร่บทวิเคราะห์ ระบุว่า สหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขยายการใช้กำลังทางทหารจากการโจมตีเวเนซุเอลาในอเมริกาใต้ไปสู่อิหร่าน โดยมีการวิเคราะห์ว่า เป้าหมายแฝงของสหรัฐฯ ในทั้งสองปฏิบัติการ คือการสร้างความได้เปรียบเหนือจีน โดยเวเนซุเอลาและอิหร่านถือเป็นพันธมิตรที่สำคัญของจีนในด้านพลังงานและการเมือง เหตุการณ์โจมตีอิหร่านยังเกิดขึ้นก่อนการเยือนจีนของทรัมป์ที่กำหนดไว้ในวันที่ 31 มี.ค. 2 เม.ย. ซึ่งเร็วขึ้นและมีระยะเวลาสั้นกว่ากรอบการเดินทางที่รัฐบาลทรัมป์เคยพิจารณาไว้ในตอนแรก

*** การประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ(NPC)ของจีนประจำปีนี้ เตรียมเปิดฉากขึ้นในวันนี้ โดยคาดว่า หลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน จะประกาศแผนยกระดับฐานอุตสาหกรรมของประเทศ ลดช่องว่างทางเทคโนโลยีกับสหรัฐฯ พร้อมย้ำเป้าหมายในการกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ ท่ามกลางการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์กับสหรัฐฯ ที่เข้มข้นขึ้น

*** กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึง Amazon และ Nvidia แสดงความกังวลต่อการที่กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ พิจารณาจัดให้บริษัทปัญญาประดิษฐ์ (AI) แห่งหนึ่ง มีความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่นักลงทุนรายอื่น ๆ เร่งควบคุมผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างบริษัทดังกล่าวกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ

จดหมายซึ่งสภา Information Technology Industry Council ซึ่งมีสมาชิกอย่าง Nvidia, Amazon, Apple และ OpenAI ระบุว่า เรามีความกังวลต่อรายงานล่าสุดเกี่ยวกับการที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กำลังพิจารณากำหนดสถานะความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน เพื่อตอบโต้ข้อพิพาทด้านการจัดซื้อ อย่างไรก็ตาม จดหมายดังกล่าวไม่ได้ระบุชื่อบริษัท Anthropic โดยตรง

*** Palantir Technologies เตรียมเผชิญความยากลำบากในการทยอยยุติการพึ่งพาเทคโนโลยีจาก Anthropic สืบเนื่องจากข้อพิพาทระหว่าง Anthropic กับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยของระบบปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งสร้างความเสี่ยงต่อแพลตฟอร์ม Maven Smart Systems ของ Palantir Technologies ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่จัดหาให้กองทัพเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ข่าวกรองและการกำหนดเป้าหมายอาวุธ โดยมีการใช้ชุดคำสั่งและกระบวนการทำงานหลายส่วนที่พัฒนาขึ้นโดยอาศัยโค้ดจากระบบ Claude ของ Anthropic

*** เจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia กล่าวระหว่างการประชุม Morgan Stanley Technology, Media & Telecom Conference ว่า การลงทุนมูลค่า 30,000 ล้านดอลลาร์ อาจเป็นการลงทุนครั้งสุดท้ายสำหรับ OpenAI ขณะที่บริษัทด้าน AI รายนี้เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

นอกจากนี้ การลงทุนมูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์ใน Anthropic ซึ่งเป็นคู่แข่งของ OpenAI ก็น่าจะเป็นการลงทุนครั้งสุดท้ายของ Nvidia ในสตาร์ทอัพ AI รายนี้ด้วยเช่นกัน

*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกบรรดาบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เข้าพบที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพุธ เพื่อร่วมลงนามในคำมั่นว่าจะจัดหาแหล่งพลังงานของตนเองสำหรับศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ท่ามกลางความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นทั่วสหรัฐฯ ต่อราคาค่าไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้น ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึง

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...