โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อภาพหลอนต้องต่อสู้กับความรัก: วิเคราะห์การแตกสลายของ “ชามูฮี” ใน Can This Love Be Translated?

LSA Thailand

อัพเดต 02 ก.พ. เวลา 15.19 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. เวลา 07.00 น. • Lifestyle Asia Thailand

โลกของซีรีส์โรแมนติก “อุปสรรคของความรัก” มักวนเวียนอยู่กับภาษา ชนชั้น หรือระยะทาง แต่ซีรีส์ “Can This Love Be Translated?” จาก Netflix เลือกเดินเกมให้เจ็บกว่า เพราะต่อให้พระเอกอย่าง “จูโฮจิน” (รับบทโดย คิมซอนโฮ) จะถนัดแปลภาษาในบทบาทล่ามสักแค่ไหน อุปสรรคที่แท้จริงกลับเป็น “กำแพงทางจิต” ของนางเอกอย่าง “ชามูฮี” (รับบทโดย โกยุนจอง) ที่ติดอยู่บนรอยต่อระหว่างความจริงกับภาพหลอนที่ชื่อ “โดรามี” ภาพหลอนที่ไม่ได้มีไว้เพื่อหลอกคนดู แต่มีไว้เพื่ออธิบาย “ความแตกสลาย” ของคนคนหนึ่งที่เจ็บเกินกว่าจะอยู่กับตัวเองได้

Photo Credit: Courtesy of Netflix

โดรามี: เกราะป้องกันที่สร้างจากความแตกสลาย

จุดที่ทำให้ชามูฮีไม่ได้เป็นแค่นางเอกโรแมนติกทั่วไป คือการที่ซีรีส์พาเราเข้าไปเห็นว่าเธอ “ไม่ปลอดภัย” แม้กระทั่งในหัวของตัวเอง หลังอุบัติเหตุระหว่างถ่ายทำซีรีส์(ในเรื่อง)ทำให้เธอเริ่มประสบภาพหลอนที่ตัวละครโดรามีเข้ามาหลอกหลอนชามูฮีซึ่งไม่ใช่ในฐานะผี แต่ในฐานะเสียงในหัวที่คอยย้ำว่า ความรักเป็นไปไม่ได้ และเธอไม่คู่ควรถูกเลือก ตรงนี้เองทำให้การอ่านตัวละครโดรามีแบบ “อาการป่วยทั่วไป” อาจตื้นเกินไป เพราะสิ่งที่ซีรีส์เน้นย้ำคือ โดรามีทำหน้าที่เหมือน Psychological shield หรือโล่ทางจิตใจที่ผุดขึ้นมาในจังหวะที่ชามูฮีรู้สึกว่างเปล่าที่สุด นั่นคือเวลาที่เธอกลัว ถูกทิ้ง ถูกทรยศ หรือรู้สึกว่าไม่สามารถควบคุมความสัมพันธ์ได้

หากแปลเป็นภาษาความรู้สึก โดรามีคือ “ตัวตนที่ทำหน้าที่แทนความเจ็บปวด” เป็น Ideal Self ที่มั่นใจ กล้าชน และพูดแทนสิ่งที่ชามูฮีไม่กล้าพูด ขณะที่ชามูฮีตัวจริงคือคนที่แบกบาดแผลจนเผลอเชื่อว่าความรักเท่ากับความเสี่ยงเสมอ นี่ทำให้สิ่งที่เรามองว่าภาพหลอนไม่ได้เกิดขึ้นเพราะซีรีส์อยากใส่ลูกเล่น แต่เป็นภาษาของตัวละครที่อธิบายว่า บางคนไม่ได้หนีความรักเพราะไม่อยากรัก แต่อยู่ไม่ไหวกับความกลัวที่จะถูกทิ้งอีกครั้งนั่นเอง

Photo Credit: Courtesy of Netflix

ล่ามภาษา vs ล่ามความจริง: เมื่อทักษะที่เก่งที่สุดกลับใช้ไม่ได้ในความสัมพันธ์

ซีรีส์ตั้งใจวางจูโฮจินให้เป็น “ล่าม” ผู้ยึดโยงกับความแม่นยำของคำศัพท์และความถูกต้องของความหมาย แต่พอเขาเจอกับชามูฮี สิ่งที่เขาต้องแปลกลับไม่ใช่ภาษาเกาหลี ญี่ปุ่น อังกฤษ หรืออิตาลี แต่คือ “ภาษาแห่งความเจ็บปวด” ของคนตรงหน้า อ้างอิงจากเว็บไซต์ Tudum ที่อธิบายไว้อย่างชัดเจนว่าแกนกลางของเรื่องคือความย้อนแย้ง ที่จูโฮจินแปลภาษาได้แทบทุกภาษา แต่กลับสื่อสารกันไม่รู้เรื่องกับชามูฮีทั้งที่พูดภาษาเดียวกัน และนั่นทำให้เขาต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้ถ่ายทอดคำพูด เป็น “สมอ” ที่คอยดึงเธอกลับมาจากพายุในหัว

นี่คือความโรแมนติกแบบใหม่ที่ไม่ใช่การตกหลุมรักเพราะคำหวาน แต่คือการรักในรูปแบบประคับประคอง จูโฮจินต้องอ่านสายตา จังหวะเงียบ และความลังเลของชามูฮีให้ได้ ต้องแยกให้ออกว่าประโยคไหนคือความกลัวที่ชามูฮีพูดเพื่อป้องกันตัวเอง และประโยคไหนคือโดรามีที่พูดเพื่อผลักทุกคนให้ออกไปก่อนจะถูกทิ้ง

Photo Credit: Courtesy of Netflix

รักสามเส้าที่มีผู้เล่นเพียงสองคน: เมื่อคู่แข่งคือ “ภาพหลอนของตัวเอง”

ความเจ็บปวดที่สุดของพล็อตนี้คือการทำให้ความสัมพันธ์กลายเป็น “สามเส้าในร่างเดียว” เพราะวันไหนที่จูโฮจินเผลอเอนเอียงไปชื่นชอบความสดใสและความมั่นใจของโดรามี มันจะย้อนกลับไปทำร้ายชามูฮีแบบสาหัส เพราะเท่ากับเธอแพ้ให้กับตัวตนที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อเอาตัวรอด และซีรีส์ก็ยิ่งบีบหัวใจขึ้นไปอีก เมื่อโดรามีไม่ได้เป็นแค่ “เสียงในหัว” แต่ค่อยๆ ขยายจนกลายเป็น “Alter ego” ที่เข้าควบคุมสติของชามูฮีจริงๆ จนจูโฮจินเป็นคนเดียวที่เห็นการเทคโอเวอร์แบบเต็มรูปแบบ

นี่คือคำถามเชิงปรัชญาที่ซีรีส์โยนให้คนดูอย่างเจ็บแสบว่า เรารักใครสักคนจาก ภาพลักษณ์ที่เขาสร้างหรือรัก ความแตกสลายที่เป็นตัวตนจริงของเขา?” และในกรณีของชามูฮี คำถามยิ่งโหดขึ้นเพราะภาพลักษณ์นั้นไม่ใช่หน้ากากเพื่อสังคม แต่เป็นกลไกป้องกันตัวเองที่งอกออกมาจากบาดแผลลึกๆ การที่มูฮีต้องแข่งขันกับภาพหลอนของตัวเองเพื่อแย่งพื้นที่ความรัก จึงสะท้อน Self-loathing หรือความเกลียดชังตัวเองแบบละเอียดอ่อน ซึ่งเธอไม่ได้เกลียดโลก เธอกำลังเกลียดตัวเองที่ไม่เข้มแข็งพอจะถูกรักแบบคนปกติ

Photo Credit: Courtesy of Netflix

เพราะความรักคือการแปลความหมายที่ลึกซึ้งที่สุด

ท้ายที่สุด Can This Love Be Translated? กำลังบอกเราว่า “ความรักที่แท้จริง” ไม่ใช่การเป็นล่ามที่แปลได้ทุกภาษาในโลก แต่คือการเป็นคนที่แปล ความเงียบ ความสับสน และความเจ็บปวด ของอีกฝ่ายให้ออกมาเป็น “ความเข้าใจ” ให้ได้ ชัยชนะของชามูฮีอาจไม่ใช่การหายขาดแบบนิยาย แต่คือการมีใครสักคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นในวันที่เธอหลงทางที่สุด และบอกเธอด้วยการกระทำว่า ต่อให้เธอเป็นชามูฮีที่แตกสลาย หรือหลงเข้าไปในโลกของโดรามี เธอก็ยังคู่ควรกับความรักเสมอ ความรักที่ไม่รีบสรุป ไม่รีบตัดสิน และไม่หนีเพราะอีกฝ่าย ซับซ้อนเกินไป”…

Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...