“อนุทิน” สาธุหากผลโพล ภท. ได้ สส. เกิน 180 ที่นั่ง ขอใจเย็นจับขั้วตั้งรัฐบาล
“อนุทิน” สาธุหากผลโพล ภท. ได้ สส. เกิน 180 ที่นั่ง ขอใจเย็นจับขั้วตั้งรัฐบาล รอดูผลเลือกตั้งแต่ละพรรคชัดเจนก่อน ชี้ล็อกเก้าอี้ ครม. “เอกนิติ-สีหศักดิ์-ศุภจี” นั่งรองนายกฯ ควบกระทรวง ไม่แก้หมวด 1 หมวด 2 ไม่แตะ ม. 112 เป็นเงื่อนไข ภท.ถ้าเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล
วันที่ 7 ก.พ. 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ให้สัมภาษณ์ยังมั่นใจหรือไม่จะได้เก้าอี้ สส. เกิน 180 ที่นั่งอยู่หรือเปล่า จากผลโพลว่า “สาธุ” เมื่อถามว่า ล่าสุดมีกระแสข่าวส้ม แดง ฟ้า จะจับมือสู้กับน้ำเงินในการจัดตั้งรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า “ตนเห็นแต่ น้ำเงินสู้กับส้ม แดง ฟ้า เมื่อ 2 วันก่อน น้ำเงินคนเดียว”
เมื่อถามว่า แสดงว่าจะสามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้เลยใช่หรือไม่” นายอนุทิน กล่าวว่า ตนยึดเจตนารมณ์ของตน จะต้องรอเห็นผลของการเลือกตั้งก่อน เพราะการตัดสินใจนั้นมาจากพี่น้องประชาชนอย่างเดียว ฉะนั้นเราจะไปพูดอะไรก่อนไม่ได้ พรรค ภท. ฟังพี่น้องประชาชนเสมอ เราต้องให้ความเกรงใจ เคารพต่อเสียงพี่น้องประชาชน ก็ขอยึดเจตนารมณ์นั้นต่อไป
เมื่อถามว่า บนเวทีปราศรัยครั้งสุดท้าย ประกาศให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั่งตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ควบกับรัฐมนตรี ล็อกกระทรวง ได้มีการเปรยเรื่องนี้กับพรรคร่วมรัฐบาลแล้วหรือยัง นายอนุทิน กล่าวว่า “ก็เป็นเงื่อนไขของพรรค ภท. ถ้าเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ 36 คน รวมนายกฯ จะมีกี่ตำแหน่ง ถ้าไม่ได้ผิดกฎหมายและไม่ได้ผิดรัฐธรรมนูญ เพียงแค่รัฐมนตรีอย่าเกิน 36 คน”
เมื่อถามว่า การที่บอกว่าหลังการเลือกตั้ง เวลาประมาณ 20-21.00 น.แล้ว จะทราบผลการเลือกตั้ง จะมีการฟอร์มรัฐบาล และเชิญพรรคร่วมรัฐบาลหารือเลยใช่หรือไม่” นายอนุทิน กล่าวว่า รอให้มีความชัดเจนก่อน ใจเย็นๆ
เมื่อถามว่า วางไว้ในใจหรือไม่ หากได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลคิดว่าจะใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ในการจับขั้วรัฐบาลเพื่อที่จะเดินหน้าทำงานได้เร็วที่สุด นายอนุทิน กล่าวว่า มันต้องมีขั้นตอนที่ 1 ก่อน คือ การรับรองสถานะ สส. เพราะใครที่จะมาเป็นนายกฯ จะต้องได้รับการขานชื่อในสภาผู้แทนราษฎร การประสานหรือการพูดคุยอะไรต่างๆ ยังมีเวลา มันไม่ยาก ตนพูดมาตลอดว่าหลังการเลือกตั้งแล้วทุกคนก็แทบจะเดาได้ ว่าจะออกแนวทางไหน ก็ให้พี่น้องประชาชนได้ตัดสินใจให้เรียบร้อยเสียก่อน แล้วเราจะเอาความต้องการของพี่น้องประชาชนมาดำเนินการให้ถูกใจมากที่สุด
เมื่อถามว่า การจับขั้วรัฐบาลในครั้งนี้หากได้เป็นแกนนำจะมีอะไรที่เป็นมิติใหม่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราต้องดูที่จำนวนสมาชิกของแต่ละพรรค ที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามา ซึ่งมีปัจจัยเรื่องจำนวนสมาชิกของแต่ละพรรคด้วย สิ่งที่พรรค ภท. ได้ปฏิบัติมาโดยตลอดคือเราฟังเสียงของประชาชนเป็นหลัก
เมื่อถามว่า สามารถจับมือได้กับทุกพรรค ไม่มีเงื่อนไขอะไรในการจับขั้วรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า เงื่อนไขของพรรค ภท. คือ เคารพซึ่งกันและกัน นโยบายต้องไม่เป็นที่เคลือบแคลงสงสัย ผิดศีลธรรมอันดีของสังคมและวัฒนธรรมของไทย เช่น นโยบายกาสิโน และอย่าแตะต้องหมวด 1 หมวด 2 ของรัฐธรรมนูญ และการแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งจริงๆ กรอบที่เล็กมาก เราจะไม่พูดว่าจะจับหรือไม่จับกับใคร เพราะพรรคการเมืองทุกอย่างจะต้องออกมาจากคณะกรรมการบริหารพรรค
“อนุทิน” เมิน “เต้น” แซะทฤษฎีสมคบคิด ยันมาตามครรลองประชาธิปไตย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ในฐานะแคนดิเดตนายกฯให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย(พท.) ปราศรัยบนเวทีว่ามีทฤษฎีสมคบคิดให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ อดีตหัวหน้าพรรคพท.ลงจากตำแหน่ง แล้วให้นายอนุทินขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทนว่า เราไปให้ความสนใจความคิดของแต่ละคนคงไม่ไหว ขอยืนยันว่าพรรคภท.ดำเนินการทางการเมืองทุกอย่างตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าตนจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยหรือเสียงข้างมาก ตนก็ได้รับการขานชื่อมาเป็นนายกฯ ด้วยคะแนนที่เกินกึ่งหนึ่งของจำนวน สส.ที่มีอยู่ ยังไงก็ตามก็ต้องขอบคุณสส. ทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจที่เสนอชื่อ และขานชื่อให้ตนมาดำรงตำแหน่งนายกฯ
“อนุทิน” ลั่นพูดได้เลยภาพเอไอนั่งกินข้าว “เบน สมิธ” ชี้อยู่ที่เจตนา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเพจดังปล่อยภาพนั่งรับประทานอาหาร คู่กับ เบน สมิธ ในช่วงวันสุดท้ายการหาเสียง ว่า พูดได้เลยว่าเป็นภาพเอไอ ซึ่งถ้าดูภาพทั้งหมดแล้วจะเห็นว่าใต้ภาพเขียนปี 2005 หรือปี 2548 ตอนนั้นน่าจะเป็นรมช.พาณิชย์ ภายใต้รัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ณ ขณะนั้นยังไม่รู้จัก ตนพบกับนายเบน สมิธ ได้เห็นตัวเป็นๆ ครั้งแรกตามรูปที่เห็นมีคนยืนอยู่หลายคน ยืนเรียงกัน นั้นคือครั้งแรก แต่ภาพล่าสุดที่ออกมาไม่ทราบว่ามีเจตนารมณ์อะไร และผู้หญิงคนที่นั่งข้างตนก็ไม่รู้จักสักคน ตอนแรกคิดว่าเป็นเพื่อนพรรคพวกที่ไหนหรือเปล่า ซูมดูยังไงก็ไม่ใช่ ไม่คุ้นหน้าแม้แต่คนเดียว ถ้าเป็นปี 2005 จริง ตนน่าจะดูหนุ่มกว่านี้
เมื่อถามว่า ถ้าเป็นภาพจริงเอไอจริงจะฟ้องร้องหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีเอาที่สบายใจ ไม่มีปัญหา เพราะเราทราบอยู่แล้วว่าต่อให้เป็นภาพที่ถ่ายเมื่อ 20 หรือ 30 ปีก่อน ตนก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีการผิดพลาดหรือผิดกฎหมายตรงไหน ตนเชื่อว่าที่อยู่ในที่นี้ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ในการลงพื้นที่หาเสียงก็น่าจะถ่ายภาพกับประชาชนเป็นพันๆเป็นหมื่นๆรูป แล้วเราจะสามารถไปบอกได้หรือไม่ว่าหน้าตาไม่ไว้วางใจแล้วไม่ให้ถ่าย มันเป็นไปไม่ได้ เจตนาสำคัญที่สุด เพราะเราเป็นบุคคลสาธารณะ หรือเป็นบุคคลในเทคโนโลยีในปัจจุบัน เราจะถูกถ่ายรูปและขอถ่ายรูปเมื่อไหร่ก็ได้ สำคัญอย่าไปทำธุรกรรมอะไรกับคนเหล่านี้ อย่าไปข้องแวะ หลังมีการกล่าวหาว่าบุคคลเหล่านี้กระทำการที่อาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมาย ผิดรัฐธรรมนูญ