โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

รัฐบาลอินเดียเริ่มทำการศึกษาเพื่อหาความเป็นไปได้ในการแบนโซเชียล ป้องกันเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปี ใช้งาน

Thaiware

อัพเดต 25 ก.พ. เวลา 10.00 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. เวลา 10.00 น. • Sarun_ss777
ทั้ง สส และเหล่ารัฐมนตรีระดับมลรัฐต่าง ๆ ต่างมีความเห็นร่วมกันว่าต้องออกนโยบายควบคุม แม้จะคิดนโยบายต่างกัน

การห้ามเยาวชนใช้งานโซเชียลมีเดียนั้นนับตั้งแต่รัฐบาลออสเตรเลียได้ประกาศให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ทางรัฐบาลจากหลากหลายประเทศทั่วโลกหันมาศึกษาเพื่อจัดทำกฎหมายออกมาบังคับใช้งานบ้างโดยอ้างถึงความปลอดภัยของเยาวชน และรัฐบาลอินเดียก็เป็นหนึ่งในนั้น

จากรายงานโดยสำนักข่าว BBC ได้กล่าวถึงกระแสความต้องการในการปิดกั้นไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ใช้งานโซเชียลมีเดียจากเหล่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส) ในประเทศอินเดีย ซึ่งหลายคนนั้นเป็นส่วนสำคัญของรัฐบาลอินเดียนั้น รวมถึงเหล่ารัฐมนตรีในมลรัฐต่าง ๆ ภายในประเทศอินเดีย ได้เริ่มออกมาทำการแสดงความสนใจในการผลักดันกฎหมายปิดกั้นการใช้งานโซเชียลมีเดียวสำหรับเยาวชน โดยบางรายนั้นได้ไปไกลถึงขั้นนำเสนอร่างกฎหมาย (Bill) ต่อสภาเลยทีเดียว ถึงแม้ตัวร่างกฎหมายนั้นจะมีโอกาสในการผ่านต่ำถ้าเป็นการนำเสนอโดยส่วนตัว ไม่ได้นำเสนอโดยพรรครัฐบาลก็ตาม

เริ่มต้นจาก สส LSK Devarayalu จากพรรค Telugu Desam ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลสำคัญพรรคหนึ่งในรัฐบาลชุดปัจจุบันของอินเดีย ทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการปกครองมลรัฐอานธรประเทศ ได้ทำการออกมาเสนอร่างกฎหมายเพื่อปิดกั้นการเข้าถึงโซเชียลมีเดียโดยเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ต่อสภาผู้แทนราษฏรของประเทศอินเดียในนามส่วนตัวซึ่งถึงแม้จะมีโอกาสผ่านยาก แต่ก็เป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการถกเถียงกันในสภาซึ่งอาจนำไปสู่ความเห็นร่วมกันในการร่วมร่างกฎหมายฉบับนี้ในอนาคต

ขณะเดียวกันทางรัฐบาลท้องถิ่นของมลรัฐอานธรประเทศก็ได้รวบรวมเหล่ารัฐมนตรีภายในรัฐบาล นำโดยรัฐมนตรีกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ (Minister of Information Technology) ของทางรัฐ คุณ Nara Lokesh เพื่อทำการศึกษาแนวทางการปฏิบัติเพื่อการควบคุมการใช้งานโซเชียลมีเดีย (Regulatory Framework) จากทั่วโลก โดยได้มีการเชิญตัวแทนจากบริษัทผู้ให้บริการแพลตฟอร์มระดับชั้นนำมากมายมาเข้าร่วมให้คำปรึกษา ไม่ว่าจะเป็น Meta, X, Google และ ShareChat ซึ่งทางรัฐมนตรีก็ได้ออกมากล่าวถึงโครงการนี้ผ่านทางบัญชีโซเชียลมีเดีย X (อดีต Twitter) ของตนเองว่า “โครงการการศึกษาแนวทางในครั้งนี้เป็นไปเพื่อที่จะทำให้การใช้งานโซเชียลมีเดียนั้นมีความปลอดภัยต่อผู้หญิงและเด็กมากยิ่งขึ้น” สำหรับความคืบหน้าในขณะนี้นั้น ทางบริษัทที่ได้รับเชิญยังไม่ได้ให้ความเห็นหรือมีการตอบรับคำเชิญแต่อย่างใด

ถึงแม้จะยังมีความคืบหน้าไม่มากนัก แต่ทางตัวแทนรัฐบาลจากมลรัฐอื่น ๆ ก็แสดงความสนใจในการออกกฎหมาย และ มาตรการควบคุมเช่นเดียวกัน อย่างเช่น

ทางรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและสารสนเทศ (Minister of Travel and Information Technology) แห่งมลรัฐกัว (Goa) ได้ออกมากล่าวถึงประเด็นนี้ว่า ทางรัฐบาลของมลรัฐได้ทำการศึกษาถึงแนวทางปิดกั้นการใช้งานโซเชียลมีเดียต่อเด็กและเยาวชนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทางรัฐบาลจะทำการกล่าวถึงรายละเอียดนี้ในเชิงลึกต่อไปในภายหลัง ขณะที่รัฐมนตรีกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ แห่งมลรัฐกรณาฏกะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองเบงคลูรู ที่ได้รับฉายาว่าเป็น ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) แห่งประเทศอินเดีย ก็ได้ออกมากล่าวถึงความคืบหน้าว่า ทางรัฐบาลได้มีการพูดคุยถึงการใช้งานโซเชียลมีเดียและปัญญาประดิษฐ์ (AI หรือ Artificial Intelligence) อย่างมีความรับผิดชอบ รวมไปถึงได้มีการริเริ่มโครงการ Digital Detox (การงดใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัล) ร่วมกับทางบริษัท META โดยมีผู้เข้าร่วมเป็นนักเรียนถึง 3 แสนราย และครูอีกกว่า 1 แสนราย

ไม่เพียงแต่ในระดับรัฐบาลท้องถิ่นเท่านั้น แม้แต่ในระดับรัฐบาลกลาง ทางที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจก็ได้ให้คำแนะนำกับทางรัฐบาลกลางไว้ในรายงานการสำรวจภาวะเศรษฐกิจ (Economic Survey) ฉบับล่าสุดว่าให้พิจารณาออกกฎหมายเพื่อจำกัดการใช้งานโซเชียลมีเดียของเด็กและเยาวชน ถึงแม้ตัวรายงานเองนั้นจะไม่มีผลหรือข้อผูกพันในเชิงกฎหมายต่อรัฐบาลก็ตาม

ซึ่งกระแสการปิดกั้นการใช้งานโซเชียลมีเดียกับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีนั้น นับได้ว่าเป็นไปในแนวทางเดียวกับกระแสหลักในโลกที่เริ่มต้นด้วยกฎหมายของทางออสเตรเลียที่ถูกบังคับใช้ไปเมื่อไม่นานมานี้ ตามมาด้วยประเทศฝรั่งเศสที่กฎหมายจำกัดการใช้งานโซเชียลมีเดียสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ได้ผ่านการรับรองจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว เหลือเพียงแต่การนำเสนอให้กับทางวุฒิสภา และประเทศสหราชอาณาจักรเองก็เริ่มพิจารณาในด้านการออกกฎหมายหรือข้อควบคุมอยู่เช่นเดียวกัน

➤ Website : https://www.thaiware.com
➤ Facebook : https://www.facebook.com/thaiware
➤ Twitter : https://www.twitter.com/thaiware
➤ YouTube : https://www.youtube.com/thaiwaretv

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...