โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

KKP เตือนตื่นตัว ‘AI แย่งงาน’ สศช.เปิดผลสำรวจคนกลัวตกงาน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 ก.พ. เวลา 10.23 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. เวลา 10.23 น.
Server farm engineering team looks at data analysis graph to reduce supercomputers failure. Data center coworkers look at AI visualization dashboard to pinpoint gear performance glitches

ดูเหมือนประเทศไทยยังตื่นตัวในเรื่องที่ว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเข้ามาแย่งงานกันไม่มากพอ

โดยสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ก็ชี้ว่า แรงงานไทยยังจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาทักษะ ฝีมือแรงงานมากขึ้น ไม่เช่นนั้นการจะดึงต่างชาติเข้ามาลงทุนก็ลำบาก และความสามารถในการแข่งขันของประเทศก็จะยิ่งแย่ลง

ล่าสุด นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สศช.กล่าวว่า ประเด็นเรื่องแรงงานที่ต้องให้ความสำคัญในช่วงถัดไปก็คือ ที่ผ่านมาประเทศไทยมีเงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) เข้ามามาก แต่อาจจะยังมีข้อจำกัดในเรื่องการที่จะสร้างงานที่มีคุณภาพสูงให้กับคนไทย ซึ่งก็เป็นข้อจำกัดของแรงงานไทยที่อาจจะต้องมีการพัฒนาด้านทักษะ เพื่อให้ตรงกับอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่เข้ามา และความเชื่อมโยงระหว่างอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่เข้ามากับภาคธุรกิจของไทยที่อาจจะยังเชื่อมโยงกันไม่มากนัก

“หากสร้างความเชื่อมโยงกันได้ จะทำให้กำลังแรงงานของเรามีศักยภาพสูงขึ้น และสามารถที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศได้ในระยะยาว”

ทั้งนี้ ในระยะต่อไปจะต้องมีการพิจารณาขยายผลของมาตรการของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ไปสู่อุตสาหกรรมอื่น และครอบคลุมกลุ่มธุรกิจ SMEs รวมทั้งต้องออกแบบให้มีเงื่อนไขการถ่ายทอดทักษะเทคโนโลยี

นายดนุชากล่าวด้วยว่า ขณะนี้แรงงานเริ่มมีความรู้สึกถึงความไม่มั่นคงในการทำงาน จากบทบาทของ AI ที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ซึ่งผลสำรวจของภาคเอกชนในปีที่แล้วพบว่า ประมาณ 41% ของแรงงานรู้สึกว่าไม่ค่อยมั่นคง/ความมั่นคงในการทำงานลดลง และอีก 26% มีความกังวลว่าอาจจะตกงานในอีก 6 เดือนข้างหน้า

ขณะที่ผลสำรวจของ PWC Thailand Hopes and Fears Survey 2025 พบว่า แม้ว่าแรงงานไทยจะมีการใช้ AI สูงถึง 72% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลก (54%) แต่ประมาณ 24% รู้สึกกังวลมากว่า AI จะเข้ามาทดแทนบทบาทการทำงาน ขณะที่อีก 11% รู้สึกว่าควบคุมผลกระทบการทำงานได้น้อยหรือไม่ได้เลย

“ดังนั้น ทางภาคธุรกิจอาจจะต้องมีการดูในเรื่องนี้ให้มากขึ้น เพื่อทำให้คนทำงานคลายความกังวลเรื่องพวกนี้ลง โดยควรกำหนดแนวทางการนำ AI มาใช้อย่างชัดเจนและเป็นธรรมต่อแรงงาน ควบคู่กับการลงทุนพัฒนาทักษะดิจิทัลและ AI ให้แก่แรงงานทุกระดับ”

สำหรับสถานการณ์ด้านแรงงานของไทยล่าสุด ภาพรวมในปี 2568 มีกำลังแรงงานทั้งหมด 40.2 ล้านคน ลดลง 0.3% อัตราการมีงานทำเกือบ 100% โดยอยู่ที่ 99.1% ทั้งนี้ ผู้มีงานทำลดลงประมาณ 0.5% ส่วนใหญ่ในภาคเกษตรที่ลดลง 2.6% ขณะที่ผู้ว่างงานทั้งปีอยู่ที่ 3.3 แสนคน ลดลง 18.5%

และเมื่อดูอัตราการว่างงานในระบบประกันสังคม พบว่ามีการปรับตัวลดลง โดยอยู่ที่ 1.78% ในไตรมาส 4 คิดเป็นจำนวนผู้ว่างงาน 2.17 แสนคน ในกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ถูกเลิกจ้าง 18.9% ด้านผู้ว่างงานระยะยาวอยู่ที่ 5.8 หมื่นคน ลดลง 14.4%

เลขาธิการ สศช.กล่าวว่า โดยรวมปี 2568 ข้อดีคือ ผู้ทำงานต่ำระดับลดลง ขณะที่ผู้ว่างงานปรับตัวลดลง 21.7% โดยตอนนี้มีผู้ว่างงานอยู่ทั้งหมด 2.8 แสนคน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่เคยทำงานมาก่อน 1.44 แสนคน ลดลงประมาณ 19.7% ขณะที่กลุ่มที่เคยทำงานมาก่อนอยู่ที่ 1.36 แสนคน ลดลง 23.7% ทำให้อัตราการว่างงานโดยรวมของปี 2568 ปรับตัวลดลง

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) กล่าวว่า ประเด็นเรื่อง AI จะมาแย่งงานเป็นเรื่องที่น่ากลัวจริง ๆ จากสมัยก่อนเทคโนโลยีเหล่านี้จะมีบทบาทอยู่แค่การ Chat หรือเป็น Search Engine เป็นหลัก แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีใหม่ ๆ AI แทบจะทำได้เหมือนพนักงานออฟฟิศคนหนึ่งแล้ว ไม่ว่าจะการใช้งานโปรแกรม PowerPoint หรือ Excel

“ตอนนี้สโคปของคนที่จะโดนแย่งงาน ผมว่ามันมีมากขึ้นเยอะ จากสมัยก่อนก็นึกกันแค่ว่าจะกระทบแค่คนแปลภาษา คนสรุปข่าว แต่ตอนนี้ผมว่าพวกทำ Research ทำอะไรพวกนี้ ก็น่ากังวลมาก ๆ ดังนั้น ก็ต้องใช้สิ่งเหล่านี้ให้เป็น ถ้าใช้ไม่เป็นก็จะได้รับผลกระทบแน่นอน” ดร.พิพัฒน์กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : KKP เตือนตื่นตัว ‘AI แย่งงาน’ สศช.เปิดผลสำรวจคนกลัวตกงาน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...