CENTEL ตั้งงบลงทุนปี 69 ที่ราว 7,200-7,500 ลบ. เปิดแผนธุรกิจโรงแรม-อาหาร
#CENTEL #ทันหุ้น-บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ บริาทได้ตั้งงบประมาณการลงทุนในปี 2569 ที่ 7,200-7,500 ล้านบาท แบ่งเป้นลงทุนในธุรกิจโรงแรม 4,500-4,600 ล้านบาท , ธุรกิจอาหาร ราว 800-900 ล้านบาท และโอกาสการลงทุนเพิ่มเติมและอื่นอยู่ที่ประมาณ 1,900-2,000 ล้านบาท
โดยธุรกิจโรงแรม บริษัทได้กำหนดงบประมาณการลงทุนเพื่อรองรับแผนการปรับปรุงโรงแรมเดิม ควบคู่กับการพัฒนาโครงการใหม่ตามแผนการขยายธุรกิจ ซึ่งโครงการหลักได้แก่ ปรับปรุงโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า หัวหิน และโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลล่า กระบี่
ภาพรวมธุรกิจโรงแรมปี 2569 คาดการณ์อัตราการเข้าพักเฉลี่ย (รวมโรงแรมร่วมทุน) 75% – 78% รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPAR) อยู่ที่ 4,600 – 4,800 บาท และรายได้รวม (รวมโรงแรมร่วมทุน) คาดว่าจะเติบโตประมาณ 14% -15% เทียบช่วงเดียวกนัของปีก่อน คิดเป็นเป้าหมายรายได้รวม (รวมโรงแรมร่วมทุน) ประมาณ 15,700– 15,900 ล้านบาท (ปี 2568: 13,816ล้านบาท)โดยปัจจยัส่งเสริมการเติบโตที่สำคัญดังนี้
-ผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นของโรงแรมที่กลับมาเปิดให้บริการหลังการปรับปรุง และโรงแรมเปิดใหม่ในหลายพื้นที่สำคัญ ดังนี้
-การเปิดให้บริการโรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ โอซาก้า ในเดือน เมษายน 2569 ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของผลประกอบการบริษัท
-การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย หลังได้รับแรงกดดันจากปัจจัยแวดล้อมด้านการท่องเที่ยวในปี 2568
-อุปสงคข์องโรงแรมในมัลดีฟส์ที่ปรับตัวดีขึ้น จากการเปิดอาคารผู้โดยสารแห่งใหม่และการเพิ่มขึ้นของการเชื่อมต่อเที่ยวบิน
ส่วนธุรกิจอาหาร บริษัทฯ ประมาณการอัตราการเติบโตจากสาขาเดิม (Same-Store-Sales: SSS) ของทุกแบรนด์
(รวมกิจการร่วมค้า) 3% – 5% เทียบปีก่อน และอตัราการเติบโตของยอดขายรวมทุกสาขา (Total-System-Sales: TSS)
จะอยู่ในช่วง 12% – 14% เทียบปี ที่ผ่านมา คิดเป็นเป้าหมายรายได้รวม (รวมกิจการร่วมค้า ยกเว้นลัคกี้สุกี้) ประมาณ
19,000-19,300 ล้านบาท (ปี 2568: 16,921ล้านบาท) สำหรับการขยายสาขา ณ สิ้นปี 2569 คาดว่าจำนวนสาขาจะเพิ่มขึ้นประมาณ 75–85 สาขา (ประมาณ 5% -6%) เทียบสิ้นปี 2568 จากการมุ่งเน้นการขยายสาขาในแบรนด์ที่มีอัตราทำกำไรสูงเป็นหลัก
**เริ่มรับรู้รายได้ลัคกี้สุกี้ตั้งแต่ Q1/69
ในไตรมาส 4/68 บริษัทฯ ได้เข้าร่วมลงทุนในบริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด (“MP”) โดยถือหุ้นในสัดส่วน 40% ของทุนจดทะเบียน ซึ่งดำเนินธุรกิจร้านอาหารประเภทสุกี้และบาร์บีคิว ภายใต้แบรนด์ลัคกี้สุกี้ (Lucky Suki) และลัคกี้บาร์บีคิว (Lucky BBQ) ทั้งนี้บริษัทเล็งเห็นว่าร้านสุกี้ในรูปแบบบุฟเฟต์ เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง และสามารถช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับกลุ่มธุรกิจอาหารของ โดยบริษัทคาดว่าจะสามารถสนับสนุนการเติบโตของลัคกี้สุกี้ผ่านความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการ ตลอดจนเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน
ทั้งนี้คาดว่าผลดำเนินงานของลัคกี้สุกี้จะเริ่มมีส่วนสนับสนุนผลดำเนินงานของบริาทตั้งแต่ไตรมาส 1/69 เป็นต้นไป
บริษัทฯ เดินหน้าขยายการเติบโตผ่านการเฟ้นหาแบรนด์ใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการร่วมทุน (Joint Venture) กับพันธมิตรที่ดำเนินธุรกิจอาหาร เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตธุรกิจในเครือ
ทั้งนี้ บริษัทจะคัดเลือกแบรนด์ที่อยู่ในประเภทธุรกิจอาหารซึ่งยังไม่มีอยู่ในกลุ่มของบริษัท และเป็นแบรนด์ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง โดยจะเข้าไปสนับสนุนคู่ค้าในด้านการขยายสาขา การเพิ่มรายได้ และการยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนในภาพรวม อาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของบริษัทเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันการเติบโต
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าหาช่องทางการขายใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงลูกค้าในวงกว้าง ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนในด้านต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
กลยุทธ์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างยั่งยืนในระยะยาว