โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CENTEL ตั้งงบลงทุนปี 69 ที่ราว 7,200-7,500 ลบ. เปิดแผนธุรกิจโรงแรม-อาหาร

ทันหุ้น

อัพเดต 25 ก.พ. เวลา 07.52 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. เวลา 07.51 น.

#CENTEL #ทันหุ้น-บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ บริาทได้ตั้งงบประมาณการลงทุนในปี 2569 ที่ 7,200-7,500 ล้านบาท แบ่งเป้นลงทุนในธุรกิจโรงแรม 4,500-4,600 ล้านบาท , ธุรกิจอาหาร ราว 800-900 ล้านบาท และโอกาสการลงทุนเพิ่มเติมและอื่นอยู่ที่ประมาณ 1,900-2,000 ล้านบาท

โดยธุรกิจโรงแรม บริษัทได้กำหนดงบประมาณการลงทุนเพื่อรองรับแผนการปรับปรุงโรงแรมเดิม ควบคู่กับการพัฒนาโครงการใหม่ตามแผนการขยายธุรกิจ ซึ่งโครงการหลักได้แก่ ปรับปรุงโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า หัวหิน และโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลล่า กระบี่

ภาพรวมธุรกิจโรงแรมปี 2569 คาดการณ์อัตราการเข้าพักเฉลี่ย (รวมโรงแรมร่วมทุน) 75% – 78% รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPAR) อยู่ที่ 4,600 – 4,800 บาท และรายได้รวม (รวมโรงแรมร่วมทุน) คาดว่าจะเติบโตประมาณ 14% -15% เทียบช่วงเดียวกนัของปีก่อน คิดเป็นเป้าหมายรายได้รวม (รวมโรงแรมร่วมทุน) ประมาณ 15,700– 15,900 ล้านบาท (ปี 2568: 13,816ล้านบาท)โดยปัจจยัส่งเสริมการเติบโตที่สำคัญดังนี้

-ผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นของโรงแรมที่กลับมาเปิดให้บริการหลังการปรับปรุง และโรงแรมเปิดใหม่ในหลายพื้นที่สำคัญ ดังนี้

-การเปิดให้บริการโรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ โอซาก้า ในเดือน เมษายน 2569 ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของผลประกอบการบริษัท

-การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย หลังได้รับแรงกดดันจากปัจจัยแวดล้อมด้านการท่องเที่ยวในปี 2568

-อุปสงคข์องโรงแรมในมัลดีฟส์ที่ปรับตัวดีขึ้น จากการเปิดอาคารผู้โดยสารแห่งใหม่และการเพิ่มขึ้นของการเชื่อมต่อเที่ยวบิน

ส่วนธุรกิจอาหาร บริษัทฯ ประมาณการอัตราการเติบโตจากสาขาเดิม (Same-Store-Sales: SSS) ของทุกแบรนด์
(รวมกิจการร่วมค้า) 3% – 5% เทียบปีก่อน และอตัราการเติบโตของยอดขายรวมทุกสาขา (Total-System-Sales: TSS)
จะอยู่ในช่วง 12% – 14% เทียบปี ที่ผ่านมา คิดเป็นเป้าหมายรายได้รวม (รวมกิจการร่วมค้า ยกเว้นลัคกี้สุกี้) ประมาณ
19,000-19,300 ล้านบาท (ปี 2568: 16,921ล้านบาท) สำหรับการขยายสาขา ณ สิ้นปี 2569 คาดว่าจำนวนสาขาจะเพิ่มขึ้นประมาณ 75–85 สาขา (ประมาณ 5% -6%) เทียบสิ้นปี 2568 จากการมุ่งเน้นการขยายสาขาในแบรนด์ที่มีอัตราทำกำไรสูงเป็นหลัก

**เริ่มรับรู้รายได้ลัคกี้สุกี้ตั้งแต่ Q1/69

ในไตรมาส 4/68 บริษัทฯ ได้เข้าร่วมลงทุนในบริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด (“MP”) โดยถือหุ้นในสัดส่วน 40% ของทุนจดทะเบียน ซึ่งดำเนินธุรกิจร้านอาหารประเภทสุกี้และบาร์บีคิว ภายใต้แบรนด์ลัคกี้สุกี้ (Lucky Suki) และลัคกี้บาร์บีคิว (Lucky BBQ) ทั้งนี้บริษัทเล็งเห็นว่าร้านสุกี้ในรูปแบบบุฟเฟต์ เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง และสามารถช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับกลุ่มธุรกิจอาหารของ โดยบริษัทคาดว่าจะสามารถสนับสนุนการเติบโตของลัคกี้สุกี้ผ่านความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการ ตลอดจนเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ทั้งนี้คาดว่าผลดำเนินงานของลัคกี้สุกี้จะเริ่มมีส่วนสนับสนุนผลดำเนินงานของบริาทตั้งแต่ไตรมาส 1/69 เป็นต้นไป

บริษัทฯ เดินหน้าขยายการเติบโตผ่านการเฟ้นหาแบรนด์ใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการร่วมทุน (Joint Venture) กับพันธมิตรที่ดำเนินธุรกิจอาหาร เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตธุรกิจในเครือ

ทั้งนี้ บริษัทจะคัดเลือกแบรนด์ที่อยู่ในประเภทธุรกิจอาหารซึ่งยังไม่มีอยู่ในกลุ่มของบริษัท และเป็นแบรนด์ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง โดยจะเข้าไปสนับสนุนคู่ค้าในด้านการขยายสาขา การเพิ่มรายได้ และการยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนในภาพรวม อาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของบริษัทเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันการเติบโต

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าหาช่องทางการขายใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงลูกค้าในวงกว้าง ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนในด้านต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

กลยุทธ์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างยั่งยืนในระยะยาว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...