โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“งานที่คนดูไม่รู้ว่าเราทำ” คุยถึง ‘Visual Effect’ ไปกับ ปริญญ์ นิมมานนิตย์ Visual Effect Supervisor ของ ‘สาธุ 2’

TODAY

อัพเดต 18 ก.พ. เวลา 10.28 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. เวลา 03.00 น. • TODAY

“ถ้าเราทำไม่เหมือน คนจะเห็น แต่ถ้าเราทำได้ดี เราเรียกว่า Invisible art (ศิลปะที่มองไม่เห็น) หมายความว่า ถ้าเราทำดี ไม่มีใครรู้ว่าเราทำ”

นี่คือประโยคที่ ปริญญ์ นิมมานนิตย์ Visual Effect Supervisor ชาวไทยที่มีผลงานในระดับฮอลลีวูดมากมาย และปัจจุบันเป็น Co-founder จาก CHAYA Pictures กล่าวกับสำนักข่าว TODAY ตั้งแต่การสัมภาษณ์เรื่องเบื้องหลังของซีรีส์เรื่อง อนาฅต Tomorrow and I ที่บอกเล่าเรื่องราวของประเทศไทยในอนาคต

แต่คำกล่าวนี้เป็นจริงยิ่งกว่าครั้งไหน เมื่อเราได้ชม สาธุ 2 ซีรีส์ที่ศิลปะล่องหน ได้โลดแล่นอยู่เต็มหน้าจอ และทำหน้าที่ของมันได้ดีเสียจนหลายครั้งเราไม่รู้เลยว่ามันอยู่ตรงนั้น ตั้งแต่ส่วนประกอบฉากต่างๆ จนถึง ต้นโพธิ์ ใบโพธิ์ ของฉากแอ็คชั่น

ในวันที่ผู้กำกับ แจ็ค-วรรธนพงศ์ วงศ์วรรณ แจงรายละเอียดครั้งแรก วันที่ยังไม่เห็นทั้งบท ตัวอย่างเฟรม และยังไม่มีรวมถึงงานดีไซน์ใดๆ ให้ยึดเกาะ วันนั้น Co-founder แห่ง CHAYA Pictures อย่าง ปริญญ์ นิมมานนิตย์ Visual Effect Supervisor ของ สาธุ 2 และ รับรู้สั้นๆ เพียงว่า ในเรื่องจะมีฉากต้นโพธิ์ล้ม

“โอเค ก็เป็นซีนต้นไม้ล้ม ก็คงไม่มีอะไรมั้ง…”

ความรู้สึกวันนั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ยังไม่มีอะไรให้ต้องกังวล ทีมงานวิชวลเอฟเฟกต์ทุกคนมีภาพในหัวว่า ต้นโพธิ์ในเรื่องก็คงจะเป็นต้นไม้ธรรมดาที่พวกเขาเคยทำมาแล้วหลายๆ ครั้ง

อย่างไรก็ดี พวกเขาคิดผิดถนัด ความจริงปรากฏทันทีที่เข้าสู่กระบวนการแตกช็อต (Breakdown Shot) นาทีนั้นทุกคนได้เห็นภาพดีไซน์ต้นโพธิ์ของจริงเป็นครั้งแรก ที่ทีม Art ดีไซน์มา ต้นโพธิ์สีทอง ขนาดมหึมา มีความเป็นไทย ทั้งยังมีรูปทรงกิ่งก้านใบที่สลับซับซ้อนเกินจินตนาการ

“วันนั้นทีมอาร์ตยกกิ่งจริงมาให้ดูด้วย เขายกมากิ่งเดียว บนกิ่งมีใบโพธิ์ห้อยอยู่ประมาณ 200 ใบ”

ลำพังแค่กิ่ง ทีมวิชวลเอฟเฟกต์แห่ง สาธุ 2 ก็พอจะเห็นเค้าลางการทำงานที่คงต้องมีปาดเหงื่อ และยิ่งในบทของซีรีส์มีเรื่องจำนวนเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ตัวเลข 999 ล้านบาทที่ตัวละคร สจ.เอ๋ วางโจทย์ทำให้จำนวนใบโพธิ์บนต้นต้องถูกคำนวณอย่างจริงจัง ใบโพธิ์ไม่ได้เป็นเพียงใบไม้ตกแต่งอีกต่อไป ทว่า ต้องสอดคล้องกับตัวเลขมงคลและตรรกะของเรื่องราว

จาก 99 ไล่ขึ้นไปเป็น 999 ต่อด้วย 9,999 ก่อนที่สุดท้าย จำนวนใบโพธิ์ที่ตกลงจะกลายเป็น 6 แสนใบ

“ตอนนั้นเราก็แบบ เดี๋ยวก่อน 6 แสนใบ เรายังไม่รู้เลยว่ามันจะห้อยยังไง” ปริญญ์เล่าติดตลก

ต้นไม้สีทองงามสง่าถูกออกแบบให้สูงประมาณ 50 เมตร เทียบเท่าตึก 15 ชั้น ก่อนถ่ายทำต้องใช้โดรนบินขึ้นไปอ้างอิงตำแหน่งของต้นไม้ เพื่อให้ช่วยในการถ่ายทำและให้ทุกทีมเข้าใจรายละเอียดตรงกัน และเมื่องานฝั่งโปรดักชั่นสำเร็จ งานวิชวลเอฟเฟกต์ก็เริ่มต้น ความท้าทายซึ่งทีมต้องเผชิญไม่ได้อยู่ที่การทำให้ต้นไม้ล้มเพียงอย่างเดียว เพราะความสมจริงของแสงและขนาดก็สำคัญไม่แพ้กัน

ทีมใช้เทคนิค Image Based Lighting ในการเก็บแสงจากสถานที่จริงเพื่อให้งานซีจีที่ออกมาสอดรับกับบรรยากาศและสถานที่มากที่สุด

“ความยากของแสงอยู่ที่ใบโพธิ์ เพราะใบด้านบนจะสะท้อนสีท้องฟ้า ด้านล่างสะท้อนพื้น แสงและสีที่ตกกระทบมันไม่เหมือนกันเลย เพราะขนาดต้นโพธิ์ใหญ่มาก”

จากเงื่อนไขดังกล่าว หากทีมเลือกให้ใบโพธิ์ทุกใบสะท้อนแสงเงาอย่างเต็มรูปแบบ เวลาในการเรนเดอร์ (Render) ตัวงานจะพุ่งสูงถึง 10 กว่าชั่วโมงต่อเฟรม ซึ่งสิ่งนี้ไม่สามารถทำได้จริงในทางปฏิบัติ ทีมจึงลงความเห็นว่าต้องลดการสะท้อนของใบลง โดยพยายามอิงเหตุผลเชิงเนื้อเรื่องว่า ใบโพธิ์ที่อยู่กลางแจ้งจะค่อยๆ เก่า โดนแดดลมฝนจนคุณสมบัติในการสะท้อนลดลงนั่นเอง

ขณะที่ส่วนของเทคนิค ใบโพธิ์จำนวนมหาศาลนี้ถ้าใช้วิธีตรงไปตรงมา ฉากต้นโพธิ์ล้มเพียงฉากเดียวก็กินพื้นที่เก็บข้อมูลระดับหลายเทราไบต์

“น่าจะประมาณ 5 เทราไบต์มั้ง คือแค่ส่งไฟล์ ไปมา ก็แย่แล้ว”

ทำให้สุดท้ายทีมงานเปลี่ยนมาใช้ USD (Universal Scene Description) ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ที่ตอบโจทย์เรื่องการ Instancing ได้อย่างดี และสามารถลดขนาดไฟล์ได้อย่างมาก

และฉากต้นโพธิ์ล้มก็ยังเป็นงานช้างสำหรับทีมวิชวลเอฟเฟกต์ เพราะไม่เพียงแต่ต้องทำให้ต้นโพธิ์ที่พวกเขาสร้างขึ้นมาล้มเท่านั้น พวกเขายังต้องนำภาพของนักแสดงที่วิ่งและโดนต้นโพธิ์ทับมาทำให้ทุกอย่างสอดคล้องกัน และหลังจากต้นโพธิ์ล้มก็มีฉากที่เกี่ยวพันกันอย่างการกู้ภัยและอื่นๆ ที่มีองค์ประกอบมากมายอีก

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า หน้าที่ของทีมวิชวลเอฟเฟกต์ ไม่ได้มีแค่การสร้างสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงอย่างต้นโพธิ์ แต่ยังรวมถึงการปรับเปลี่ยนสิ่งที่มีอยู่แล้วให้กลายเป็นสิ่งอื่นอีกด้วย

ปริญญ์ อธิบายว่า บางฉากที่ถ่ายทำในเวลาหนึ่งอาจต้องปรับให้ดูเหมือนเกิดขึ้นในอีกช่วงเวลาหรืออีกสภาพแสง อาทิ ถ่ายตอนกลางวัน แต่ในบทเป็นกลางคืน ทีมก็ต้องใช้ความสามารถในการปรับแสงเปลี่ยนสี เพราะความคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความไม่สมจริง หันมาจับผิดแทนที่จะถูกตรึงอยู่กับเนื้อเรื่อง

บางการเปลี่ยนแปลงอาจจะดูเล็ก แต่สำคัญมากในเนื้อเรื่องอย่างเช่นการเปลี่ยนทรงผม ฉากของ ปั๊บ โปเตโต้ (พัฒน์ชัย ภักดีสู่สุข) ในอีพีสุดท้าย ทางทีมพยายามทำทรงผมของนักแสดงให้ ถูกต้องตามเวลาในเนื้อเรื่อง ตอกย้ำว่าความยากในการสร้างซีรีส์ สาธุ ไม่ได้อยู่เพียงต้นโพธิ์ที่เน้นความยิ่งใหญ่ ทว่าอยู่ในทุกรายละเอียดที่ทำงานกับสายตาและการรับรู้ของผู้ชม

ปริญญ์มองว่า หัวใจสำคัญของงานซีจียังเป็นเรื่องของการทำงานเป็นทีม เพราะโดยพื้นฐาน แต่ละคนมักมีความถนัดเฉพาะด้าน เก่งเฉพาะทาง ทำให้เมื่อทำงานร่วมกัน ทุกคนจะเปรียบเสมือนศิลปินผู้ใช้ทักษะที่ตัวเองถนัดมาประกอบเป็นภาพใหญ่ภาพเดียว คนนั้นอาจจะเก่งลงสี คนนี้อาจจะเก่งร่างภาพ เป็นต้น

ฉะนั้น งานหนึ่งชิ้นจึงไม่ได้เกิดจากคนเก่งเพียงคนเดียว แต่เกิดจากทีมที่ทำงาน ประสานกันของความเชี่ยวชาญหลายแขนง ทุกคนต้องสื่อสาร ต้องเชื่อใจ จึงจะเกิดเป็นผลงานมาสเตอร์พีซที่คนส่วนใหญ่ให้การยอมรับ โดยปริญญ์เล่าว่า

“สำหรับ สาธุ 2 เป็นผลงานของทีมใหญ่ เริ่มจากฝั่ง Production ที่ถ่ายทำออกมาได้อย่างดีมาก นอกจากนี้ ฝั่ง Post Production ก็มีอีกหลายทีม ทั้ง Edit, Sound, Grading, และ VFX house เจ้าอื่นๆ ด้วย .ส่วนทีม Chaya โดยนอกจากปริญญ์แล้ว ยังมี ธัชพล เลิศวิโรจน์กุล ที่เป็น Founder ของ Chaya และ อาดัม อับดุลอารีย์ เป็น Visual Effect Supervisor, ทีม Producer, ทีม IT และ น้องๆ Artist ทุกคน ของ Chaya ที่ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อสร้างสรรค์งานนี้ออกมา”

มีคนที่ปริญญ์อยากขอบคุณ ที่เป็นคนสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี

ทั้งผู้กำกับ แจ็ค-วรรธนพงศ์ วงศ์วรรณโปรดิวเซอร์ กอล์ฟ – สมประสงค์ ศรีกระจ่าง และอิม – เบญจวรรณ์ จีรวัฒน์ศุภโชค Post Production Supervisor ที่มีส่วนร่วมอย่างมากในการช่วยอำนวยให้ผลงานวิชวลเอฟเฟกต์ทุกอย่างเป็นไปได้เสร็จสมบูรณ์ตามที่เราเห็นบนหน้าจอ

‘วิชวลเอฟเฟกต์’ ผลผลิตของการทำงานเป็นทีม

“งานที่คนดูไม่รู้ว่าเราทำ”

คือคำตอบเมื่อ TODAY ถามปริญญ์ว่างานวิชวลเอฟเฟกต์ที่ดีคืออะไร

คำตอบข้างต้นสะท้อนได้อย่างดีว่า เป้าหมายของทีมคือทำยังไงก็ได้ให้ภาพที่ออกมาสมจริง และแนบเนียนที่สุด ยิ่งคนดูเทความสนใจให้เรื่องราวและอารมณ์มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งหมายถึงงานซีจีไอถูกบรรจงออกมาดีมากเท่านั้น

“ถ้าคนไม่พูดถึงเลย ทั้งที่มันเป็นซีนใหญ่มาก เราจะมั่นใจว่ามันเวิร์ก”

ก่อนจบการสัมภาษณ์ เรา ให้ปริญญ์ฝากถึงผู้ที่สนใจอยากทำงานด้านวิชวลเอฟเฟกต์ คำตอบของปริญญ์สะท้อนภาพความเป็นจริงอันหนักหน่วง ทว่าก็สร้างแรงบันดาลใจอยู่ในที

“ถ้าอยากทำจริงๆ ต้องมีแพชชัน งานส่วนใหญ่จะยาก แถมเรายังมีส่วนแค่ครึ่งเดียว อีกครึ่งจะเป็นของผู้กำกับและเจ้าของโปรเจกต์”

สิ่งที่ปริญญ์พยายามสื่อ คือท้ายที่สุด ทั้งที่เนื้องานท้าทาย ทว่าทีมวิชวลฯ ก็อาจไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจอย่างเบ็ดเสร็จ เพราะสิทธิ์ชี้ขาดอาจเป็นของผู้กำกับหรือคนที่อยู่สูงกว่านั้น ซึ่งหากยอมรับจุดนี้ ความฝันในการทำงานด้านนี้ก็จะไปต่อได้

นอกจากแพชชัน ปริญญ์เสริมต่อ 2 เรื่อง

หนึ่งคือไม่อยากให้ทุกคนปิดกั้นตัวเอง ทั้งจากเทคโนโลยีใหม่ๆ อาทิ AI ที่หากใช้ตรงจุดก็จะกลายเป็นเครื่องมือเปี่ยมประโยชน์ หรือกระทั่งความรู้ทั่วไปก็ควรศึกษา เพราะงานด้านนี้เกี่ยวข้องกับหลักฟิสิกส์ไม่มากก็น้อย

และสอง ต้องแก้ปัญหาต่างๆ ได้ดี บางฉากทำให้สวยอย่างเดียวไม่พอ ต้องสอดคล้องกับภาพที่ผู้กำกับและทีมอาร์ตวางไว้ หรือบางครั้ง อยากทำให้ดี แต่ภาพที่เก็บมาอาจไม่เหมือนที่ต้องการ ทีมวิชวลก็ต้องปรับตัวและบริหารจัดการตามเงื่อนไข

“นั่นแหละ มันเลยต้องชอบจริงๆ ถึงจะทนอยู่กับสิ่งพวกนี้ได้ หลายครั้งมันต้องแก้นาน ต้องอยู่ดึก มันต้องรักจริงนะงานสายนี้” ปริญญ์สรุป

เมื่อมองย้อนกลับไป วิชวลเอฟเฟกต์ใน สาธุ 2 ไม่ได้เป็นเพียงงานเทคนิคระดับสูง แต่เป็นผลรวมของการสื่อสาร ตัดสินใจ ตลอดจนการทำงานเป็นทีมในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้กำกับ ตากล้อง ทีมอาร์ต ไปจนถึงทีมวิชวลเอฟเฟกต์

ท้ายที่สุด สิ่งที่ปริญญ์และทีมสรรสร้าง คือหนึ่งในตัวอย่างที่พิสูจน์ว่า หากมีความตั้งใจ งบประมาณ และทรัพยากรมากพอ ความสามารถของทีมงานไทยก็ไปสู่ระดับสากลได้ และที่สำคัญพวกเขาสามารถเนรมิตสิ่งที่ไม่มีอยู่หรือไม่ตรงกับความเป็นจริงให้กลายเป็นสิ่งที่มีเลือดเนื้อ ถูกมองเห็น สามารถจับต้อง แถมยังแนบเนียนไปกับเนื้อเรื่องเสมือนว่าโลกของซีรีส์สาธุมีอยู่จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...