“เงินฌาปนกิจ” ไม่ได้มีแค่ไทย ส่องโมเดลต่างประเทศจากญี่ปุ่นถึงสหรัฐ
ท่ามกลางกระแสเรื่อง "เงินฌาปนกิจ" ในไทย หลายประเทศทั่วโลกก็มีระบบช่วยค่าใช้จ่ายงานศพในรูปแบบใกล้เคียงกัน เพียงแต่แตกต่างกันในด้านโครงสร้าง-กรอบกฎหมาย
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 กระแสความกังวลเกี่ยวกับ“สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์” ในประเทศไทย กำลังทำให้สังคมตั้งคำถามว่า ระบบการรวมกลุ่มจ่ายเงินสมทบเพื่อช่วยจัดงานศพหรือช่วยเหลือครอบครัวเมื่อสมาชิกเสียชีวิต เป็นเรื่องเฉพาะของไทยหรือไม่
ในความเป็นจริง หลายประเทศทั่วโลกมีระบบลักษณะใกล้เคียงกันมานาน เพียงแต่ใช้ชื่อแตกต่างกัน และอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายที่ไม่เหมือนกัน ตั้งแต่รูปแบบสหกรณ์ สมาคมไม่แสวงกำไร ธุรกิจวางแผนงานศพล่วงหน้า ไปจนถึงการอยู่ภายใต้กฎหมายประกันภัย
หัวใจสำคัญของระบบเหล่านี้คล้ายกัน คือ การเฉลี่ยความเสี่ยงและกระจายภาระค่าใช้จ่ายล่วงหน้า เพื่อไม่ให้ครอบครัวต้องเผชิญค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในวันที่สูญเสีย แต่ประสบการณ์ของต่างประเทศก็ชี้ชัดว่า หากขาดการกำกับดูแลที่ดี ระบบช่วยเหลือกันอาจกลายเป็นแหล่งปัญหาทางการเงินได้เช่นกัน
โดยใน ญี่ปุ่น มีองค์กรที่เรียกว่า โกโจไค (Gojokai) ซึ่งแปลตรงตัวว่าสมาคมช่วยเหลือกัน ทำหน้าที่ให้สมาชิกจ่ายเงินสมทบเป็นงวด เพื่อแลกกับสิทธิในการรับบริการพิธีสำคัญ เช่น งานแต่งงานและงานศพ ผู้ให้บริการโกโจไคจำนวนมากเป็นบริษัทหรือสหกรณ์ที่ดำเนินธุรกิจด้านพิธีกรรมโดยตรง แนวคิดหลักคือการสะสมล่วงหน้าแทนการจ่ายก้อนใหญ่ในวันเกิดเหตุ
ข้อมูลจากภาคอุตสาหกรรมบริการพิธีในญี่ปุ่น ระบุว่าระบบโกโจไคถูกกำกับภายใต้กฎหมายว่าด้วยธุรกรรมเชิงพาณิชย์บางประเภท ซึ่งบังคับให้ผู้ประกอบการต้องเปิดเผยรายละเอียดสัญญา เงื่อนไขการชำระเงิน สิทธิของสมาชิก และห้ามโฆษณาอันเป็นเท็จหรือทำให้เข้าใจผิด โดยหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคของญี่ปุ่นมีอำนาจสั่งปรับหรือเพิกถอนใบอนุญาตหากฝ่าฝืน
สาระสำคัญของโมเดลญี่ปุ่นจึงไม่ใช่เพียงการมีระบบช่วยเหลือกัน แต่คือการทำให้ผู้บริโภครู้ก่อนจ่าย และรัฐสามารถตรวจสอบได้ว่าเงินสมทบถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์จริง
ด้านเกาหลีใต้มีธุรกิจและสหกรณ์จำนวนมากที่ให้บริการวางแผนงานศพล่วงหน้า ซึ่งสมาชิกผ่อนชำระเป็นงวด และจะได้รับแพ็กเกจบริการเมื่อเสียชีวิต หลังจากเคยเกิดกรณีบริษัทบางแห่งล้มละลายและทิ้งสมาชิก รัฐบาลเกาหลีใต้ได้เพิ่มบทบาทหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินและการแข่งขันทางการค้าในการดูแลธุรกิจประเภทนี้ โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องรายงานยอดเงินรับล่วงหน้า แสดงฐานะทางการเงิน และเปิดเผยเงื่อนไขสัญญาอย่างชัดเจน
สื่อเศรษฐกิจเกาหลี รายงานว่า หน่วยงานรัฐมองธุรกิจลักษณะนี้เป็นกิจการที่มีความเสี่ยงต่อผู้บริโภคสูง เพราะเกี่ยวข้องกับเงินล่วงหน้าระยะยาว จึงต้องใช้มาตรฐานการกำกับใกล้เคียงกับธุรกิจการเงินบางประเภท
ขณะที่ ในหลายประเทศยุโรป ระบบช่วยค่าใช้จ่ายงานศพอยู่ในรูปของ funeral plan หรือ burial insurance มากกว่าสมาคมช่วยเหลือกันแบบดั้งเดิม กรณีศึกษาที่ชัดเจนคือสหราชอาณาจักร ซึ่งในปี 2565 ได้นำธุรกิจแผนงานศพล่วงหน้าเข้าสู่การกำกับของสำนักงานกำกับดูแลทางการเงิน (FCA) อย่างเต็มรูปแบบ หลังพบปัญหาการขายเกินจริงและบริษัทบางแห่งล้มจนผู้บริโภคสูญเงิน โดย FCA ระบุว่าผู้ให้บริการต้องได้รับใบอนุญาต มีการกันเงินลูกค้าไว้ในทรัสต์หรือประกันค้ำประกัน และต้องเปิดเผยต้นทุนและสิทธิประโยชน์อย่างละเอียด
ขณะที่เยอรมนี มีSterbekassen หรือ กองทุนช่วยค่าใช้จ่ายงานศพในรูปสมาคมประกันแบบมิวชวล ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของหน่วยงานกำกับการเงิน (BaFin) เช่นเดียวกับบริษัทประกันชีวิต
แนวโน้มยุโรปสะท้อนว่าประเทศพัฒนาแล้วจำนวนมากเลือกจัดวางระบบช่วยงานศพให้อยู่ในกรอบกฎหมายการเงิน เพื่อเพิ่มความมั่นคงและความโปร่งใส
ฟาก สหรัฐอเมริกา มีองค์กรที่เรียกว่า Fraternal Benefit Societies ซึ่งเป็นสมาคมไม่แสวงกำไรที่มีประวัติยาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 สมาคมเหล่านี้ให้สวัสดิการแก่สมาชิก เช่น ประกันชีวิต เงินช่วยงานศพ และทุนช่วยเหลือครอบครัว โดยอยู่ภายใต้กฎหมายของแต่ละรัฐ และแนวทางกำกับจากสมาคมผู้กำกับดูแลธุรกิจประกันภัยแห่งชาติ (NAIC)
NAIC ระบุว่า Fraternal Societies ต้องมีโครงสร้างการบริหารแบบตัวแทนสมาชิก และต้องรักษาเงินกองทุนขั้นต่ำคล้ายบริษัทประกัน แม้จะไม่ใช่บริษัทเชิงพาณิชย์
ทั้งนี้ระบบช่วยเหลือด้านงานศพเป็นเครื่องมือทางสังคมที่มีอยู่ในหลายประเทศมายาวนาน สิ่งสำคัญคือจะออกแบบกรอบกำกับดูแลอย่างไร ให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และคุ้มครองสมาชิกอย่างแท้จริง
อ้างอิง : www.caa.go.jp , www.ftc.go.kr , www.fca.org.uk , www.bafin.de , content.naic.org , www.japantimes.co.jp