โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ดร.เอ้’ สันนิษฐานกรณีเครนถล่มทับรถไฟ คนประมาท-อุปกรณ์ไร้มาตรฐาน เร่งผลีกดัน กม.ปลอดภัยสาธารณะ

The Reporters

อัพเดต 15 ม.ค. เวลา 04.34 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. เวลา 04.34 น.

'ดร.เอ้' ส่องกล้อง-สเก็ตภาพ เหตุเครนถล่มทับรถไฟสีคิ้ว สันนิษฐานคนประมาท-อุปกรณ์ไร้มาตรฐาน เทียบต่างประเทศใช้เหล็กตันแต่ไทยใช้เหล็กกลวง แรงสั่นขณะรถไฟวิ่งไม่ใช่สาเหตุ เครนน่าจะเสียสมดุลก่อนรถไฟวิ่งผ่าน เสนอ 5 ข้อให้รัฐจี้ผู้รับเหมา เร่งดัน กม.ปลอดภัยสาธารณะ

วันนี้ (15 ม.ค. 69) นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ในฐานะอดีตนายกสภาวิศวกร และอดีตนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมผู้สมัคร สส.พรรคไทยก้าวใหม่ จังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงตกทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษ ขบวนที่ 21 กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ที่บ้านถนนคด ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 32 ราย

นายสุชัชวีร์ ได้ใช้กล้องส่องทางไกลตรวจดูเครนก่อสร้าง พร้อมวาดภาพจำลองวิธีการทำงานของระบบเครนในการก่อสร้างเพื่อจำลองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สันนิษฐานว่าระหว่างที่คนขับดันเครนไปข้างหน้า เกิดการเสียสมดุลลักษณะคล้ายหน้าคว่ำลง ซึ่งอาจเกิดจากการบังคับเครนยื่นยาวเกินไป ไม่อยู่ในระดับ ซึ่งเมื่อยื่นเครนออกไปในระยะที่ยาวจะทำให้เครนสั่นและทำให้ตัวรอกยกยึดเครนไหล เมื่อเกิดการไหลลงก็เกิดเหตุการณ์เหมือนมีดอีโต้ไหลลงมาและสับลงตรงกลางขบวนรถไฟ จากความสูงที่ประเมินน่าจะประมาณ 20 เมตร ส่วนน้ำหนักเครนอยู่ที่ประมาณ 20 ตัน เมื่อเกิดแรงกระแทกจะต้องคูณไปอีก 100 เท่าเป็นอย่างต่ำ ลักษณะคล้ายมีดอีโต้สับลงกลางรถไฟ พลังงานที่เกิดขึ้นกับการรับแรงกระแทกอาจเกิดได้ถึง 100 เท่าหรือ 1,000 -2,000 ตัน

นายสุชัชวีร์ ยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่อุบัติเหตุ ไม่ใช่เรื่องสุดวิสัย เพราะไม่มีลมแรงเกิดขึ้น ดังนั้นกรณีนี้เกิดขึ้นจากองค์ประกอบ 2 อย่าง 1.คน 2.อุปกรณ์ที่เก่าเสื่อมสภาพหรือไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งตัวเครนที่ไม่ได้มาตรฐานอาจจะเสียสมดุลได้ง่าย หากเปรียบเทียบกับต่างประเทศ อุปกรณ์จะเป็นเหล็กตัน แต่ถ้าหากเป็นเหล็กแบบกลวง เครนอาจจะเอียงได้ เพราะเครนประเภทนี้พังมาแล้วหลายครั้ง จากการที่ตนเองได้ใช้กล้องส่องทางไกลส่องดู ยิ่งเห็นว่ามีข้อต่อเยอะและเป็นโพรง ทำให้เกิดการสั่นหรือเสียสมดุลได้ง่าย

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดจากความประมาทของคนขับเครน แต่แม้ว่าจะประมาทอย่างไรก็ตาม แต่ปัญหาหลักอาจเกิดจากเครนที่ใช้งานมานานหลายกิโลเมตรเเล้วไม่มีการซ่อมบำรุง จึงอยากเเนะนำเจ้าภาพให้ไปสืบหาความจริงด้านนี้ ซึ่งตนเองได้ส่งสัญญาณเรื่องนี้มาตั้งแต่ก่อนทำการเมืองแล้ว ในการรวบรวมรายชื่อออกกฎหมายความปลอดภัยด้านสาธารณะ เพื่อให้มีผู้เชี่ยวชาญกลางมาตรวจสอบสาเหตุที่เกิดขึ้น

นายสุชัชวีร์ ให้ความเห็นว่า แรงสั่นสะเทือนของรถไฟที่ขับผ่านในช่วงเวลาก่อสร้างส่งผลกระทบน้อยมากกับการที่เครนจะหล่นลงมา หรือแทบไม่มีผลเลย ซึ่งตนเองมองว่าการเสียสมดุลของเครนน่าจะเกิดก่อนที่รถไฟจะวิ่งผ่าน เเละเมื่อรถไฟวิ่งผ่านมาพอดีจึงทำให้เกิดเหตุขึ้น กรณีนี้เป็นความน่าอับอาย โดยหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบนั้นน่าจะต้องเจ้าของงานโดยตรง ผู้รับเหมารายย่อย เจ้าของเครน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ใครจะเป็นคนหาคนมารับผิดชอบเรื่องนี้”

ตนเองอยู่ในแวดวงวิศวกรได้เห็นความตายจากภัยพิบัติมามาก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคนผิดมักจะลอยนวลเนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ และเมื่อเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องต่อศาลต้องดูหลักฐานประกอบเมื่อหลักฐานไม่เพียงพอก็โยนไปว่า “เป็นอุบัติเหตุ โดยไม่มีใครคาดการณ์มาก่อน” ส่วนความเสียหายก็ไปฟ้องร้องกับบริษัทประกัน ทำให้ผู้สูญเสียและผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ในต่างประเทศมีองค์กรที่เรียกว่า "องค์กรเพื่อความปลอดภัยเพื่อสาธารณะ" ที่เป็นองค์กรอิสระ เพื่อเข้ามาตรวจสอบสาเหตุและจะไม่มีการยอมให้หรือถอนใด ๆ ก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้ามาตรวจสอบเพื่อดูหลักฐานทั้งหมดก่อน ซึ่งในประเทศไทยไม่มีองค์กรแบบนี้

ตนเองมีแนวนโยบายที่จะผลักดันองค์กรดังกล่าวให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ขอให้ประชาชนเข้ามาร่วมกันลงชื่อ รวมถึงทุกพรรคการเมืองเข้ามาผลักดันเพื่อที่จะมีเจ้าภาพโดยจะมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรมทางด้านกฎหมายแพทย์และประชาชนทางด้านแพทย์เเละประชาชน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างหรือหน่วยงานใดลงมาดู และเมื่อเก็บหลักฐานหาสาเหตุเพื่อนำผู้กระทำผิดมาลงโทษทั้งทางอาญาและแพ่งเหมือนกับต่างประเทศ แต่วันนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยกลับไม่เข็ดหลาบ ขณะนี้หลักฐานหายหมดแล้ว ดังนั้นจำเป็นจะต้องมีการป้องกันตั้งแต่เริ่มต้นโครงการต่าง ๆ ในขณะเดียวกันต้องการให้รัฐเยียวยาดูแลผู้สูญเสียอย่างเต็มที่ เพราะจะรอเรียกค่าเสียหายจากภาคเอกชนก็จะโยนให้กับบริษัทประกัน ถือว่าไม่มีความยุติธรรมกับผู้สูญเสีย

นายสุชัชวีร์ ยังตั้งข้อสังเกตว่ามีการปล่อยให้กลุ่มผู้รับเหมาทั้งที่เกิดขึ้นตึก สตง.ถล่ม ยังเข้ามารับโครงการใหญ่มูลค่ามหาศาลจนเกิดความเสี่ยง ตอนนี้จะอ้างเรื่องสัญญาไม่ได้ เพราะเคยเกิดเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตมาแล้ว ดังนั้นกรณีนี้จึงไม่ควรเกิดขึ้นอีก ซึ่งตนเองห่วงเครนประเภทนี้มาก เพราะเกิดเหตุในลักษณะคล้ายกับในพื้นที่ย่านลาดกระบังในช่วงปี 2566

ขณะที่หลักความปลอดภัยสากลว่า เวลามีการปรับเรื่องโครงสร้างใหญ่ที่อันตรายเหนือหัวต้องไม่มีกิจกรรมข้างล่าง ไม่ใช่แค่รถไฟผ่าน แม้กระทั่งรถขนของหรือคนเดินก็ผ่านไม่ได้ พร้อมกับตั้งคำถาม 5 ข้อ ที่รัฐจะต้องให้คำตอบ

1.มีกิจกรรมก่อสร้างได้อย่างไรในขณะรถไฟวิ่งผ่าน

2.ผู้รับเหมาเป็นเครือเดียวกับที่รับการก่อสร้างที่ตึก สตง.พิสูจน์แล้วว่าทำให้เกิดความเสียหาย แล้วเข้ามาดำเนินการในโครงการนี้ได้อย่างไร

3.สาเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากการเร่งรัดการทำงานก่อสร้างใช่หรือไม่

4.ไม่มีเจ้าภาพรับผิดชอบ ไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลให้การรถไฟแห่งประเทศไทยไปสืบหาข้อเท็จจริง เพราะไม่มีที่ใดในโลกให้เจ้าของงานไปสืบหาสาเหตุ

5.จำเป็นต้องมีเจ้าภาพกลางในการตรวจสอบเรื่องนี้ โดยเฉพาะควรจะมีกฎหมายความปลอดภัยด้านสาธารณะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...