โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ทราบชื่อแล้ว 1 ราย! ผู้เสียชีวิตเหตุเครนถล่มพระราม2 เร่งเคลียร์กู้ร่าง

Amarin TV

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร ลงพื้นที่ เครนถล่มถนนพระราม 2 ขาออก เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 2 ราย เร่งเคลียร์กู้ร่างผู้เสียชีวิตให้ได้ภายในวันนี้ ทราบชื่อแล้ว 1 ราย

ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร ลงพื้นที่ เครนถล่มถนนพระราม 2 ขาออก เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 2 ราย เร่งเคลียร์กู้ร่างผู้เสียชีวิตให้ได้ภายในวันนี้ ทราบชื่อแล้ว 1 ราย

จากกรณีเกิดเหตุเครนถล่มบนถนนพระราม 2 ขาออก ช่องเลนด่วน บริเวณหน้าโรงแรมปารีส เมื่อเวลาประมาณ 09.15 น. เครนและแผ่นปูนขนาดใหญ่หล่นทับรถยนต์ที่สัญจรผ่าน ส่งผลให้รถกระบะ 2 คันได้รับความเสียหายอย่างหนัก เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบผู้บาดเจ็บและผู้ติดค้างภายในรถ

ต่อมาเวลา 09.30 น. หน่วยกู้ภัยเข้าถึงพื้นที่ พบรถกระบะทั้ง 2 คันถูกเครนและแผ่นปูนทับ สภาพพังยับเยิน ก่อนยืนยันเมื่อเวลา 09.45 น. ว่ามีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในรถ 2 ราย

นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ลงพื้นที่ตรวจสอบ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย นำส่งโรงพยาบาลแล้ว ส่วนผู้เสียชีวิต 2 ราย ยังไม่สามารถนำร่างออกจากซากรถได้ เนื่องจากมีเครนและแผ่นปูนขนาดใหญ่ทับอยู่ จำเป็นต้องประสานรถเครนขนาดใหญ่ 2 คัน ซึ่งกำลังเคลื่อนมาจากบางนา คาดว่าจะสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้ในช่วงบ่ายวันนี้

สำหรับสาเหตุเบื้องต้น คาดว่าอาจเป็นผลพวงจากการทำงานในช่วงเวลากลางคืน เนื่องจากจุดเกิดเหตุเป็นโครงการก่อสร้างทางด่วน M82 ซึ่งอนุญาตให้ทำงานเฉพาะช่วงกลางคืน ส่วนสาเหตุที่แท้จริงของการถล่ม ต้องรอผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้ บริษัทที่รับผิดชอบงานก่อสร้างในจุดดังกล่าว คือ อิตาเลียนไทย

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยปลัดกระทรวงและอธิบดี เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเครนถล่มถนนพระราม 2 ในช่วงบ่ายวันนี้ เพื่อกำชับมาตรการความปลอดภัยและติดตามการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบต่อไป

สำหรับเมื่อคืนที่ผ่านมา บริเวณจุดเกิดเหตุไม่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน เนื่องจากเป็นไปตามประกาศของกรมทางหลวง ที่กำหนดให้ปิดการจราจรในช่วงเวลา 19.00 น. ถึง 05.00 น. ขณะนี้วิศวกรของโครงการได้เข้าตรวจสอบรายละเอียดของโครงสร้างทั้งหมดแล้ว

ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการยกเครนออกจากพื้นที่ โดยหากสามารถยกลงทั้งระบบจะใช้เวลาน้อยกว่า แต่หากจำเป็นต้องตัดแยกเป็นชิ้นส่วนจะใช้เวลานานขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้เตรียมตัดกระแสไฟฟ้าทั้งระบบ พร้อมประชาสัมพันธ์แจ้งประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงให้รับทราบล่วงหน้า

ขณะเดียวกัน จะมีการปิดการจราจรทั้งระบบ และในช่วงบ่ายวันนี้จะนำรถเครนน้ำหนัก 550 ตัน เข้าพื้นที่ เพื่อยกเครนและตัดแยกชิ้นส่วน จากนั้นจะดำเนินการกู้ร่างผู้เสียชีวิตที่อยู่ภายในรถทั้งสองคันออกมาให้ได้ภายในวันนี้

สำหรับผู้เสียชีวิต ขณะนี้ทราบชื่อแล้ว 1 ราย คือ นายสมพงษ์ ศรีสุข ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ คนขับรถกระบะตู้ทึบ ทะเบียน 2 ฒว 3739 กรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อญาติได้

ส่วนผู้เสียชีวิตอีกราย เป็นคนขับรถกระบะตู้เย็น ยังไม่ทราบชื่อ เนื่องจากรถถูกก้อนปูนทับอยู่ ทราบเพียงทะเบียนรถ 3 ฒห 950 แต่ยังไม่ทราบหมวดจังหวัด โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการพิสูจน์ตัวบุคคลต่อไป

ขณะที่การจราจรตรงบริเวณนี้ตั้งแต่เกิดเหตุ การจราจรหนาแน่นและค่อนข้างติดขัดหนักมาก ตั้งแต่พระราม 2 ขาออก ช่วงก่อนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน จนมาถึงบริเวณหน้าโรงแรมปารีส ช่วงกิโลเมตรที่ 30+300 ถึง 30+400 ส่งผลให้ต้องปิดการจราจรบางช่องทาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมพื้นที่และเร่งเคลียร์ซากเครน รวมถึงตรวจสอบความปลอดภัย

ล่าสุด หรือ ปภ. ออกข้อความแจ้งเตือนประชาชน ขอให้หลีกเลี่ยงการใช้ถนนพระราม 2 บริเวณดังกล่าว ทั้งขาเข้าและขาออกกรุงเทพมหานคร เนื่องจากยังมีความเสี่ยงและอาจเกิดการจราจรติดขัดสะสมเป็นวงกว้าง

แนะนำเส้นทางเลี่ยงการจราจร

• ผู้ที่จะเดินทางเข้า-ออกกรุงเทพฯ ให้เปลี่ยนไปใช้ ถนนเพชรเกษม

• หรือเลือกใช้ ถนนบรมราชชนนี แทน เพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่เกิดเหตุและลดความล่าช้าในการเดินทาง

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และวางแผนการเดินทางล่วงหน้า จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและเปิดการจราจรได้ตามปกติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...