โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

3 สูตรผสมสี “รัฐบาลใหม่” ลุ้นภูมิใจไทยสู่ขอ “เจ้าสาว” “แดง-ส้ม” จะมงลงที่ใคร?

อีจัน

อัพเดต 09 ก.พ. เวลา 17.37 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. เวลา 10.37 น. • อีจัน

วันนี้ (9 ก.พ.69) รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ให้สัมภาษณ์รายการ “เปิดปาก” ช่องไทยรัฐ ระบุถึงการเลือกตั้งปี 2569 คะแนนนำอันดับ 1 เป็นของพรรคภูมิใจไทย (ภจท.) เพื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยจะมีการรวมเสียง สส. พรรคร่วมเป็นอย่างไรนั้น

สูตรที่ 1 : น้ำเงิน–แดง–เขียว
สูตรนี้มีความเป็นไปได้มากที่สุด เพราะทั้ง 3 พรรคร่วมกันได้ เพราะเป็นรากเหง้าเดียวกัน และอาจประกอบด้วยพรรคเล็กพรรคน้อยเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย เพียงแค่สองพรรคหลักก็มีเสียงเกินครึ่งแล้ว แต่ยังไม่พอสำหรับเสถียรภาพ จึงต้องเสริมให้แข็งแรงขึ้น สูตรนี้จะทำให้เสียงรวมประมาณ 325 เสียง ฝ่ายค้านเหลือราว 100 กว่าเสียง และหากดึงพรรคเล็กมาเพิ่มก็จะไม่มากจนเกินไป ถือเป็นสูตรที่มีเสถียรภาพสูง

สูตรที่ 2 : น้ำเงิน–เขียว–พรรคเล็ก
หลายคนมองว่าสูตรนี้ไม่จำเป็นต้องเอาแดงเข้ามา เพราะจะทำให้เกิดปัญหาตามมา หากเอาแดงเข้ามาในสูตรที่ 1 จะต้องขีดเส้นหลายเรื่องที่ยังค้างคา เช่น ประเด็น ส.ว. หรือเขากระโดง ว่าจะวางกันอย่างไร แต่สูตรที่ 2 ไม่ต้องขีดเส้น เพราะไม่มีแดง อาจเติมฟ้าหรือพรรคเล็กเข้าไปอีกเล็กน้อย ก็น่าจะไปได้

อย่างไรก็ตาม สูตรนี้มีความเสี่ยงเรื่องเสถียรภาพ คล้ายรัฐบาลปี 2562 เพราะพรรคเล็กพรรคจิ๋วจะมีอำนาจต่อรองสูงและต่อรองไม่หยุด เนื่องจากรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ลำพังน้ำเงินกับเขียวมีประมาณ 251 เสียง จำเป็นต้องพึ่งพรรคเล็ก และผลที่ตามมาคือ ส้มกับแดงจะถูกผลักให้ไปผนึกกำลังกันอีกครั้ง กลายเป็นฝ่ายค้านที่แข็งแรง

สูตรที่ 3 : สูตรเปลี่ยนใจ (น้ำเงิน–ส้ม–ฟ้า)
สูตรนี้แท้จริงอยู่ในแนวคิดสูตรที่ 2 เดิม เพียงแต่เปลี่ยนชื่อ เพราะขึ้นกับการ “เปลี่ยนใจ” ของส้ม หากส้มเปลี่ยนใจ เท่ากับส้มจบในทางการเมืองรอบนี้ แต่ไม่แน่ว่าจะจบวันนี้เพื่อเกิดใหม่ในอนาคต อาจรอการตั้งพรรคใหม่ก็เป็นไปได้

ทั้งนี้ การจะออกสูตรไหน ขึ้นกับปัจจัย 4–5 ประการ 1.กติการัฐธรรมนูญ วันนี้ถือว่าเป็นการแหกกรอบรัฐธรรมนูญ 60 เพราะไม่เคยมีพรรคอันดับสองตั้งรัฐบาลได้ แต่วันนี้เกิดขึ้นแล้ว 2.ธรรมชาติการเมืองไทย การย้ายขั้วต้องมีสัญญาใจ ไม่ได้ยึดอุดมการณ์แบบต่างประเทศ แต่เป็นเรื่องโควตา เก้าอี้ และผลประโยชน์ 3.ผู้เล่นนอกสนาม หรือผู้นำทางจิตวิญญาณที่มีบทบาทในเกมการเมือง 4.คะแนนเสียงของประชาชนที่แต่ละพรรคได้รับ และ 5.องค์กรกำกับการเมือง ทั้ง กกต. การรับรองผล และคดีความต่าง ๆ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” (NIDA Poll) กล่าวว่า สำหรับอายุของรัฐบาลภายใต้การนำของภูมิใจไทยนั้น ไม่ว่าสูตรไหน รัฐบาลชุดนี้อยู่ไม่ครบเทอม และไม่ถึง 4 ปี จะมีการเลือกตั้งใหม่ภายในช่วงคริสต์มาสปี 2571 โดยปีแรกจะเป็นปีแห่งความสุข อยู่กันอย่างราบรื่น พอปีที่สองจะเริ่มปรับ ครม. สับเก้าอี้ แบ่งปันความสุข พอปีที่สาม ทุกฝ่ายอยากได้ความสุขมากขึ้น แต่ผู้ให้ไม่สามารถให้ได้ครบ จะเริ่มเกิดความปั่นป่วน สุดท้ายจะนำไปสู่การยุบสภา

“เหตุผลสำคัญคือ ส.ส. ในพรรคภูมิใจไทยปัจจุบัน ไม่ใช่ภูมิใจไทยแฟมิลี่ทั้งหมด ของแท้จริงอาจมีเพียงราว 70 คน ที่เหลือเป็นกลุ่มใหม่ พร้อมจะแยกตัวได้ทุกเมื่อ หากบ้านหลังนี้อยู่แล้วไม่มีความสุข สรุปคือ ไม่ครบเทอมแน่นอน ภายในปี 2571 ส่วนประชามติผ่านหรือไม่ ไม่ผ่าน ยังไงก็ไม่ผ่าน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...