“กล้าธรรม” รอ “ภูมิใจไทย” เทียบเชิญร่วมรัฐบาล คาดภายในสัปดาห์นี้ ยันไม่มีเงื่อนไข มองนโยบายไปทางเดียวกัน
(9 ก.พ. 69) ที่ทำการพรรคกล้าธรรม น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม แถลงขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชน ที่ให้ความเคลื่อนไหวกับทางพรรคกล้าธรรม พร้อมเปิดเผยถึงตัวเลข ตอนนี้นิ่งอยู่ 57 ถึง 59 ต้องรอผลอย่างเป็นทางการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่วนที่ตั้งเป้าหมายไว้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ไว้วางใจให้พรรคกล้าธรรมในครั้งนี้ ในส่วนของเก้าอี้คาดว่าจะได้ที่คิดไว้คือประมาณ 10 กว่าที่นั่ง ซึ่งจะครอบคลุมทุกจังหวัด
ทางพรรคคาดหวังว่าจะได้จำนวน สส. เป็นเรื่องการสำรวจความนิยม หากได้ฟังบทสัมภาษณ์ของร้อยเอกธรรมนัส ก็จะประมาณตัวเลขไว้คือ 50 บวก
ในส่วนของยุทธศาสตร์ของพรรคถือว่าเข้าเป้าหรือไม่เพราะก่อนหน้านี้เห็นว่ากระแสดูเงียบ ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ ระบุว่า ได้พูดไปอีกหลายเวที ว่าพรรคกล้าธรรม เป็นพรรคใหม่ที่เพิ่งลงสมัคร และส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งครั้งแรก ดังนั้นการที่เราไม่เหมือนพรรคการเมืองเก่าที่ทำงานมานาน จึงมีความนิยมกับพี่น้องประชาชนเป็นลำดับสูง พรรคกล้าธรรม เป็นพรรคน้องใหม่ ที่ต้องลงพื้นที่ในการพิสูจน์ตัวเอง ดังนั้นถือเป็นข้อดีของพรรคไม่ว่าจะเป็นผู้สมัคร สส. หรือผู้บริหารของพรรค เราให้ความสำคัญในการลงพื้นที่ไปเจอพี่น้องประชาชน
ที่ผ่านมา ร.อ.ธรรมนัส ได้ลงพื้นที่ไปปราศรัย ก็จะเห็นว่าพี่น้องประชาชน ให้ความสำคัญทุกเวที ซึ่งจุดนี้ถือว่าเป็นการสื่อสารอีกแบบ และเป็นการสื่อสารตรงไปถึงประชาชนเจ้าของพื้นที่ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าสิ่งที่พรรคกล้าธรรมนำเสนอเป็นนโยบายจะถูกต้อง และตรงใจกับปัญหาของพี่น้องประชาชน ดังนั้น การทำโพลสำรวจของสถาบันโพลใดก็แล้วแต่ อาจมองไม่เห็นความนิยมตรงนี้ของพรรค จึงทำให้ประเมินพรรคกล้าธรรมต่ำกว่าความเป็นจริงไปเยอะ ตนมองว่านโยบายอย่างเดียวจับต้องได้ยาก หากไม่มั่นใจในตัวของผู้สมัครที่จะต้องเป็นคนนำเอานโยบายนั้นไปถึงพี่น้องประชาชน
ส่วนเรื่องการติดต่อจากพรรคภูมิใจไทยนั้น ส่วนนี้ต้องรอให้พรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล รอการเดินทาง หรือการสื่อสารตรงมาถึงผู้บริหารพรรคกล้าธรรม ส่วนเรื่องสัญญาณ คงต้องรอให้ผู้บริหารหารือ และประชุมกันก่อน แต่ตนเชื่อว่าการร่วมรัฐบาล ก็เป็นเรื่องที่ตรงไปตรงมา ฝ่ายที่เป็นพรรคที่มีจำนวน สส. มากที่สุด คือ พรรคภูมิใจไทย ก็คงต้องประชุม พิจารณากลั่นกรองว่าจะเชิญพรรคการเมืองใดบ้างร่วมรัฐบาล ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น หากมีการเทียบเชิญมาที่พรรคกล้าธรรม ทางพรรคจะเสนอให้สื่อมวลชนทราบต่อไป
ตนเคยประกาศไว้ในช่วงหาเสียง ว่า ในความวุ่นวายของประเทศที่มีต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน พรรคกล้าธรรมขอก้าวข้ามความขัดแย้งเหล่านี้ ดังนั้น พรรคการเมืองใดก็แล้วแต่ที่มีนโยบายที่ทำแล้วเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ และพี่น้องประชาชน พรรคกล้าธรรมเราไม่ปฏิเสธ เชื่อว่านโยบายดีๆ ที่พรรคภูมิใจไทยนำเสนอ รวมไปถึงแนวนโยบายพรรคกล้าธรรมที่มุ่งเน้นเรื่องการขจัด และแก้ไขปัญหาให้พี่น้องฐานราก คงเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
พร้อมยืนยันว่า พรรคกล้าธรรมไม่มีเงื่อนไข ตราบใดที่พรรคการเมืองนั้นๆ แสดงเจตจำนงชัดเจน แน่วแน่ ว่าจะทำประโยชน์ให้พี่น้องประชาชน และประเทศชาติ ส่วนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น หากฝ่ายรัฐบาลเดินหน้า ก็พร้อมสนับสนุน เรื่องใดก็แล้วแต่ที่เป็นเสียงพี่น้องประชาชนสะท้อนมา พรรคกล้าธรรมก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคภูมิใจไทย มีแนวโน้มจะมาสู่ขอในวันนี้หรือไม่ น.อ อนุดิษฐ์ ตอบว่า ยังไม่รู้ ทุกคนคงอยากเห็นผลคะแนนอย่างเป็นทางการก่อน เพราะหากผลคะแนนชัดเจน ครบถ้วน ก็ถือเป็นความชอบธรรม ซึ่งโดยปกติแล้ว จะมาประมาณช่วงหลังผลการเลือกตั้งนิ่งแล้ว ตนคาดว่าภายในสัปดาห์นี้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีพื้นที่จังหวัดใดบ้างที่ไม่คาดคิดว่าจะได้รับคะแนนเสียง โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ถือว่าได้คะแนนเสียงเหนือความคาดหมาย ทางพรรคมีการประเมินไว้หรือไม่ ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ ยืนยัน คงเป็นคำตอบเดิม เนื่องจากพรรคคัดเลือกตัวแทนผู้สมัคร โดยให้ความสำคัญ และตัวแทนผู้สมัครเองนั้น ก็รับนโยบายในการลงหาเสียงด้วยการลงไปเจอพี่น้องประชาชน ตนเชื่อว่าผู้สมัครของพรรค ก่อนได้รับเลือกตั้งมีโอกาสปราศรัย พบปะพี่น้องประชาชน และการวัดผลความนิยมในปัจจุบันก็มีวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ว่าจุดอ่อนคืออะไร จุดแข็งคืออะไร และกระบวนการในการที่จะเพิ่มจุดแข็งจุดอ่อนทำอย่างไร ซึ่งร้อยเอก ธรรมนัส พูดเสมอว่า “หากเราจะไปรบ ถ้ารู้เขา รู้เรา โอกาสที่จะชนะก็จะมีสูง”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ในเมื่อประชาชนเลือก และไว้วางใจพรรคกล้าธรรมแล้ว ทางพรรคมีวิธีรักษาคะแนนเสียงให้ประชาชนเชื่อมั่นในพรรค ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ ระบุว่า ตนคิดว่าวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นของพรรค เราอาจจะมาจากพรรคการเมืองอื่น แต่ผลการเลือกตั้งจะสะท้อนสิ่งที่ตนพูดได้ดี คือ สส. ที่เคยเป็น สส. และมาสังกัดพรรคกล้าธรรมยังอยู่ ขาดไปเพียง 1 - 2 คน เท่านั้น ที่สอบตก ดังนั้น ในวันนี้พี่น้องประชาชนไว้ใจให้กับพรรคกล้าธรรม ทางพรรคได้มีโอกาสทำงาน ก็จะใช้โอกาสนี้อย่างเต็มที่และเป็นสัญญาประชาคมสำคัญที่ผู้แทนของพรรคต้องทำงานหนัก
ส่วนกรณีที่หลายคนครหาว่าพรรคกล้าธรรม จากสีเขียวเป็นสีเทานั้น น.อ. อนุดิษฐ์ ยืนยัน “วันนี้เป็นข้อพิสูจน์แล้วว่าสีเทาที่เขาพูด ไม่มีพรรคกล้าธรรมมีแต่สีเขียว ที่เขียวขจีซะด้วย”