TCMC โชว์รายได้ 7.7 พันล้าน ขาดทุนสุทธิลดลง ปี'65 ลุ้นออร์เดอร์พรมโต 20%
ทีซีเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน (TCM Corporation) หรือ TCMC เผยผลประกอบการปี 2564 ยังคงทำรายได้กว่า 7.74 พันล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 120 ล้านบาท ผลกระทบจากโควิด โดยเฉพาะกลุ่มท่องเที่ยวและธุรกิจบริการ วิกฤตการณ์ขนส่งทั่วโลก การขาดแคลนแรงงานและขึ้นราคาของวัตถุดิบทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เดินหน้าปรับประสิทธิภาพการผลิต มั่นใจธุรกิจพรมผ่านจุดต่ำสุด หวังกลับมาทำกำไรได้อีกครั้งเพื่อร่วมฉลองบริษัทครบรอบ 55 ปี
วันที่ 2 มีนาคม 2565 นางสาวปิยพร พรรณเชษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีซีเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TCMC เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทในปี 2564 มีรายได้จากการขายและบริการ 7,744.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.02% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 6,792.40 ล้านบาท และมี EBITDA 248.85 ล้านบาท ลดลง 46.78% และมีผลขาดทุนสุทธิ 120.11 ล้านบาท ต่ำกว่างวดเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 0.11 ล้านบาท คิดเป็นขาดทุนสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ 152.85 ล้านบาท
“สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2564 โรคระบาดโควิด-19 ยังคงมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ กลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ขนส่งทั่วโลก การขาดแคลนแรงงานและขึ้นราคาวัตถุดิบ อย่างไรก็ตามในปีนี้บริษัทครบรอบ 55 ปี เรายังคงเดินหน้าปรับกลยุทธ์และแผนการเติบโตของแต่ละกลุ่มธุรกิจตามสภาพตลาดที่ทยอยฟื้นตัว ทั้งในกลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ และอื่น ๆ
นอกจากนี้บริษัทปรับกลยุทธ์เปลี่ยนผู้บริหารสูงสุดของกลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ และกลุ่มวัสดุปูพื้น เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในการทำธุรกิจ เพื่อให้บริษัทมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วขึ้น” นางสาวปิยพร กล่าว
ชี้กลุ่มเฟอร์นิเจอร์ยังขยายตัว
ในปี 2564 กลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ (TCM Living) มีรายได้เพิ่มขึ้น 33.07% จากวิถีชีวิตใหม่ (new normal) และแนวโน้มการเติบโตของบ้านในประเทศอังกฤษ
แต่บริษัทยังไม่สามารถควบคุมต้นทุนได้เต็มที่ สาเหตุมาจากวิกฤตการณ์ระบบขนส่งที่เกิดขึ้นทั่วโลกยังไม่ฟื้นตัว และราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น รวมถึงการขาดแคลนแรงงานในระบบอุตสาหกรรมและการขนส่งระหว่างประเทศที่เป็นปัญหายืดเยื้อมานาน
นอกจากนี้กลุ่มธุรกิจมีค่าใช้จ่ายการขายและบริหารรวมกันเป็นจำนวน 852.74 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นจากการเปิดร้านค้าปลีก Arlo & Jacob ทั้ง 5 สาขา ที่เพิ่งเข้าซื้อกิจการในไตรมาส 2/64 รวมถึงค่าขนส่งที่สูงขึ้นทั้งค่าธรรมเนียมและค่าน้ำมันเมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ กลุ่มธุรกิจมีผลขาดทุนสุทธิที่ 75.09 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 34.45 ล้านบาท
ปรับกลยุทธ์ lean ลดต้นทุนองค์กร
นางสาวปิยพรกล่าวว่า ปี 2564 ธุรกิจโรงแรมซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก บางส่วนจะกลับมาเริ่มเปิดดำเนินการแล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังคงได้รับผลกระทบจากโควิดทำให้ยอดขายกลุ่มวัสดุปูพื้น (TCM Flooring) ลดลง เนื่องจากการผลิตพรมโรงแรมใช้เวลานาน ทำให้ปี 2563 มีรายได้จากลูกค้าที่เป็นคำสั่งซื้อต่อเนื่องมาจากปีก่อนเกิดโควิด แต่ปี 2564 ไม่มีคำสั่งซื้อยกมา (ไม่มี backlog) เนื่องจากลูกค้ากลุ่มโรงแรมยังไม่ฟื้น บริษัทปรับตัวโดยเน้นการขายในกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่าหรืองานที่มีการวางแผนงบประมาณไว้ล่วงหน้าแล้ว เช่น งานที่พักอาศัย อาคาร สำนักงาน ศูนย์ประชุมนานาชาติ สนามบินนานาชาติ
อย่างไรก็ดี บริษัทก็ได้ดำเนินการปรับปรุงประสิทธิภาพทั้งเครื่องจักรและบุคลากร รวมถึงการหาช่องทางการขายใหม่ ๆ และตลาดใหม่ ที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่า ซึ่งจะเห็นผลของการดำเนินงานได้ในปี 2565
ขณะเดียวกัน จากการควบคุมต้นทุนและปรับปรุงประสิทธิภาพองค์กร lean อย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถทำอัตรากำไรขั้นต้นได้ 36.345% ใกล้เคียงกับปีก่อน ถึงแม้รายได้จะลดลง 23.8% โดยปี 2564 มีค่าใช้จ่ายการขายและบริหาร 671.91 ล้านบาท ต่ำกว่างวดเดียวกันของปีก่อนที่ทำไว้ 813.46 ล้านบาท จากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของการทำงานเพื่อลดจำนวนพนักงานให้สอดคล้องกับปริมาณงานที่มีอยู่ และมีการควบคุมค่าใช้จ่ายให้มากขึ้นเพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงิน เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ ทำให้กลุ่มธุรกิจวัสดุปูพื้นมีผลขาดทุนสุทธิ 118.71 ล้านบาท
พรม-ผ้าหุ้มเบาะรถยนต์ดันกำไรเพิ่ม
จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทยและต่างประเทศ ทำให้กลุ่มธุรกิจธุรกิจพรมและผ้าหุ้มเบาะรถยนต์ (TCM Automotive) มียอดขายสูงขึ้นตามแนวโน้มอุตสาหกรรมที่มีการเติบโต โดยกลุ่มธุรกิจมีรายได้และกำไรเพิ่มขึ้นชัดเจน คิดเป็น 12.07% มีอัตรากำไรขั้นต้นได้ 21.75%
แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้มีปัญหาการขาดแคลนชิพประมวลผลในช่วงไตรมาส 2/64 และ 3/64 ทำให้เกิดผลกระทบต่อธุรกิจผลิตรถยนต์ทั่วโลก รวมถึงปัญหาจากโรงงานผลิตรถยนต์ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีบางแห่งต้องปิดทำการชั่วคราวจากการระบาดในบางพื้นที่ ทำให้กระทบกับยอดส่งออกของบริษัทค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสูงขึ้น จากการขยายตลาดสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ ส่งผลให้กลุ่มธุรกิจมีผลกำไรสุทธิ 73.69 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมากลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ มีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 70.53% สูงขึ้นจากงวดเดียวกันของปี ก่อนที่มีสัดส่วน 60.44% ของรายได้จากการขายและบริการทั้งหมด, กลุ่มธุรกิจวัสดุปูพื้นมีสัดส่วนคิดเป็น 20.02% ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีสัดส่วน 29.95% ในขณะที่ กลุ่มธุรกิจพรมและผ้าหุ้มเบาะรถยนต์ มีสัดส่วนคิดเป็น 9.45% ต่ำกว่างวดเดียวกันของปีก่อนที่มีสัดส่วน 9.61%
ปี 2565 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 20% และทำให้กลุ่มบริษัทกลับมาทำกำไรอีกครั้งหนึ่ง โดยมีสัญญานให้เห็นจากกลุ่มธุรกิจที่ชะลอตัวในปี 2564 เริ่มได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้ามาแล้วไม่น้อยกว่า 30% ของประมาณการยอดขายปี 2565
นอกจากนี้ เราได้ปิดดีลกับสนามบินนานาชาติสองดีลใหญ่ ได้แก่ สนามบินชางงี ประเทศสิงคโปร์ กับสนามบินสุวรรณภูมิของไทย และศูนย์ประชุมนานาชาติที่เราจะทยอยส่งมอบภายในปี 2565 และคาดหวังที่จะเห็นการฟื้นตัวของกลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม อุตสาหกรรมรถยนต์ และกลุ่มเฟอร์นิเจอร์