โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ศาลจังหวัดฝางสั่งคุกอ่วม 10-20 ปี แก๊ง"ซิมผี"

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวเวิร์คพอยท์

(8 ต.ค. 69) พ.ต.อ. เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม (ผกก.4 บก.ป.) เปิดเผยผลการดำเนินคดีครั้งสำคัญ หลังศาลจังหวัดฝางมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกกลุ่มผู้ต้องหาแก๊ง“ซิมผี”ที่ร่วมกันลวงเด็กนักเรียนในพื้นที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ สแกนใบหน้าและบัตรประชาชนเพื่อนำไปลงทะเบียนซิมการ์ดส่งให้แก๊งสแกมเมอร์

คดีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ศูนย์ต่อต้านภัยไซเบอร์ (ACSC) ร่วมกับกองปราบปราม สืบสวนจับกุมกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันแอบอ้างทำกิจกรรมในโรงเรียน ก่อนจะล่อลวงให้นักเรียนลงทะเบียนซิมการ์ดเพื่อนำไปใช้ในทางทุจริต

ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ศาลจังหวัดฝางได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ และคดีหมายเลขแดง ลงโทษจำเลยทั้ง 4 รายอย่างเด็ดขาด ดังนี้

จำเลยที่ 1 (ห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งหนึ่ง): ศาลสั่งปรับเป็นเงิน 1,000,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงเหลือโทษปรับ 500,000 บาท

จำเลยที่ 2 (น.ส.เอ - นามสมมติ): ศาลตัดสินลงโทษจำคุก 20 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงเหลือโทษจำคุก 10 ปี

จำเลยที่ 3 (น.ส.บี - นามสมมติ / ลูกจ้าง): ศาลตัดสินลงโทษจำคุก 20 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงเหลือโทษจำคุก 10 ปี

จำเลยที่ 4 (นายซี - นามสมมติ / พนักงานขายของบริษัทแห่งหนึ่ง): ให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน แต่ทางสืบสวนและพยานหลักฐานชี้ชัดว่าจำเลยเป็นผู้ริเริ่มและนำพาไปจัดกิจกรรมล่อลวงเด็ก ศาลจึงตัดสินลงโทษจำคุกเป็นเวลา 20 ปี โดยไม่มีการลดหย่อนโทษ

สำหรับพฤติการณ์ของแก๊งนี้จะร่วมกันเข้าไปจัดกิจกรรมล่วงรู้ภัยไซเบอร์หรือแจกซิมการ์ดในสถานศึกษา ก่อนอาศัยจังหวะดังกล่าวให้เด็กนักเรียน นำบัตรประชาชนและสแกนใบหน้าเพื่อลงทะเบียนซิมการ์ดจำนวนมากโดยที่เด็กไม่รู้เรื่อง แล้วนำซิมการ์ดเหล่านี้ส่งต่อไปยังเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการโทรหลอกลวงเหยื่อ

เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีในข้อหาหนักหลายข้อหา ทั้งร่วมกันเป็นธุระจัดหาเพื่อให้มีการซื้อ-ขายหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ลงทะเบียนในนามบุคคลอื่นแต่ระบุตัวผู้ใช้จริงไม่ได้, ร่วมกันครอบครองหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำให้ระบุตัวตนได้โดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในทางอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...