ศาลจังหวัดฝางสั่งคุกอ่วม 10-20 ปี แก๊ง"ซิมผี"
(8 ต.ค. 69) พ.ต.อ. เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม (ผกก.4 บก.ป.) เปิดเผยผลการดำเนินคดีครั้งสำคัญ หลังศาลจังหวัดฝางมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกกลุ่มผู้ต้องหาแก๊ง“ซิมผี”ที่ร่วมกันลวงเด็กนักเรียนในพื้นที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ สแกนใบหน้าและบัตรประชาชนเพื่อนำไปลงทะเบียนซิมการ์ดส่งให้แก๊งสแกมเมอร์
คดีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ศูนย์ต่อต้านภัยไซเบอร์ (ACSC) ร่วมกับกองปราบปราม สืบสวนจับกุมกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันแอบอ้างทำกิจกรรมในโรงเรียน ก่อนจะล่อลวงให้นักเรียนลงทะเบียนซิมการ์ดเพื่อนำไปใช้ในทางทุจริต
ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ศาลจังหวัดฝางได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ และคดีหมายเลขแดง ลงโทษจำเลยทั้ง 4 รายอย่างเด็ดขาด ดังนี้
จำเลยที่ 1 (ห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งหนึ่ง): ศาลสั่งปรับเป็นเงิน 1,000,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงเหลือโทษปรับ 500,000 บาท
จำเลยที่ 2 (น.ส.เอ - นามสมมติ): ศาลตัดสินลงโทษจำคุก 20 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงเหลือโทษจำคุก 10 ปี
จำเลยที่ 3 (น.ส.บี - นามสมมติ / ลูกจ้าง): ศาลตัดสินลงโทษจำคุก 20 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงเหลือโทษจำคุก 10 ปี
จำเลยที่ 4 (นายซี - นามสมมติ / พนักงานขายของบริษัทแห่งหนึ่ง): ให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน แต่ทางสืบสวนและพยานหลักฐานชี้ชัดว่าจำเลยเป็นผู้ริเริ่มและนำพาไปจัดกิจกรรมล่อลวงเด็ก ศาลจึงตัดสินลงโทษจำคุกเป็นเวลา 20 ปี โดยไม่มีการลดหย่อนโทษ
สำหรับพฤติการณ์ของแก๊งนี้จะร่วมกันเข้าไปจัดกิจกรรมล่วงรู้ภัยไซเบอร์หรือแจกซิมการ์ดในสถานศึกษา ก่อนอาศัยจังหวะดังกล่าวให้เด็กนักเรียน นำบัตรประชาชนและสแกนใบหน้าเพื่อลงทะเบียนซิมการ์ดจำนวนมากโดยที่เด็กไม่รู้เรื่อง แล้วนำซิมการ์ดเหล่านี้ส่งต่อไปยังเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการโทรหลอกลวงเหยื่อ
เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีในข้อหาหนักหลายข้อหา ทั้งร่วมกันเป็นธุระจัดหาเพื่อให้มีการซื้อ-ขายหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ลงทะเบียนในนามบุคคลอื่นแต่ระบุตัวผู้ใช้จริงไม่ได้, ร่วมกันครอบครองหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำให้ระบุตัวตนได้โดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในทางอาชญากรรมทางเทคโนโลยี