ออริจิ้น โฮเทล กางแผน 5 ปีปั้นพอร์ตสินทรัพย์ 2.4 หมื่นล้านจ่อเปิด Moxy – Portobello
ออริจิ้น โฮเทล โชว์ความแข็งแกร่งโมเดลธุรกิจ 4 แกนยุทธศาสตร์ เดินหน้าขายสินทรัพย์ทำกำไร 6,500 ล้านบาท พร้อมสยายปีก Re-Invest ต่อจิ๊กซอว์เติบโต กางแผนโค้งท้ายปี 69 ปักหมุดเปิดโรงแรม Moxy ภูเก็ต เจ้าฟ้า และคอมมูนิตี้มอลล์ Portobello แจ้งวัฒนะ มั่นใจพอร์ตรายได้ประจำโตยั่งยืน หนุนผลตอบแทน ROE พุ่ง พร้อมลุยปักหมุดโปรเจกต์ใหม่ย่านอ่อนนุช-อุดมสุข-เชิงทะเล
12 ตุลาคม 2569 -นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจว่า จากจุดเริ่มต้นที่ ORI ให้ความสำคัญกับการสร้างกลุ่มธุรกิจที่มีรายได้ประจำ เพื่อลดความผันผวนตามวัฏจักรของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรร
ส่งผลให้ “ออริจิ้น โฮเทล” (ORIGIN HOTEL) เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และพร้อมก้าวสู่แกนยุทธศาสตร์ที่ 4 ในการเดินหน้า “Re-Invest” เพื่อสร้างโอกาสเติบโตระลอกใหม่ตามเป้าหมายที่วางไว้
Circular Business Model 4 แกนขับเคลื่อนความยั่งยืน
ทั้งนี้3 กลุ่มธุรกิจหลักของออริจิ้น โฮเทล ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม (Hospitality & Tourism), ธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า (Office Building Business) และธุรกิจการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ (Commercial Development Business) ได้ดำเนินงานผ่านโมเดลวัฏจักร Circular Business Model ผ่าน 4 แกนหัวใจสำคัญ ได้แก่:
1. Development (พัฒนาและสร้างโครงการร่วมกับพันธมิตร) : ดำเนินการลงทุนทั้งรูปแบบพัฒนาเอง และการผนึกกำลังพันธมิตรในรูปแบบร่วมทุน (JV) จาก 3 กลุ่มหลัก ทั้งกลุ่มพันธมิตรด้านการพัฒนา อาทิ โนมูระ เรียลเอสเตท, โตคิว แลนด์ เอเชีย และ EnCo (กลุ่ม ปตท.), กลุ่มพันธมิตรเจ้าของที่ดิน (Landlord Partners) เช่น แอสเซท บลูม และ เค อีสต์ รวมถึงกลุ่มพันธมิตรด้านการลงทุน เช่น CI:Z Investment LLP และ สยาม มัลติ คอน
โดยล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 ได้ประกาศความร่วมมือกับ HBNB Hotel101 Global Holdings Corp. จากตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq สหรัฐอเมริกา เพื่อพัฒนาโครงการ Hotel101 Bangkok Don Mueang เป็นโรงแรมแบรนด์ Hotel101 แห่งแรกในประเทศไทย
2. Operation (บริหารสินทรัพย์สร้างมาตรฐานสากล) : ดึงเชนโรงแรมระดับโลก (International Chain) เข้ามาบริหารและร่วมทุนตั้งแต่ปี 2563 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า ทั้งกลุ่ม IHG Hotels & Resorts จำนวน 5 แห่ง, Accor จำนวน 3 แห่ง, Marriott จำนวน 1 แห่ง และแบรนด์ของบริษัทอีก 1 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ, EEC, ภูเก็ต และกระบี่
3. Divestment (ปลดล็อกมูลค่าตามจังหวะที่เหมาะสม) : เริ่มดำเนินการขายสินทรัพย์โรงแรมออกบางส่วนเพื่อสร้างกระแสเงินสดและบันทึกกำไรตามวัฏจักรธุรกิจตั้งแต่ปี 2568 ที่ผ่านมา โดยสามารถ Exit โรงแรมไปแล้ว 4 แห่ง มูลค่ารวม 6,500 ล้านบาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 32% พร้อมเตรียมแผนต่อยอดเข้าสู่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ในอนาคต
4. Re-Invest (นำเงินต่อยอดสร้างโอกาสใหม่): นำสภาพคล่องและเงินทุนที่ได้จากการ Divest กลับมาขยายพอร์ตโฟลิโอให้หลากหลาย ทั้งโรงแรม, โครงการ Mixed-Use และขยายฐานสู่ธุรกิจใหม่บนที่ดินที่เตรียมพร้อมไว้แล้ว
นายพีระพงศ์ กล่าวเสริมถึงทิศทางธุรกิจว่า “ถึงวันนี้ธุรกิจ Origin Hotel ได้เริ่มผลิดอกออกผลตามแผนการลงทุนธุรกิจ ครบรอบทั้ง 4 แกนหลักแล้ว ซึ่งเราจะไม่หยุดแค่นี้ สภาพคล่องที่ได้จากการดึงเงินทุนออกมาเพื่อนำไปต่อยอดในโอกาสทางการค้า การลงทุนอื่นๆ ซึ่งการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุนนี้ ผมคิดว่าจะช่วยสร้างอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ที่สูงขึ้น และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับบริษัทฯด้วยเช่นกัน”
ปูพรมลุยโปรเจกต์ใหม่โค้งท้ายปี 69 ดันพอร์ตทรัพย์สินแตะ 2.4 หมื่นล้านใน 5 ปี
ด้าน นายปิติพงษ์ ไตรนุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น โฮเทล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานว่า ภายในปี 2569 บริษัทฯ มีพอร์ตโครงการที่พัฒนาแล้วครอบคลุม 3 กลุ่มธุรกิจ โดยในส่วนของกลุ่มโรงแรม มีจำนวน 10 โรงแรม รวม 2,561 Keys
แบ่งเป็นโครงการที่เปิดดำเนินการแล้วและอยู่ระหว่างพัฒนา 9 โรงแรม (2,306 Keys) และเตรียมเปิดให้บริการเพิ่มอีก 1 แห่งในไตรมาส 4/2569 คือ โรงแรม Moxy ภูเก็ต เจ้าฟ้า จำนวน 255 Keys มูลค่าสินทรัพย์ประมาณ 780 ล้านบาท
สำหรับกลุ่มธุรกิจอาคารสำนักงาน (Office Building Business) ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 1 อาคาร ได้แก่ ออริจิ้น คอมเพล็กซ์ สนามเป้า (Origin Complex Sanampao) พื้นที่เช่ารวม 36,000 ตารางเมตร มูลค่าสินทรัพย์ประมาณ 2,500 ล้านบาท
ชูจุดเด่นติด BTS สนามเป้า ออกแบบตามมาตรฐานอาคารเขียว LEED Gold รองรับรูปแบบการทำงานแบบ Hybrid Workplace
ส่วนกลุ่มธุรกิจการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ ภายใต้แบรนด์ Portobello Mall (พอร์โทเบลโล มอลล์) มีแผนพัฒนาใน 3 ทำเล ได้แก่ แจ้งวัฒนะ ศรีนครินทร์ และระยอง พื้นที่ขายรวม 13,448 ตารางเมตร
โดยในไตรมาส 4/2569 เตรียมเปิดให้บริการ Portobello Mall แจ้งวัฒนะ พื้นที่ขายประมาณ 7,000 ตารางเมตร ชูทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่และรถไฟฟ้าสายสีชมพู ตอบโจทย์ทั้งแนวคิด Grab & Go และ Family Space
นายปิติพงษ์ กล่าวปิดท้ายว่า บริษัทฯ มีแผนเตรียมเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่ในเร็วๆ นี้ ทั้งในกรุงเทพฯ ย่าน BTS อ่อนนุช และ BTS อุดมสุข รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต ย่านเชิงทะเลและกะตะ ทั้งนี้ จากแผนการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทฯ คาดการณ์ว่าภายในระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2569 - 2573) มูลค่าทรัพย์สินรวมของออริจิ้น โฮเทล จะขยายตัวไปแตะระดับ 24,500 ล้านบาทอย่างแน่นอน