‘พุทธ อภิวรรณ’ ลั่น! ต้องมีคนรับผิดชอบ หากพบเงินบริจาคถูกนำไปใช้ส่วนตัว
เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายพุทธ อภิวรรณ ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง พร้อมด้วยทนายเจมส์ เดินทางออกจากห้องสอบสวน ภายหลังเข้าให้ข้อมูลในฐานะพยานผู้บริจาคเงินให้มูลนิธิองค์กรทำดี รวม 5 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 800,000 บาท ตั้งแต่ปี 2568 โดยเป็นการบริจาคในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมและเหตุการณ์ชายแดนใต้ โดยใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง
นายพุทธ เปิดเผยว่า วันนี้เดินทางมาให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนในฐานะพยาน ไม่ได้มาแจ้งความ โดยต้องการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเงินว่า เงินบริจาคที่มอบให้มูลนิธิองค์กรทำดีถูกนำไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่ พร้อมยอมรับว่า ภายหลังได้เห็นข้อมูลเส้นทางการเงินที่ปรากฏ มีหลายจุดที่ทำให้เกิดข้อสงสัย จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจน
นายพุทธ กล่าวว่า ตนเองบริจาคเงินให้มูลนิธิฯ รวมทั้งหมด 5 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2568 โดยมีทั้งช่วงสถานการณ์น้ำท่วมและเหตุการณ์ชายแดนใต้ ยอดบริจาคแต่ละครั้งมีทั้ง 100,000 บาท และ 200,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 800,000 บาท ซึ่งการบริจาคแต่ละครั้งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่บุ๋ม ปนัดดา ประกาศผ่านสื่อ เช่น การช่วยเหลือเรื่องเสบียงอาหารในพื้นที่ชายแดนใต้ และการช่วยเหลือด้านอาหารให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม
โดยวันนี้เจ้าหน้าที่ได้สอบถามว่าจะเข้ามาในฐานะผู้แจ้งความ ผู้เสียหาย หรือพยาน ซึ่งตนเองยืนยันว่าเดินทางมาในฐานะพยาน ไม่ได้มาแจ้งความแต่อย่างใด
นายพุทธยอมรับว่า ที่ผ่านมาตนเองไม่ได้ตรวจสอบว่าเงินบริจาคถูกนำไปใช้จ่ายอย่างไร แต่เชื่อจากภาพที่เห็นบุ๋ม ปนัดดา ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน จึงเชื่อว่าเงินน่าจะถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่บริจาคไป และคงไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเรื่องขึ้นในวันนี้ ส่วนหลักฐานที่นำมามอบให้ตำรวจ เป็นข้อมูลเส้นทางการเงินจากการบริจาคของตนเอง ซึ่งคาดว่าเจ้าหน้าที่จะนำไปตรวจสอบเปรียบเทียบกับเส้นทางการใช้จ่ายของมูลนิธิในช่วงปี 2568-2569 ว่ามีความเชื่อมโยงกับการซื้อที่ดิน การจ่ายเงินในโครงการพูลวิลล่า หรือการโอนเงินไปยังบุคคลใกล้ชิดหรือไม่
นายพุทธ กล่าวอีกว่า หลังจากเห็นข้อมูลและเส้นทางการเงินที่ปรากฏ รวมถึงสลิปและสเตตเมนต์ที่ทีมข่าวตรวจสอบ พบว่ามีหลายจุดที่ทำให้เกิดข้อสงสัยและมองว่ามีความผิดปกติ จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่าเงินบริจาคถูกนำไปใช้ในส่วนใดบ้าง
‘บุ๋ม ปนัดดา’ งานเข้า! ตำรวจเล็งเอาผิด 3 ข้อหา ฉ้อโกงประชาชน-พ.ร.บ.คอมพ์-ฟอกเงิน
พร้อมระบุว่า หากเงินบริจาคส่วนหนึ่งถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ แต่อีกส่วนกลับถูกนำไปใช้ในเรื่องอื่น ไม่ว่าจะเป็นการซื้อที่ดิน โครงการพูลวิลล่า ซื้อทองคำ สินค้าแบรนด์เนม หรือโอนไปให้บุคคลใกล้ชิด ย่อมเป็นสิ่งที่ผู้บริจาคไม่สามารถยอมรับได้ เพราะทุกคนตั้งใจนำเงินไปช่วยเหลือประชาชน ส่วนกรณีที่บุ๋ม ปนัดดา ประกาศพร้อมนำทรัพย์สินส่วนตัวมารับผิดชอบนั้น นายพุทธมองว่าเป็นเรื่องที่เจ้าตัวต้องพิจารณา แต่ในทางกฎหมายยังจำเป็นต้องตรวจสอบกันต่อไป โดยเฉพาะหากเรื่องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งอาจมีประเด็นเรื่องการยึดทรัพย์เข้ามาเกี่ยวข้อง
นายพุทธยังมองว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ควรเป็นจุดเริ่มต้นให้มูลนิธิต่าง ๆ เปิดเผยข้อมูลรายรับและรายจ่ายให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเงินบริจาคเป็นเงินที่ประชาชนตั้งใจมอบให้เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น หากองค์กรใดไม่มีการเปิดเผยข้อมูลการใช้จ่าย ก็เป็นสิ่งที่สังคมควรนำมาพิจารณาก่อนตัดสินใจบริจาค
ทั้งนี้ การบริจาคเงินให้มูลนิธิองค์กรทำดีในครั้งนี้ ไม่ได้มีการนำไปใช้ลดหย่อนภาษี และเป็นการโอนเงินในนามส่วนตัว เนื่องจากเห็นคุณบุ๋มประกาศขอรับบริจาค ประกอบกับเคยรู้จักและเชื่อว่ามีเจตนาดี จึงตัดสินใจช่วยเหลือ
นายพุทธระบุด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้ตนเองเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับการบริจาคเงิน แต่หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง ผู้ที่เกี่ยวข้องก็ต้องรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้น
ด้านทนายเจมส์ เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นคดีอาญาแผ่นดิน เมื่อมีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความ ตำรวจก็จะดำเนินการสอบปากคำผู้เสียหาย ส่วนกรณีของนายพุทธเดินทางมาในฐานะพยาน เพื่อยืนยันว่ามีการบริจาคเงินจริง รวมถึงให้ข้อมูลว่าตัดสินใจบริจาคจากการเห็นข้อมูลผ่านสื่ออย่างไร ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปรวบรวมเป็นพยานหลักฐานประกอบสำนวนคดี
ส่วนประเด็นความรับผิดของบุ๋ม ปนัดดา จะเป็นอย่างไรนั้น ทนายเจมส์มองว่าต้องพิจารณาจากเส้นทางการเงินเป็นสำคัญ เนื่องจากเส้นทางการเงินถือเป็นหลักฐานที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ แม้ในคดีอาญาจะมีประเด็นเรื่องการต่อสู้เกี่ยวกับเจตนา แต่ในส่วนของคดีแพ่งก็อาจมีประเด็นเรื่องความรับผิดชอบและการชดใช้ค่าเสียหายได้เช่นกัน หากพบว่าเกิดจากความประมาทเลินเล่อ ไม่ตรวจสอบเอกสาร ใบวางบิล หรือสัญญาต่างๆ ว่ามีการจ่ายเงินจริงและมีหนี้เกิดขึ้นจริงหรือไม่
ส่วนกรณีที่บุ๋ม ปนัดดา ระบุว่า ไม่รู้ไม่เห็น ขณะที่นายก๊อต ออกมายอมรับผิดชอบเรื่องดังกล่าวเพียงคนเดียวนั้น เป็นการเตรียมกันมาหรือไม่ ทนายเจมส์ระบุว่า ไม่สามารถชี้เฉพาะเจาะจงได้ เนื่องจากไม่ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่ย้ำว่า แม้จะมีบุคคลหนึ่งออกมายอมรับสารภาพ หากผลการตรวจสอบพบว่าเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปถึงบุคคลอื่น บุคคลดังกล่าวก็ยังอาจต้องรับผิดชอบทั้งทางอาญาและทางแพ่งได้เช่นกัน
ทั้งนี้ ทนายเจมส์ยืนยันว่า วันนี้เจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการนัดหมายให้เดินทางมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว และถือว่าเสร็จสิ้นการให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนในวันนี้.