‘บ้านปู’เดินหน้าขยายการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลหนุนลดคาร์บอน
‘บ้านปู’เดินหน้าขยายการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลร่วมในโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม พร้อมสนับสนุนเป้าหมายการลดคาร์บอนในจีนปีละประมาณ 148,000 ตัน
30 ต.ค. 2569 -รายงานข่าวจากบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า บริษัทเดินหน้าต่อยอดการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลร่วมในกระบวนการผลิตไฟฟ้า (Biomass Co-firing) ครอบคลุมโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม (Combined Heat and Power Plant: CHP) ทั้ง 3 แห่งในจีน โดยขยายจากโรงไฟฟ้าเจิ้งติ้งไปยังโรงไฟฟ้าอีก 2 แห่ง คาดว่าจะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รวมปีละประมาณ 148,000 ตัน ภายในปี 2570 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการลดการปล่อยคาร์บอน ควบคู่ไปกับการเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจจากสินทรัพย์ที่บริษัทฯ มีอยู่
ทั้งนี้โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมของบ้านปูในจีน มีบทบาทในการจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าสู่โครงข่ายระบบไฟฟ้า (Power Grid) และจ่ายไอน้ำให้แก่ลูกค้าภาคอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับการสนับสนุนระบบทำความร้อนสำหรับที่อยู่อาศัยของชุมชนในช่วงฤดูหนาว การนำเศษวัสดุชีวมวลจากท้องถิ่นมาใช้เป็นเชื้อเพลิงผสมกับเชื้อเพลิงหลักจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการส่งเสริมการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์และการบริหารจัดการต้นทุนด้านเชื้อเพลิง โดยโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการดำเนินงานเพื่อเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Power+)
สำหรับโรงไฟฟ้าเจิ้งติ้งได้เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์โครงการ Biomass Co-firing มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 โดย 1 ปีให้หลัง ในเดือนกันยายน 2569 สามารถลดการปล่อยคาร์บอนรวมมากกว่า 47,000 ตัน โดยใช้เชื้อเพลิงชีวมวลผสมกับเชื้อเพลิงหลักในอัตราส่วนร้อยละ 10 ซึ่งในปี 2570 คาดว่าจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ปีละประมาณ 70,000 ตัน และประหยัดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงประมาณ 1 ล้านหยวน (เทียบเท่า 4.7 ล้านบาท) ในปีเดียวกัน จากการลดปริมาณการใช้เชื้อเพลิงแบบดั้งเดิม
อย่างไรก็ตามจากความสำเร็จในโครงการ Biomass Co-firing ที่โรงไฟฟ้าเจิ้งติ้ง บ้านปูได้ขยายการดำเนินงานโครงการ Biomass Co-firing ไปยังโรงไฟฟ้าโจวผิงและโรงไฟฟ้าหลวนหนาน โดยทั้งสองแห่งตั้งเป้าการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลร่วมในสัดส่วนร้อยละ 10 โดยโรงไฟฟ้าโจวผิงได้เริ่มเดินเครื่องแล้ว และสามารถลดการปล่อยคาร์บอนรวมประมาณ 10,000 ตันในเดือนกันยายน 2569 ด้านโรงไฟฟ้าหลวนหนานอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2569 และประมาณการว่าจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ประมาณ 34,000 ตันในปี 2570
นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการ Biomass Co-firing สะท้อนถึงแนวทางการดำเนินงานอย่างมีวินัยของบ้านปู ในการเพิ่มมูลค่าให้กับสินทรัพย์ที่เรามีอยู่ โดยใช้เชื้อเพลิงชีวมวลร่วมกับเชื้อเพลิงหลักของโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนการดำเนินงานและบริหารจัดการเพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดการปล่อยคาร์บอน ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพและความน่าเชื่อถือในการจ่ายความร้อนและไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าของเรา
การลดการปล่อยคาร์บอนและเพิ่มประสิทธิภาพสินทรัพย์ที่มีอยู่ของบริษัทฯ สอดคล้องกับนโยบายที่ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจในจีนควบคุมการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยภาครัฐของจีนมีกลไกการซื้อขายสิทธิจากการลดการปล่อยคาร์บอน (Carbon Emission Allowances: CEAs) ซึ่งเปิดโอกาสให้บริษัทที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์และปล่อยคาร์บอนต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด สามารถนำสิทธิคาร์บอนส่วนเกินไปขายให้แก่บริษัทที่ต้องการซื้อสิทธิในการปล่อยคาร์บอนเพิ่มเติมได้ กลไกดังกล่าวจึงช่วยสร้างแรงจูงใจให้ภาคธุรกิจบริหารจัดการการปล่อยคาร์บอนอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับบ้านปู การบริหารจัดการสินทรัพย์คาร์บอนในจีนครอบคลุมการดำเนินงานที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพสูงและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (High Efficiency, Low Emissions: HELE) โดยตั้งเป้าปริมาณการขาย CEAs รวม 435,000 ตันในปี 2569
“บ้านปูให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน โดยโครงการ Biomass Co-firing เป็นหนึ่งในแนวทางที่ช่วยสนับสนุนเป้าหมายของกลุ่มบ้านปูในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลงมากกว่าร้อยละ 20 ภายในปี 2573 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างความยั่งยืนในระยะยาว”นายสินนท์กล่าว