โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คิดว่า Victoria’s Secret Fashion Show 2026 ดราม่าเยอะกว่าคำชมหรือไม่?

LSA Thailand

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Lifestyle Asia Thailand

LSA Says: ถ้ามองเพียงภาพบนรันเวย์ Victoria’s Secret Fashion Show 2026 อาจเป็นโชว์ที่ใกล้เคียงกับ Victoria’s Secret ในความทรงจำของหลายคนมากที่สุดในรอบหลายปี ทั้งปีกขนาดใหญ่ ผม Bombshell รันเวย์ระยิบระยับ การกลับมาของนางแบบระดับไอคอนอย่าง Adriana Lima, Alessandra Ambrosio, Candice Swanepoel และ Elsa Hosk ไปจนถึงลุค Fantasy Bra ที่หายไปจากรันเวย์ตั้งแต่ปี 2018 ทุกอย่างดูเหมือนกำลังบอกว่าแบรนด์พร้อมนำความเป็น “Victoria’s Secret” กลับมาเต็มตัวอีกครั้ง

แต่หลัง Victoria’s Secret Fashion Show 2026 จบลงเมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา สิ่งที่ถูกพูดถึงกลับไม่ได้มีเพียงว่าใครเดินสวยที่สุดหรือปีกของใครอลังการที่สุด เพราะตั้งแต่ก่อนโชว์เริ่มจนถึงหลังรันเวย์จบมีหลายประเด็นที่ทำให้ปีนี้กลายเป็นหนึ่งในโชว์ที่ชวนให้ตั้งคำถามมากกว่าที่คาดไว้

เมื่ออดีตนางฟ้าอย่าง Romee Strijd ไม่ได้กลับมา

ดราม่าเริ่มขึ้นก่อนโชว์จะเกิดขึ้นเสียอีกเมื่อ Romee Strijd อดีต Victoria’s Secret หนึ่งในนางฟ้าซึ่งเคยเดินให้แบรนด์ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2014 ถึง 2018 เปิดเผยผ่าน TikTok ว่าเธอไปแคสติ้งสำหรับโชว์ปี 2026 หลังจากรู้สึกว่าตัวเองพร้อมกลับมาบนรันเวย์อีกครั้งหลังจากมีลูกสองคน และสิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ได้รับความสนใจไม่ใช่เพียงการที่ Romee ไม่ผ่านการคัดเลือก เพราะตัวเธอเองก็ยอมรับว่าการถูกปฏิเสธเป็นเรื่องปกติของอาชีพนางแบบแต่เป็นกระบวนการระหว่างนั้น เธอเล่าว่าต้องรอคำตอบอยู่หลายสัปดาห์ขณะที่ยังคงฝึกซ้อมเผื่อได้รับการยืนยันในนาทีสุดท้าย ก่อนจะได้รับแจ้งในที่สุดว่าทีมแคสติ้งมองว่าเธอไม่เหมาะกับโชว์ในปีนี้ Romee ยังพูดถึงความผิดหวังต่อการสื่อสารและการสนับสนุนที่ได้รับจากเอเจนซีของตัวเอง และบอกว่าเธอคงไม่กลับไปแคสติ้งสำหรับโชว์อีก

แน่นอนว่าการเคยเป็นนางฟ้าประจำรันเวย์ไม่ได้หมายความว่านางแบบจะต้องได้รับสิทธิ์กลับมาเดินทุกปี และทีมสร้างสรรค์ย่อมมีสิทธิ์เลือกคนให้เหมาะกับทิศทางของโชว์ แต่กรณีของ Romee กลายเป็นประเด็นเพราะเกิดขึ้นพร้อมกับการที่ VSFS 2026 ดึงนางแบบจากยุคก่อนกลับมาหลายคน ความย้อนแย้งตรงนี้จึงทำให้คำถามเรื่อง “ใครได้กลับมา และใครไม่ได้กลับมา” ถูกจับตามองมากกว่าการแคสติ้งแฟชั่นโชว์ทั่วไป

Fantasy Bra กลับมา แต่ทำไมคนใส่ถึงกลายเป็นประเด็น?

ถ้ามีสิ่งหนึ่งที่ประกาศชัดว่า Victoria’s Secret กำลังหยิบความยิ่งใหญ่จากอดีตกลับมานั่นคือ Fantasy Bra อย่างปฏิเสธไม่ได้ หลังจากปรากฏบนรันเวย์ครั้งสุดท้ายกับ Elsa Hosk ในปี 2018 Fantasy Bra กลับมาในปี 2026 ผ่านผลงานที่สร้างร่วมกับ Jacob & Co. ตัวบราทำจากทองและเพชรโดยไม่มีผ้า ประดับเพชรธรรมชาติ 4,410 เม็ด มีเพชร Fancy Vivid Yellow ขนาด 75.54 กะรัตเป็นชิ้นสำคัญ ใช้ช่าง 15 คนและเวลาสร้างมากกว่า 1,000 ชั่วโมง โดยมีมูลค่าที่ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่คนที่ได้รับหน้าที่สวมมันกลับไม่ใช่หนึ่งในนางแบบที่มีประวัติร่วมกับแบรนด์มายาวนาน หากเป็น Kylie Jenner ซึ่งเดิน Victoria’s Secret Fashion Show เป็นครั้งแรก ตรงนี้แหละที่ความคิดเห็นแตกออกเป็นสองทางอย่างชัดเจน เพราะเสียงวิจารณ์จำนวนหนึ่งตั้งคำถามว่าในเมื่อ Fantasy Bra เคยเป็นโมเมนต์สำคัญที่เชื่อมโยงกับนางแบบของแบรนด์มายาวนาน เหตุใดการกลับมาครั้งแรกในรอบแปดปีจึงถูกมอบให้กับเซเลบริตี้ที่เพิ่งขึ้นรันเวย์ VS เป็นครั้งแรก?

บางความคิดเห็นมองว่าการเลือกครั้งนี้ให้น้ำหนักกับชื่อเสียงและอิทธิพลทางวัฒนธรรมมากกว่าความสัมพันธ์ระหว่างนางแบบกับแบรนด์ ในอีกด้านหนึ่งการเลือก Kylie ก็ไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผลจากฝั่งแบรนด์ Adam Selman, Chief Creative Officer ของ Victoria’s Secret อธิบายว่าหนึ่งในแนวคิดของโชว์ปีนี้คือ “fandomonium” และเรียก Kylie ว่าเป็น “cultural powerhouse” ที่มีอิทธิพลครอบคลุมมากกว่าแค่โลกแฟชั่น ขณะที่ Fantasy Bra เองก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่แฟนๆ เรียกร้องให้แบรนด์นำกลับมามากที่สุดหลังโชว์ปีก่อน ดังนั้นคำถามอาจไม่ใช่ว่า Kylie “คู่ควร” หรือ “ไม่คู่ควร” กับ Fantasy Bra เพราะนั่นเป็นการตัดสินเชิงความเห็น แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือการตัดสินใจครั้งนี้บอกอะไรเกี่ยวกับ Victoria’s Secret ยุคปัจจุบัน นั่นคือยุคที่พลังของเซเลบริตี้และป๊อปคัลเจอร์อาจมีน้ำหนักพอๆ กับสถานะของโมเดลบนรันเวย์

ความหลากหลายยังอยู่ แต่คนมองเห็นมันมากพอหรือเปล่า?

อีกประเด็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือเรื่องความหลากหลาย รายชื่อนางแบบของปีนี้ไม่ได้มีเพียงรูปร่างหรืออัตลักษณ์แบบเดียว Ashley Graham, Paloma Elsesser และ Precious Lee อยู่บนรันเวย์ เช่นเดียวกับ Alex Consani, Anok Yai และนางแบบจากหลากหลายเชื้อชาติและภูมิหลังซึ่งเป็นทิศทางที่แตกต่างจากภาพจำของ Victoria’s Secret ในอดีตอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตามเสียงวิจารณ์ก็ยังมีอยู่เพราะแม้โชว์จะมีนางแบบรูปร่างหลากหลาย แต่เมื่อเทียบกับจำนวนผู้เดินทั้งหมดสัดส่วนของนางแบบ curvy หรือพลัสไซซ์ยังมีไม่มากนัก และมองว่าภาพรวมของรันเวย์ปีนี้กลับมาให้น้ำหนักกับรูปร่างผอมแบบดั้งเดิมมากขึ้น

แต่ตรงนี้ก็ไม่ควรสรุปง่ายๆ ว่า Victoria’s Secret “ทิ้งความหลากหลาย” เพราะรายชื่อนางแบบจริงไม่ได้สนับสนุนข้อสรุปนั้นทั้งหมด แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่แปลกที่คนดูจะตั้งคำถามว่าความหลากหลายซึ่งเคยเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างภาพใหม่ให้แบรนด์กำลังมีบทบาทมากน้อยแค่ไหน เมื่อ Victoria’s Secret เริ่มหันกลับไปโอบรับความสวยเจิดจรัสและความแฟนตาซีแบบเดิมอย่างเต็มที่อีกครั้ง สิ่งที่น่าสนใจคือคนสองคนสามารถดูโชว์เดียวกันและเห็นคนละเรื่องได้จริงๆ โดยฝั่งหนึ่งเห็นรันเวย์ที่หลากหลายขึ้นจาก VS ยุค 2000s อย่างชัดเจน ขณะที่อีกฝั่งกลับเห็นว่าแบรนด์ยังไม่ได้ไปไกลเท่าภาพของความเปิดกว้างที่เคยสื่อสารเอาไว้

Barbara Palvin กับดราม่าที่เลยออกไปไกลกว่ารันเวย์

อีกโมเมนต์ที่กลายเป็นบทสนทนาหลังโชว์คือการกลับมาของ Barbara Palvin เพียงหกสัปดาห์หลังคลอดลูกคนแรก โดย Barbara ให้สัมภาษณ์หลังเวทีว่าเธอยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวและยอมรับอย่างชัดเจนว่าการที่เธอสามารถกลับมาทำงานได้เร็วเกิดขึ้นได้เพราะมีความช่วยเหลือและแรงสนับสนุนรอบตัว เธอไม่ได้เสนอว่าการกลับมาหลังคลอดอย่างรวดเร็วเป็นมาตรฐานที่ผู้หญิงคนอื่นควรทำตาม

แต่บทสนทนากลับขยายออกไปเมื่อการกลับมาทำงานหลังคลอด 6-8 สัปดาห์ถูกเชื่อมโยงเข้ากับความเป็นจริงของผู้หญิงจำนวนมากในสหรัฐฯ และระบบ maternity leave ของประเทศจนเกิดการถกเถียงว่าเราควรชื่นชม “การกลับมาทำงานเร็ว” มากแค่ไหน นั่นอาจไม่ได้เกิดจากความพร้อมแต่เกิดจากโครงสร้างการทำงานที่ไม่เปิดโอกาสให้พักนานกว่านั้น ในกรณีนี้จึงอาจไม่ยุติธรรมนักหากจะวางดราม่าทั้งหมดไว้บนตัว Barbara เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนบทสนทนาที่ใหญ่กว่าตัวนางแบบหรือ Victoria’s Secret Fashion Show มาก

แล้ว Victoria’s Secret กำลังพยายามกลับไปเป็นอะไร?

หากตัดเสียงดราม่าทั้งหมดออก สิ่งที่ Victoria’s Secret พยายามทำในปี 2026 ค่อนข้างชัดเจน โดย Adam Selman ยอมรับตรงๆ ว่าเขาชอบ nostalgia แต่ในขณะเดียวกันก็รู้ว่าวัฒนธรรมไม่ได้หยุดอยู่เมื่อ 20 หรือ 25 ปีก่อน โจทย์ของเขาจึงเป็นการนำสิ่งที่แฟนๆ คิดถึงกลับมาโดยวางมันไว้ในบริบทใหม่ ผลลัพธ์คือโชว์ที่มีทั้ง Fantasy Bra, Bombshell hair, glitter runway, ปีกขนาดใหญ่ และหมวด “Vintage Victoria” ซึ่งอ้างอิงเสื้อผ้าและภาพของแบรนด์ในช่วงปลายยุค 1990s ถึงต้น 2000s ขณะเดียวกันก็ยังมีแคสติ้งที่กว้างกว่ายุคเดิมและใช้เซเลบริตี้คัลเจอร์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโชว์มากขึ้น โดย Business of Fashion มองสถานการณ์นี้ในลักษณะเดียวกันว่า Victoria’s Secret กำลังพยายามยืนคร่อมระหว่างอดีตกับปัจจุบัน หลังจากช่วงหลายปีที่แบรนด์พยายามปรับภาพลักษณ์ ก่อนจะหันกลับมาโอบรับความ “เซ็กซี่และเย้ายวน” ซึ่งเคยเป็นหัวใจสำคัญของตัวเองอีกครั้ง

และตรงนี้ต่างหากที่อาจอธิบายได้ว่าทำไม VSFS 2026 ถึงสร้างบทสนทนาได้มากขนาดนี้ ไม่ใช่เพราะคนดูไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และไม่ใช่ว่า Victoria’s Secret ทำอะไรออกมาก็จะถูกวิจารณ์เสมอไป แต่เพราะแบรนด์กำลังพยายามรักษาสองสิ่งที่ไม่ได้เดินไปในทิศทางเดียวกันง่ายๆ นั่นคือความแฟนตาซีแบบ Victoria’s Secret ที่ทำให้โชว์โด่งดังตั้งแต่แรก กับมาตรฐานเรื่องความงาม และการสะท้อนความหลากหลาย ที่เปลี่ยนไปจากยุคนั้นมากแล้ว

Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...