‘สว.นันทนา’ ซัด ‘นายกฯ’ นิ่งดูดาย ทำคนในประเทศต้องซื้อ ‘น้ำมัน’ แพง
เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 69 ที่รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทาวโรภาส สว. แถลงข่าวถึงราคาน้ำมันแพงแต่ค่าแรงถูก ว่า รัฐบาลแก้แบบวนไปวนมา ไม่สามารถจะแก้ปัญหาให้เป็นแนวทางที่ยั่งยืนได้ เพราะปัญหาราคาน้ำมันแพง วันนี้ราคาน้ำมันดีเซลหน้าปั๊ม ขึ้นไปถึงลิตรละ 43.50 บาท ส่งผลต่อค่าครองชีพของทุกคน ค่าใช้จ่ายทุกชนิดขึ้นหมด และที่น่าตกใจวันที่ 15 ธ.ค. นี้ ก็จะมีการปรับราคาขึ้นค่าทางด่วน และที่คนไทยกำลังกังวลอยู่คือ ค่าไฟฟ้าจะขึ้นด้วยหรือไม่ รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่มีการโยนหินถามทาง จะมีการปรับขึ้นไปด้วยหรือไม่ เพราะทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ประชาชนต้องแบกรับ แต่สิ่งที่ไม่ขึ้นเลยก็คือค่าแรง อีกทั้งมีคนจำนวนมากที่ตกงาน จากการที่เอไอมาแย่งงาน ทั้งหมดคือราคาที่ประชาชนต้องแบกรับ แต่รัฐบาลกำลังแก้ปัญหาแบบผิดทาง
น.ส.นันทนา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีบอกว่าสต๊อกน้ำมันเรามีล้น กำลังจะหาวิธีการส่งออก ทั้งที่ซัพพลายมากกว่าดีมานด์ ราคาต้องถูกลง แต่ทำไมประชาชนยังต้องใช้น้ำมันราคาแพง รัฐบาลไม่เคยหันกลับมาเพื่อแก้ปัญหาแบบยั่งยืน ดังนั้นจึงเสนอแนวทางให้รัฐบาล กลับไปพิจารณาว่า จะทำอย่างไรให้ราคาน้ำมันลดลง ด้วยการไปทบทวนภาษี 3 ชนิดที่อยู่ในน้ำมัน คือ ภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีบำรุงท้องถิ่น ขณะเดียวกันรัฐบาลอาจจะหาเงินมาชดเชยช่วยประชาชนเรื่องราคาน้ำมันได้ ด้วยการเก็บภาษีลาภลอยจากโรงกลั่น และควรเก็บภาษีเพิ่มจากบริษัทน้ำมันที่ทำกำไรมหาศาล เพราะหากเราดูราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ของบริษัทน้ำมัน และบริษัทโรงกลั่นน้ำมัน พุ่งสูงขึ้นเหนือกว่าดัชนีหุ้นทุกตัว นั่นหมายความว่าในภาวะวิกฤติกลายเป็นโอกาสของบรรดาบริษัทน้ำมันและโรงกลั่น จึงเรียกร้องให้รัฐบาลหันไปหารายได้จากคนกลุ่มนี้ ไม่ใช่รีดเลือดเก็บภาษีจากประชาชน รัฐบาลต้องแก้ปัญหาอย่างจริงจัง และจริงใจ ไม่ใช่ปล่อยให้ภาระทั้งหมดอยู่กับประชาชน
น.ส.นันทนา กล่าวอีกว่า รัฐบาลอย่ามัวแต่ร้องรำทำเพลง แล้วดูดายปัญหาของประชาชนคิดว่าประชาชนไม่ลำบาก ทั้งที่ประชาชนเลือดตาแทบกระเด็น อย่าบริหารประเทศให้นายทุนรวยไม่ไหวแล้วแต่ประชาชนทนไม่ไหว แล้วรัฐบาลต้องรีบแก้ปัญหาเรื่องราคาน้ำมันโดยด่วน