โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรุงเทพฯ กลายเป็นแกลเลอรี! BAB เปลี่ยนศิลปะเป็นพลังเศรษฐกิจพันล้าน

Amarin TV

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กรุงเทพฯ กลายเป็นแกลเลอรี! BAB เปลี่ยนศิลปะเป็นพลังเศรษฐกิจ สร้างเงินท่องเที่ยว 3,540 ล้านบาท

ใครว่าศิลปะเป็นเรื่องไกลตัว? เพราะวันนี้ศิลปะไม่ได้มีไว้แค่ให้คนเดินชม ถ่ายรูป หรือเสพความสวยงามอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศไทย

รู้หรือไม่ว่า เทศกาลศิลปะ Bangkok Art Biennale เมื่อปี 2024 สามารถดึงดูดผู้เข้าชมได้มากกว่า 1.2 ล้านคน และสร้างรายได้ให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยถึง 3,540 ล้านบาท จากการประเมินของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ TCEB

ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า ศิลปะอาจไม่ใช่แค่เรื่องของคนรักศิลปะอีกต่อไป แต่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

และในปี 2026 กรุงเทพฯ กำลังเตรียมกลับมาเป็นเวทีศิลปะระดับโลกอีกครั้ง กับเทศกาล Bangkok Art Biennale 2026 (BAB 2026) ที่จะเปลี่ยนแลนด์มาร์คสำคัญทั่วกรุงเทพมหานครให้กลายเป็นพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยจากทั่วโลก

ครั้งนี้ไม่ได้มาเล่น ๆ เพราะขนทัพศิลปินและกลุ่มศิลปิน 72 ราย จาก 29 สัญชาติ พร้อมผลงานกว่า 200 ชิ้น มาจัดแสดงทั่วกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2570

แต่คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมกรุงเทพฯ ถึงต้องลงทุนกับศิลปะ? และเทศกาลศิลปะจะช่วยผลักดันเมืองหลวงของไทยให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกได้อย่างไร? บทความนี้ SPOTLIGHT พาทุกคนมาหาคําตอบ

จากเทศกาลศิลปะ สู่เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์

หากย้อนกลับไปในปี 2018 กรุงเทพฯ ได้จัดเทศกาล Bangkok Art Biennale ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการเชื่อมโยงศิลปะร่วมสมัยจากทั่วโลกเข้ากับทุนทางวัฒนธรรมของประเทศไทย

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เทศกาลดังกล่าวจัดต่อเนื่องทุก 2 ปี และกำลังเดินทางเข้าสู่ครั้งที่ 5 ในปี 2026

สิ่งที่น่าสนใจคือ Bangkok Art Biennale ไม่ได้เติบโตขึ้นเฉพาะในแง่ของวงการศิลปะเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทในการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอีกด้วย

โดยงาน Bangkok Art Biennale 2024 มีผู้เข้าชมกว่า 1.2 ล้านคน หรือเฉลี่ยประมาณ 10,000 คนต่อวัน และสร้างรายได้ให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยถึง 3,540 ล้านบาท ตามการประเมินของ TCEB

ตัวเลขนี้ชวนให้มองศิลปะในอีกมิติหนึ่ง เพราะเมื่อผู้คนเดินทางมาเสพงานศิลปะ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้หยุดอยู่แค่การเข้าชมนิทรรศการ แต่ยังมีโอกาสกระจายรายได้ไปยังธุรกิจอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ การเดินทาง และบริการท่องเที่ยว

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายเมืองทั่วโลกจึงให้ความสำคัญกับการสร้างเทศกาลศิลปะและกิจกรรมทางวัฒนธรรม เพราะนอกจากจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้กับเมืองแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สนใจประสบการณ์แตกต่างจากการท่องเที่ยวแบบเดิม

สำหรับกรุงเทพฯ การมีเทศกาลศิลปะระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาเมืองให้เป็นมากกว่าจุดหมายปลายทางด้านอาหาร ช้อปปิ้ง หรือสถานบันเทิง แต่ยังเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเพื่อสัมผัสศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัยได้ด้วย

Bangkok Art Biennale 2026 กับธีมสุดท้าทาย 'นางฟ้าผจญมาร'

อีกหนึ่งความน่าสนใจของ Bangkok Art Biennale 2026 คือแนวคิดประจำปีอย่าง ANGELS & MARA หรือ 'นางฟ้าผจญมาร'

ชื่อที่ฟังดูเหมือนเรื่องราวของเทพนิยาย แต่ความหมายกลับลึกซึ้งกว่านั้น

คำว่า 'นางฟ้า' เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ของกรุงเทพมหานครในฐานะเมืองแห่งนางฟ้า ขณะที่ 'มาร' ในทางพุทธศาสนาเกี่ยวข้องกับสิ่งยั่วยุ ความปรารถนา และพลังที่ขัดขวางการบรรลุธรรม

แต่แทนที่จะเล่าเรื่องความดีต่อสู้กับความชั่ว เทศกาลครั้งนี้กลับชวนตั้งคำถามว่า จะเกิดอะไรขึ้นหากสิ่งที่ดูขัดแย้งกันสามารถอยู่ร่วมกันได้?

ไม่ว่าจะเป็นความหวังกับความกลัว ความเชื่อกับเทคโนโลยี อดีตกับอนาคต หรือแม้แต่ความขัดแย้งภายในตัวมนุษย์เอง

แนวคิดดังกล่าวจะถูกถ่ายทอดผ่านผลงานศิลปะร่วมสมัยกว่า 200 ผลงาน จากศิลปินและกลุ่มศิลปิน 72 ราย รวม 29 สัญชาติทั่วโลก

โดยมีศิลปินระดับนานาชาติเข้าร่วมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Nobuyoshi Araki จากญี่ปุ่น, AES+F จากรัสเซีย, Bill Viola จากสหรัฐอเมริกา, Mel Chin และ Sun Yuan & Peng Yu จากจีน

รวมถึงศิลปินไทยอย่าง อุดม แต้พานิช, มานิต ศรีวานิชภูมิ, สาครินทร์ เครืออ่อน และตะวัน วัตุยา

สะท้อนให้เห็นว่าเทศกาลครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะ แต่ยังเป็นเวทีที่ศิลปินไทยมีโอกาสนำเสนอผลงานเคียงข้างศิลปินจากนานาประเทศ

เปลี่ยนวัด ห้าง และแลนด์มาร์คกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นแกลเลอรีศิลปะ

หนึ่งในเสน่ห์สำคัญของ Bangkok Art Biennale คือการนำศิลปะออกจากพื้นที่แกลเลอรีแบบเดิม ๆ แล้วกระจายไปตามสถานที่สำคัญของเมือง

ในปี 2026 เทศกาลจะจัดแสดงผลงานในพื้นที่หลักรวม 11 แห่ง ได้แก่ วัดโพธิ์ วัดอรุณราชวราราม วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร มิวเซียมสยาม หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) One Bangkok เซ็นทรัลเวิลด์ สยามพารากอน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร หอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร และสมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ

ความน่าสนใจคือสถานที่เหล่านี้มีอัตลักษณ์แตกต่างกันอย่างชัดเจน ตั้งแต่วัดเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ไปจนถึงศูนย์การค้าสมัยใหม่และพื้นที่ไลฟ์สไตล์ใจกลางเมือง

การนำศิลปะร่วมสมัยเข้าไปอยู่ในสถานที่เหล่านี้จึงเป็นการเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน และทำให้ผู้ชมสามารถสัมผัสศิลปะได้ในบริบทที่หลากหลาย

ตัวอย่างผลงานที่น่าจับตามอง ได้แก่ Memento Mori ของศิลปิน Leiko Ikemura ที่จะจัดแสดง ณ วัดโพธิ์ ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับความตาย การเกิดใหม่ และสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนา

ขณะที่ศิลปินชาวจีน Liu Jianhua จะนำเสนอผลงาน Square (Siamese Triangle) ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เพื่อถ่ายทอดความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างจีนและสยามผ่านเครื่องดินเผาและวัสดุร่วมสมัย

อีกหนึ่งผลงานที่น่าสนใจคือ WOMARA ของศิลปินสักชาวไทย ชมพูนุท พุทธา ที่นำศิลปะการสักมาตั้งคำถามเกี่ยวกับบทบาททางเพศ

รวมถึง Vestibule ของ เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ ที่นำวัสดุเหลือใช้ ไม่ว่าจะเป็นเส้นด้ายส่วนเกิน เศษผ้า และกระดาษแข็ง มาสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะ สะท้อนแนวคิดเรื่องการเปลี่ยนผ่านและการให้ชีวิตใหม่กับสิ่งที่ถูกทิ้ง

นี่คือความน่าสนใจของศิลปะร่วมสมัย ที่ไม่จำเป็นต้องมีคำตอบเดียว แต่เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ตีความ ตั้งคำถาม และเชื่อมโยงผลงานเข้ากับประสบการณ์ของตัวเอง

ไม่ได้จัดแค่ 11 แห่ง แต่กำลังสร้างเครือข่ายศิลปะทั่วเมือง

นอกจากพื้นที่จัดแสดงหลัก 11 แห่งแล้ว Bangkok Art Biennale 2026 ยังขยายเครือข่ายศิลปะผ่านโครงการ BAB Plus และ BAB Fringe

โดย BAB Plus จะเชื่อมโยงกับพื้นที่ศิลปะสำคัญ เช่น One Bangkok Art & Culture Space, 100 Tonson Foundation, BANGKOK CITYCITY GALLERY, DIB 26 และ Jim Thompson Art Center ซึ่งจะจัดนิทรรศการของตนเองในช่วงเวลาเดียวกับเทศกาล

ขณะที่ BAB Fringe จะขยายกิจกรรมออกไปยังพื้นที่อิสระ ทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ผ่านความร่วมมือกับ Rongsi 1984+1 Gallery, HELU-TRANS (THAILAND) และ Warin Lab Nomad

ทำให้บรรยากาศของเทศกาลไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะใจกลางกรุงเทพฯ แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงพื้นที่ธนบุรี สมุทรปราการ และสุพรรณบุรีด้วย

หากมองในมุมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นี่ถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจ เพราะการกระจายพื้นที่จัดแสดงศิลปะสามารถสร้างโอกาสให้ผู้ชมเดินทางไปสำรวจย่านใหม่ ๆ และอาจช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่โดยรอบ

แทนที่นักท่องเที่ยวจะเดินทางมาเพื่อชมสถานที่เพียงแห่งเดียว เทศกาลลักษณะนี้สามารถสร้างเหตุผลให้ผู้คนใช้เวลาอยู่ในเมืองนานขึ้น และออกเดินทางไปสัมผัสพื้นที่ที่อาจไม่เคยอยู่ในแผนการท่องเที่ยวมาก่อน

ไทยเบฟกับภารกิจผลักดันกรุงเทพฯ สู่เมืองศิลปะระดับโลก

เบื้องหลังการจัด Bangkok Art Biennale 2026 คือความร่วมมือของหลายภาคส่วน นำโดยมูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) รวมถึงเครือข่ายพันธมิตรภาครัฐและเอกชน

ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทยเบฟ และประธานกรรมการมูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ กล่าวว่า นับเป็นเวลาเกือบ 10 ปีแล้วนับจากการริเริ่มจัดแถลงข่าวครั้งแรกในปี 2017 ก่อนจะจัดเทศกาลครั้งแรกในปี 2018 และดำเนินมาอย่างต่อเนื่องทุก 2 ปี

ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา Bangkok Art Biennale ได้กลายเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญที่เชื่อมโยงทุนทางศิลปวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ เข้ากับศิลปะร่วมสมัยจากทั่วโลก

พร้อมเปิดโอกาสให้ศิลปินไทยและต่างชาติได้นำเสนอผลงานต่อสาธารณชน และช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์

สำหรับไทยเบฟ การสนับสนุนเทศกาลครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการสนับสนุนกิจกรรมด้านศิลปะ แต่ยังสะท้อนบทบาทของภาคเอกชนในการร่วมพัฒนาระบบนิเวศทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย

โดยเฉพาะการสร้างพื้นที่ที่เชื่อมโยงศิลปิน สถาบันศิลปะ ธุรกิจ และนักท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม การผลักดันกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองศิลปะระดับโลก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการจัดเทศกาลใหญ่เพียงครั้งเดียว แต่ยังต้องอาศัยความต่อเนื่องของกิจกรรม การพัฒนาพื้นที่ศิลปะ และการสร้างโอกาสให้ศิลปินสามารถเติบโตได้ในระยะยาว

ศิลปะอาจเป็นอีกหนึ่งคำตอบของอนาคตเศรษฐกิจกรุงเทพฯ

เมื่อพูดถึงการท่องเที่ยวไทย หลายคนอาจนึกถึงอาหารไทย วัด ทะเล หรือแหล่งช้อปปิ้งเป็นอันดับแรก

แต่ในวันที่เมืองต่าง ๆ ทั่วโลกแข่งขันกันดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยประสบการณ์ใหม่ ๆ ศิลปะและวัฒนธรรมกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งจุดขายที่ไม่ควรมองข้าม

กรุงเทพฯ มีข้อได้เปรียบจากการเป็นเมืองที่ผสมผสานความเก่าและความใหม่เข้าด้วยกันได้อย่างมีเอกลักษณ์ ตั้งแต่สถาปัตยกรรม วัดเก่าแก่ วิถีชีวิต ไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ร่วมสมัย และ Bangkok Art Biennale กำลังนำต้นทุนเหล่านี้มาต่อยอดให้เกิดคุณค่าใหม่

แม้ตัวเลขรายได้จากการท่องเที่ยว 3,540 ล้านบาทของงานปี 2024 จะไม่ใช่หลักประกันว่างานในปี 2026 จะสร้างรายได้ในระดับเดียวกัน แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของกิจกรรมทางวัฒนธรรมในการสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ

เพราะท้ายที่สุด เมืองที่ประสบความสำเร็จด้านการท่องเที่ยว อาจไม่ใช่เมืองที่มีสถานที่ให้เที่ยวมากที่สุด แต่เป็นเมืองที่สามารถสร้างเหตุผลใหม่ ๆ ให้ผู้คนอยากเดินทางกลับมาได้อยู่เสมอ

และบางที Bangkok Art Biennale 2026 อาจเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ทำให้คนทั่วโลกไม่ได้รู้จักกรุงเทพฯ เพียงในฐานะเมืองแห่งอาหารและการท่องเที่ยว แต่จดจำกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองแห่งศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ด้วย

โดย Bangkok Art Biennale 2026: ANGELS & MARA จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม 2569 – 28 กุมภาพันธ์ 2570 ณ พื้นที่จัดแสดงหลัก 11 แห่งทั่วกรุงเทพมหานคร พร้อมกิจกรรมศิลปะจากเครือข่าย BAB Plus และ BAB Fringe

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...