S&P 500 ปิดเหนือ 7,800 ครั้งแรก! หุ้นชิป–เทคหนุนตลาด ดาวโจนส์ทำนิวไฮ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปปรับตัวขึ้นในวันอังคาร (6 ต.ค. 2569) โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ชะลอการปรับขึ้น ด้านนักลงทุนจับตารายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เดือนกันยายน ซึ่งจะเปิดเผยในวันพุธ เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในระยะต่อไป
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก ทำสถิติสูงสุดใหม่ หุ้นชิป–เทคหนุน
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกในวันอังคาร โดยดัชนี S&P 500 ปิดเหนือระดับ 7,800 จุดเป็นครั้งแรก และทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่ Nasdaq Composite แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ระหว่างการซื้อขาย หลังนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและบริษัทผลิตชิป ท่ามกลางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลง
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น โดย Marvell Technology พุ่ง 5.8% หลังปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ ขณะที่ Advanced Micro Devices (AMD) เพิ่มขึ้นเกือบ 3% หลัง Citi ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายจากแนวโน้มความต้องการหน่วยประมวลผลที่เพิ่มขึ้น ส่วน Broadcom เพิ่มขึ้น 3.7%
- ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปิดที่ 51,521.28 จุด เพิ่มขึ้น 253.38 จุด (+0.49%)
- ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,818.93 จุด เพิ่มขึ้น 44.98 จุด (+0.58%)
- ดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ 27,599.886 จุด เพิ่มขึ้น 122.576 จุด (+0.45%)
ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก รับแรงซื้อทั่วภูมิภาค
ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันอังคาร โดยได้แรงหนุนจากบรรยากาศการลงทุนที่ดีขึ้น หลังราคาพลังงานเริ่มผ่อนคลายแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตร ขณะที่นักลงทุนยังคงติดตามความกังวลเกี่ยวกับตลาดตราสารหนี้และสถานการณ์การเงินของประเทศในยูโรโซน โดยเฉพาะฝรั่งเศส
- ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 636.63 จุด เพิ่มขึ้น 3.01 จุด (+0.48%)
- ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนี ปิดที่ 25,449.19 จุด เพิ่มขึ้น 194.98 จุด (+0.77%)
- ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ปิดที่ 7,865.07 จุด เพิ่มขึ้น 30.97 จุด (+0.40%)
ตลาดหุ้นอังกฤษปิดบวก นักลงทุนคลายกังวลตลาดพันธบัตร
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันอังคาร โดยได้รับแรงหนุนจากบรรยากาศการลงทุนในตลาดโลกที่ดีขึ้น ขณะที่การปรับตัวลงของค่าเงินดอลลาร์ช่วยหนุนสกุลเงินหลักอื่น ๆ และนักลงทุนยังติดตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยและผลกระทบจากราคาพลังงานที่มีต่อเงินเฟ้อ
- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นอังกฤษ ปิดที่ 10,541.69 จุด เพิ่มขึ้น 43.75 จุด (+0.42%)
ราคาน้ำมันทรงตัว ตลาดคลายกังวลอุปทานตะวันออกกลาง
ราคาน้ำมันโลกเคลื่อนไหวทรงตัวในวันอังคาร หลังตลาดชั่งน้ำหนักระหว่างปริมาณการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้น และแผนการปล่อยน้ำมันดิบและดีเซลจากคลังสำรองฉุกเฉินของกลุ่ม G7 กับความเสี่ยงที่อุปทานอาจหยุดชะงักจากการโจมตีของกลุ่มฮูตีในเยเมน
ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางที่ยังคงไหลเข้าสู่ตลาด โดยมีน้ำมันดิบราว 12 ล้านบาร์เรลต่อวัน และผลิตภัณฑ์กลั่นราว 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ถูกขนส่งออกจากภูมิภาคในช่วง 7-10 วันที่ผ่านมา ขณะที่ G7 เตรียมปล่อยน้ำมันดิบและดีเซลจากคลังสำรองฉุกเฉินรวม 100 ล้านบาร์เรล เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนพลังงาน
- ราคาน้ำมันดิบ WTI (ส่งมอบเดือนพฤศจิกายน) ปิดที่ 89.44 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.01%
- ราคาน้ำมันดิบ Brent (ส่งมอบเดือนธันวาคม) ปิดที่ 100.58 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.26%
ราคาทองคำปรับขึ้น รับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย–ดอลลาร์อ่อน
ราคาทองคำโลกปรับตัวขึ้นในวันอังคาร โดยได้รับแรงหนุนจากการชะลอตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับตลาดพันธบัตรและสถานการณ์การเงินในยุโรป
นักลงทุนยังจับตารายงานการประชุมเฟดเดือนกันยายน ซึ่งจะเปิดเผยในวันพุธ เพื่อประเมินแนวโน้มนโยบายการเงิน โดยตลาดลดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม หลังตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ เดือนกันยายนออกมาต่ำกว่าคาด ขณะที่ตลาดยังให้น้ำหนักสูงต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม
- ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ปิดที่ 4,168.33 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 0.7%
- ราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ (ส่งมอบเดือนธันวาคม) ปิดที่ 4,187.10 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 0.7%
ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า ยูโรฟื้นตัว นักลงทุนจับตาทิศทางดอกเบี้ยเฟด
ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยดัชนีดอลลาร์ลดลง 0.32% มาอยู่ที่ 101.83 จุด หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ชะลอตัวจากระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 ทศวรรษ ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการประชุมเฟดเดือนกันยายน เพื่อประเมินทิศทางการขึ้นดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปี
ยูโรฟื้นตัวขึ้น 0.35% สู่ระดับ 1.1260 ดอลลาร์ หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสปรับตัวลง ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับตลาดตราสารหนี้ในยูโรโซน ขณะที่เงินปอนด์เพิ่มขึ้น 0.42% สู่ระดับ 1.3275 ดอลลาร์ ส่วนเงินเยนอ่อนค่า โดยดอลลาร์เพิ่มขึ้น 0.11% สู่ระดับ 158.08 เยน
- ยูโร/ดอลลาร์ ปิดที่ 1.1260 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.0039 (+0.35%)
- ดอลลาร์/เยน ปิดที่ 158.08 เยน เพิ่มขึ้น 0.17 (+0.11%)
- ปอนด์/ดอลลาร์ ปิดที่ 1.3275 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.0055 (+0.42%)