รู้จักหรือยัง”ศิริโชค โสภา”เป็นใคร ดิ้นกันใหญ่เลย!
"ศิริโชค โสภา"อดีต ส.ส.สงขลา 4 สมัย พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมขุดคุ้ย เปิดหลักฐานบัญชีทรัพย์สินของ "สส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์" พรรคภูมิใจไทย และสามี ที่ยื่น ต่อ ป.ป.ช. หลังเปิดวิวาทะกลางสภากับ "สส.รังสิมันต์ โรม" พรรคประชาชน สิ่งแรกที่ได้รับคือคำเย้ยเหยียดจาก "สส.หญิงคนดัง"ว่า "เป็นใคร ไม่รู้จัก เกิดไม่ทัน" แต่เรื่องไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น
"อดีต ส.ส.ศิริโชค"ยังเดินหน้าเปิดข้อมูลต่อเนื่องเป็นชุดๆ จนล่าสุด ตั้งแต่สามี สส.เป็นผู้ถือหุ้นบริษัทพนันในต่างประเทศ,ทรัพย์สินที่มีไม่สัมพันธ์กับรายได้ที่แจ้ง ตอ ป.ป.ช. และเริ่มลามเข้าพรรคสีน้ำเงิน เรื่องเงินบริจาค จนหลายคนดิ้นพล่าน บางคนพูดว่า "ฝ่านรกมาเกิด ด้วยการฆ่าคนอื่น" บางคนไปไกลถึงขนาดเรียก "ศิริโชค" เป็น "ทหารเกษียณอายุ" แต่ทั้งหมดหาใช่ประเด็นสำคัญ เพราะสาระสำคัญจริงๆ อยู่ที่ข้อมูล อยู่ที่การตั้งคำถามของ "ศิริโชค" ถึง "สส.ไอเดียร์" ละพรรคภูมิใจไทย มากกว่า
"ศิริโชค" ตรวจสอบบัญชีเงินบริจาคพรรคภูมิใจไทย ที่เปิดเผยต่อ กกต.พบชื่อ "สุชาดา ซาง แทนทรัพย์" บริจาคเงินให้พรรคอย่างต่อเนื่อง รวมเท่าที่ตรวจพบแล้ว 1.5 แสนบาท โดยเริ่มบริจาคเดือนละ 10,000 บาท ตั้งแต่ก่อนเป็น สส.ก่อนเพิ่มเป็นเดือนละ 30,000 บาท หลังได้เข้าสภา และ ป.ป.ช.กำลังตรวจสอบเชิงลึกเกี่ยวกับที่มาของทรัพย์สิน รายได้ และความสามารถในการชำระหนี้ของครอบครัวนี้ เรื่องนี้จึงนำมาสู่คำถามสำคัญเกี่ยวกับเงินบริจาคพรรคการเมือง เพราะกฏหมายพรรคการเมืองระบุไว้
มาตรา 72 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ห้ามพรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรครับบริจาคโดยรู้หรือควรจะรู้ว่า เงินได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าแหล่งที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย
มาตรา 74 ห้ามรับบริจาคจากบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย นิติบุคคลต่างประเทศ และบุคคลหรือนิติบุคคลบางประเภทที่เป็นช่องทางรับเงินจากแหล่งต้องห้าม
มาตรา 77 ให้อำนาจและกำหนดหน้าที่ กกต. ในการตรวจสอบความถูกต้องของการบริจาคเงินแก่พรรคการเมือง
มาตรา 92 (3) หากพรรคการเมืองฝ่าฝืนมาตรา 72 หรือ 74 และพิสูจน์ได้ตามกระบวนการกฎหมาย อาจนำไปสู่การยุบพรรคโดยศาลรัฐธรรมนูญ
ดังนั้นการมีทรัพย์สินจำนวนมากหรือมีคู่สมรสลงทุนในธุรกิจบ่อนพนันออนไลน์ ไม่ได้พิสูจน์ว่า เงินบริจาคเป็นเงินผิดกฎหมาย แต่เมื่อมีข้อสงสัยเกี่ยวกับที่มาของทรัพย์สิน การตรวจสอบเงินบริจาค ก็ควรลงไปถึงต้นทางของเงินด้วย
จึงกลายเป็นการออกมาดิ้นพล่าน ฟาดงวงฟาดงา ของคนในพรรคภูมิใจไทย ทั้งระดับ สส.ทั่วไป ,ระดับโฆษกพรรค ที่พ่วงตำแหน่งรัฐมนตรี คือ "แนน บุญธิดา สมชัย" ระดับรองหัวหน้าพรรคที่เป็นรัฐมนตรีลูกเทพ อย่าง"สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รวมถึงประธานฝ่ายกฏหมายของพรรค คือ "ศุภชัย ใจสมุทร"
แต่คำตอบกลับไม่ตรงกัน และคำตอบของโฆษก กับ ประธานกฏหมายพรรคสีน้ำเงิน กลายเป็นคำตอบ กลายเป็นใบเสร็จที่ "ศิริโชค"ต้องการให้สังคมเข้าใจในข้อเท็จจริงมากขึ้น ว่าเงินบริจาคหักมาจากบัญชีใด โอนมาแบบไหน ส่วนตัว ส.ส.จะชี้แจงอย่างไร พรรคจะโต้แย้งอย่างไร ก็เป็นเรื่องที่แต่ละฝ่ายจะต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน เพราะตั้งแต่ต้น "ศิริโชค" ไม่ได้กล่าวหาว่าทรัพย์สิน, หรือเงินบริจาค มีความผิด แค่นำเสนอข้อมูล และต้องการให้มีการตรวจสอบในทุกขั้นตอน
จากผลงานการหาข้อมูล การเชื่อมโยง การวิเคราะห์ข้อมูลของ "ศิริโชค" หลายคนชื่นชมยกให้เป็น MVP สำหรับการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินในครั้งนี้ แต่หลายคนยังไม่รู้ ในอดีต "ศิริโชค" นอกจากถูกมองว่าเป็น "วอลเปเปอร์" ของ"อภิสทิธิ์ เวชชาชีวะ"แล้ว "ศิริโชค"คือมือทำงานคนสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ ในประเด็นเกี่ยวกับการตรวจสอบ"เทมาเส็ก"ด้วยเช่นกัน
สำหรับ "ศิริโชค" เกิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2510 อายุ 59 ปี ชื่อเล่น "เล็ก" เป็นอดีตรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ อดีตส.ส.สงขลา 4 สมัย เรียนจบจากโรงเรียนอัสสัมชัญ ส่วนระดับปริญญาตรีเกียรตินิยมด้านเคมีและการจัดการ จากราชวิทยาลัยแห่งลอนดอน ประเทศอังกฤษ ปริญญาโทบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เคยเป็นดาวสภาปี 2544 จากการอภิปรายเกี่ยวกับการทุจริตการจัดซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด CTX ในสนามบินสุวรรณภูมิ
ดังนั้นคนที่ถามว่า "ศิริโชค" เป็นใคร ไม่รู้จัก เกิดไม่ทัน เวลานี้คงพอจะรู้แล้วว่า "ศิริโชค" เป็นใคร ส่วนคนที่พยายามอุ้ม พยายามปกป้อง "ส.ส.ไอเดียร์" หรือปกป้องพรรค ก็ต้องเอาข้อมูลที่แท้จริงออกมา ไม่ใช่ตอบโต้ด้วยอารมณ์ เหยียดเย้ย สบประมาท ว่าเป็น "ทหารแก่ ทหารเกษียณ หรือคำส่อเสียดว่า "ฝ่านรกมาเกิด ด้วยการฆ่าคนอื่น" เพื่อให้ตัวเองกลับมาแจ้งเกิด…
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews