กลิ่นฉุนชวงสงสัย! กระสอบปริศนาซ่อนพงหญ้าริมถนน เปิดดูผงะ ‘ยาบ้า’ 1.34 ล้านเม็ด
เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 69 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง ตรวจยึดยาบ้าจำนวน 1,342,000 เม็ด หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบสิ่งของต้องสงสัยถูกซุกซ่อนอยู่ในพงหญ้า พื้นที่หมู่ 7 บ้านเขาหลัก ตำบลน้ำผุด อำเภอเมืองตรัง โดยยาเสพติดทั้งหมดบรรจุอยู่ในกระสอบ 5 กระสอบ คาดอาจเป็นยาเสพติดที่ถูกนำมาพักซ่อนไว้เพื่อรอการลำเลียงหรือกระจายต่อไปยังพื้นที่อื่น ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลหาผู้เกี่ยวข้อง
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจ่าเอกสุวัฒน์ สัญวงษ์ นายอำเภอเมืองตรัง ได้รับแจ้งจากนายสวัสดิ์ ขุนนุ้ย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 บ้านเขาหลัก ว่าพบสิ่งของต้องสงสัยคล้ายยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ในพื้นที่ จึงสั่งการให้นายสมพร อ่อนชาติ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง นำกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ พ.ต.ต.ศิวกรณ์ แป้นไทย สว.กก.สส.ภ.จว.ตรัง เข้าตรวจสอบ
เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นพงหญ้าริมถนนภายในหมู่บ้าน ห่างจากถนนประมาณ 3 เมตร เจ้าหน้าที่พบกระสอบจำนวน 5 กระสอบ ถูกซุกซ่อนอยู่ในพงหญ้าที่ขึ้นปกคลุม ก่อนตรวจสอบพบยาเสพติดบรรจุเป็นมัดอยู่ภายใน จึงตรวจยึดและนำไปตรวจนับที่ว่าการอำเภอเมืองตรัง
ต่อมา นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วยนายจักรพงษ์ รัชนีกุล ปลัดจังหวัดตรัง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เดินทางเข้าตรวจสอบของกลาง พบว่าเป็นยาบ้าจำนวน 1,342,000 เม็ด โดยบรรจุเป็นมัดและมีสัญลักษณ์ “999” หรือตองเก้าประทับอยู่บนหีบห่อ จากการประเมินเบื้องต้น หากยาบ้าดังกล่าวหลุดรอดไปถึงมือผู้เสพและจำหน่ายในราคาประมาณเม็ดละ 25 บาท จะมีมูลค่ารวมประมาณ 33,550,000 บาท
นายสวัสดิ์ ขุนนุ้ย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 บ้านเขาหลัก เปิดเผยว่า ตามปกติหมู่บ้านจะจัดกิจกรรมพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยในวันเกิดเหตุได้นัดหมายชาวบ้านมาร่วมกันทำความสะอาดและพัฒนาหมู่บ้าน ระหว่างนั้นชาวบ้านบางคนได้กลิ่นฉุนคล้ายกลิ่นช็อกโกแลต ประกอบกับก่อนหน้านี้มีฝนตก จึงแจ้งให้ตนทราบ
จากนั้นจึงนำชาวบ้านช่วยกันค้นหาต้นตอของกลิ่น โดยใช้มีดพร้าแหวกพงหญ้า ก่อนพบกระสอบถูกหญ้าปกคลุม เมื่อตรวจสอบพบว่าเป็นมัดยาบ้า จึงรีบประสานนายอำเภอเมืองตรังและฝ่ายความมั่นคงให้เข้าตรวจสอบ ซึ่งไม่คาดคิดว่าจะพบยาเสพติดจำนวนมากขนาดนี้ และรู้สึกโล่งใจที่ตรวจพบก่อนจะมีการนำไปกระจายต่อ
ผู้ใหญ่บ้านระบุเพิ่มเติมว่า บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างหมู่ 1 และหมู่ 7 มีสภาพค่อนข้างเปลี่ยวและห่างไกลผู้คน อีกทั้งไม่มีกล้องวงจรปิด จึงขอให้ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เร่งสืบสวนขยายผลติดตามผู้ที่นำยาเสพติดมาซุกซ่อนไว้ ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
เบื้องต้น ข้อมูลด้านการข่าวของเจ้าหน้าที่ตั้งข้อสันนิษฐานว่า ยาเสพติดดังกล่าวอาจถูกลำเลียงมาจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อพักซ่อนไว้รอกระจายต่อไปยังกลุ่มผู้รับ หรืออาจเป็นยาเสพติดที่ถูกนำมาวางพักไว้เพื่อรอการส่งคืน อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบที่มาและเส้นทางการลำเลียงยาเสพติด พร้อมเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลไปยังผู้ลักลอบขนส่ง ผู้รับผิดชอบยาเสพติด และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งต้นทางและปลายทาง เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.