นราธิวาสปะทะเดือด! ด.ต.พลีชีพ-ทหารพรานเจ็บ2-โจรใต้ดับ 1 พ่อเมืองสั่งล่า
เมื่อวันที่ 17 ต.ค. นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผวจ.นราธิวาส พร้อม พล.ต.ต. ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส และ นายกิตตินันท์ เซ็งกะชรี นายอำเภอศรีสาคร ลงพื้นที่หมู่ที่ 3 บ้านตืองอ ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เพื่อติดตามสถานการณ์และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ภายหลังเกิดเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. ของวันนี้
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสนธิกำลังเข้าปฏิบัติภารกิจควบคุมพื้นที่ ก่อนเกิดการยิงปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 1 นาย คือ ดาบตำรวจ สาโรจน์ โหลมวล อายุ 51 ปี ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ 2 นาย คือ อาสาสมัครทหารพราน พิเชษฐ์ บรรณศรี อายุ 34 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะและหลัง ส่วนอาสาสมัครทหารพราน เกียรติศักดิ์ มณีจันทร์ อายุ 34 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณเอวด้านซ้ายและหลัง ขณะที่ฝ่ายผู้ก่อเหตุเสียชีวิต 1 ราย โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล และยังคงปิดล้อมควบคุมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ระหว่างลงพื้นที่ ผู้ว่าฯ นราธิวาส ได้รับฟังรายงานสถานการณ์จากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน สอบถามความคืบหน้าการดำเนินงาน รวมถึงปัญหาและอุปสรรค พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่เสี่ยง และเน้นย้ำให้หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กรอบกฎหมายและคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบ ไม่ประมาท และบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมสถานการณ์และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงซ้ำ
ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ได้รับผลกระทบ โดยมอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ จังหวัดนราธิวาส เร่งประสานการช่วยเหลือครอบครัวเจ้าหน้าที่ผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ ทั้งด้านการรักษาพยาบาล สิทธิประโยชน์ สวัสดิการ และเงินช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยต้องตรวจสอบสิทธิให้ครบถ้วน เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบได้รับความช่วยเหลือครอบคลุมทุกสิทธิ
สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติภารกิจควบคุมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยฝ่ายความมั่นคง ขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่เกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียง เพื่อความปลอดภัยและไม่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ หากพบเบาะแสบุคคลต้องสงสัย ให้โทรฯ สายด่วน กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า 1341 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลผู้แจ้งจะถูกเก็บเป็นความลับ.