อย่าเผลอเคี้ยว! 6 ผลไม้ "เมล็ดมีพิษ" โดยเฉพาะอันดับ 1 ไม่ได้รักษามะเร็ง แต่ได้ "ไซยาไนด์" แทน!
เมล็ดผลไม้มีพิษ มีอะไรบ้าง? รู้จัก 6 ชนิดที่ไม่ควรเคี้ยวหรือบดกิน เพราะมี ไซยาไนด์ พร้อมวิธีรับมือหากเผลอกลืน
ผลไม้เป็นอาหารที่ให้วิตามิน ใยอาหาร และสารอาหารหลายชนิด แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกส่วนของผลไม้จะรับประทานได้ โดยเฉพาะเมล็ดผลไม้บางชนิดที่มีสารธรรมชาติซึ่งเปลี่ยนเป็นไซยาไนด์ได้ระหว่างการย่อย ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับชนิด ปริมาณ และลักษณะที่กิน โดยการเคี้ยวหรือบดเมล็ดแตกมีความเสี่ยงต่างจากการเผลอกลืนเมล็ดที่ยังสมบูรณ์
ข้อมูลจากหน่วยงานตรวจสอบอาหารแคนาดาและศูนย์พิษวิทยา Poison Control ของสหรัฐฯ ระบุถึงเมล็ดผลไม้หลายชนิดที่ควรหลีกเลี่ยงการนำมากิน เช่น แอปริคอต พีช เชอร์รี พลัม แอปเปิล และแพร์หรือสาลี่ อย่างไรก็ตาม เนื้อผลไม้เหล่านี้รับประทานได้ตามปกติ ประเด็นที่ต้องระวังคือเมล็ดหรือเนื้อเมล็ดด้านใน
ทำไมเมล็ดผลไม้บางชนิดจึงมีพิษ?
เมล็ดผลไม้บางชนิดมีสารในกลุ่มไซยาโนเจนิกไกลโคไซด์ เช่น อะมิกดาลิน หรือ Amygdalin ซึ่งสามารถปล่อยไฮโดรเจนไซยาไนด์เมื่อถูกย่อย การเคี้ยว บด หรือปั่นจนเมล็ดแตกทำให้สารภายในสัมผัสกับกระบวนการย่อยได้มากขึ้น หากได้รับในปริมาณมากพอ ไซยาไนด์จะรบกวนการใช้ออกซิเจนของเซลล์และก่อให้เกิดพิษรุนแรงได้
1. เมล็ดแอปริคอต ระวังเมล็ดดิบและผลิตภัณฑ์ที่อ้างสรรพคุณรักษาโรค
ส่วนที่ต้องระวังคือเนื้อเมล็ดด้านในเปลือกแข็งของแอปริคอต ซึ่งมีอะมิกดาลินและสามารถปล่อยไซยาไนด์ระหว่างการย่อยได้ หน่วยงานมาตรฐานอาหารสหราชอาณาจักรระบุว่าเมล็ดแอปริคอตดิบทั้งชนิดขมและหวานต้องควบคุมปริมาณไซยาไนด์ก่อนจำหน่ายเพื่อบริโภค จึงไม่ควรแกะเมล็ดจากผลมากินเอง หรือถือว่ารสไม่ขมหมายถึงปลอดภัย
นอกจากนี้ ไม่ควรซื้อเมล็ดแอปริคอตมากินเพื่อหวังรักษามะเร็งตามคำโฆษณา อะมิกดาลินซึ่งบางครั้งถูกเรียกว่า “วิตามินบี 17” ไม่ใช่วิธีรักษามะเร็งที่มีหลักฐานยืนยันว่าปลอดภัยและได้ผล การรับประทานกลับอาจทำให้ได้รับไซยาไนด์จนเป็นอันตราย
2. เมล็ดพีช ไม่ควรทุบเปลือกแข็งเพื่อกินด้านใน
พีชมีแกนแข็งอยู่กลางผล และมีเมล็ดอยู่ภายในอีกชั้นหนึ่ง เมล็ดส่วนนี้มีอะมิกดาลิน จึงไม่ควรทุบแกะออกมาเคี้ยว บดกิน หรือใส่ลงในเครื่องปั่นพร้อมเนื้อผลไม้ ปริมาณสารแตกต่างกันในแต่ละเมล็ด และเด็กเล็กอาจได้รับผลกระทบจากปริมาณที่น้อยกว่าผู้ใหญ่ได้
3. เมล็ดเชอร์รี ต้องนำออกก่อนปั่นสมูทที
เมล็ดเชอร์รีมีเปลือกแข็งหุ้มเนื้อเมล็ดที่มีสารซึ่งปล่อยไซยาไนด์ได้ การเผลอกลืนเมล็ดที่ไม่แตกจำนวนน้อยโดยทั่วไปมีความเสี่ยงพิษต่ำ แต่ไม่ควรตั้งใจเคี้ยวหรือบดกิน ก่อนนำเชอร์รีไปทำน้ำผลไม้ สมูทที หรืออาหารสำหรับเด็ก ควรตรวจและนำเมล็ดออกให้หมด
4. เมล็ดพลัมและพรุน ไม่ใช่ของกินเล่น
พลัมเป็นผลไม้ที่มีแกนแข็งหุ้มเมล็ด เช่นเดียวกับพีชและเชอร์รี ส่วนพรุนคือพลัมที่นำมาทำแห้ง ซึ่งบางผลิตภัณฑ์ยังอาจมีเมล็ดอยู่ ควรนำส่วนนี้ออกและหลีกเลี่ยงการทุบ เคี้ยว หรือบดกิน เพราะเมล็ดมีสารในกลุ่มที่สามารถปล่อยไซยาไนด์ได้
5. เมล็ดแอปเปิล เผลอกลืนไม่กี่เมล็ดไม่ต้องตื่นตระหนก
เมล็ดแอปเปิลมีอะมิกดาลินในปริมาณน้อย ศูนย์พิษวิทยา Poison Control ระบุว่า การเผลอกลืนเมล็ดไม่กี่เมล็ดโดยทั่วไปไม่ทำให้เกิดพิษไซยาไนด์ แต่ไม่ควรรวบรวมเมล็ดมาเคี้ยวหรือบดกินจำนวนมาก วิธีป้องกันง่าย ๆ คือเอาแกนและเมล็ดออกก่อนนำแอปเปิลไปปั่นหรือเตรียมให้เด็กกิน
6. เมล็ดแพร์และสาลี่ ควรเอาออกก่อนกินหรือปั่น
หน่วยงานตรวจสอบอาหารแคนาดาระบุแพร์ไว้ในกลุ่มผลไม้ที่เมล็ดมีสารไซยาโนเจนิกไกลโคไซด์เช่นกัน จึงควรนำเมล็ดออกและไม่ตั้งใจเคี้ยวหรือบดกิน โดยเฉพาะเมื่อนำไปปั่นทั้งลูก อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตีความว่าการเผลอกลืนเมล็ดเล็กน้อยจะทำให้เกิดพิษทันที เพราะต้องประเมินปริมาณและลักษณะที่กินร่วมด้วย
กลืนทั้งเมล็ดกับเคี้ยวเมล็ดแตก อันตรายต่างกันอย่างไร?
เปลือกที่ยังสมบูรณ์ช่วยจำกัดการปล่อยสารจากเมล็ดด้านใน การเผลอกลืนเมล็ดเชอร์รีที่ไม่แตกหรือเมล็ดแอปเปิลไม่กี่เมล็ดจึงมักมีความเสี่ยงพิษต่ำกว่าการเคี้ยวหรือบดก่อนกลืน แต่ไม่ควรใช้เป็นเหตุผลให้ตั้งใจกินเมล็ด เพราะเมล็ดแข็งยังอาจติดคอ และต้องพิจารณาขนาดเมล็ด อายุ และอาการของผู้กินด้วย
หากเมล็ดหลุดลงเครื่องปั่น ควรหยุดตรวจสอบก่อนรับประทาน ไม่ควรคิดว่าเครื่องปั่นละเอียดแล้วจะย่อยง่ายหรือปลอดภัยขึ้น เพราะการบดแตกเป็นสิ่งที่เพิ่มโอกาสให้สารภายในเมล็ดถูกปล่อยออกมา โดยเฉพาะผลไม้แกนแข็งอย่างเชอร์รี พีช และแอปริคอต
เผลอกินเมล็ดผลไม้ ควรทำอย่างไร?
- หยุดกินและนำเศษเมล็ดออกจากปาก: หากยังมีเหลืออยู่ โดยไม่ฝืนล้วงคอ
- ประเมินชนิดและปริมาณ: จดว่ากินผลไม้อะไร ประมาณเท่าไร เมล็ดแตกหรือไม่ และกินเมื่อใด
- หากเป็นเมล็ดแอปเปิลไม่กี่เมล็ดที่เผลอกลืน: โดยทั่วไปไม่ต้องตื่นตระหนก แต่หากเป็นเด็กเล็กหรือไม่แน่ใจควรขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์
- หากเคี้ยวหรือบดกินหลายเมล็ด โดยเฉพาะแอปริคอตดิบ: ควรติดต่อโรงพยาบาลหรือศูนย์พิษวิทยาเพื่อประเมินทันที ไม่รอให้อาการรุนแรง
- อย่าทำให้อาเจียนเอง: และไม่ใช้สูตรล้างพิษหรือยารักษาเองที่บ้าน
อาการแบบไหนควรไปโรงพยาบาลทันที?
อาการที่ต้องระวังหลังรับประทานเมล็ดที่เสี่ยง ได้แก่ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนแรง เวียนศีรษะ หายใจลำบาก หรือซึม หากมีอาการเหล่านี้ควรไปโรงพยาบาลทันที พร้อมแจ้งชนิดผลไม้ ปริมาณ และเวลาที่กิน อาการพิษอาจไม่ได้เกิดขึ้นทันทีทุกกรณี จึงไม่ควรใช้อาการปกติในช่วงแรกตัดสินว่าปลอดภัย หากกินเมล็ดบดหรือเมล็ดดิบที่เสี่ยงในปริมาณมาก
สรุป กินเนื้อผลไม้ได้ แต่ไม่ควรทดลองกินเมล็ดที่มีความเสี่ยง
เมล็ดผลไม้มีพิษที่ควรระวัง ได้แก่ แอปริคอต พีช เชอร์รี พลัม แอปเปิล และแพร์หรือสาลี่ โดยเฉพาะการเคี้ยว บด หรือปั่นเมล็ดรวมลงไป ไม่จำเป็นต้องกลัวการกินเนื้อผลไม้เหล่านี้ตามปกติ และการเผลอกลืนเมล็ดเล็กน้อยก็ไม่ได้หมายถึงได้รับพิษเสมอไป วิธีที่เหมาะสมคือแยกเมล็ดออกก่อนเตรียมอาหาร ไม่กินตามคำอ้างสรรพคุณรักษาโรค และขอคำแนะนำทางการแพทย์เมื่อกินในปริมาณมากหรือมีอาการผิดปกติ