ถอดรหัสพ่าย เจ็บซ้ำ 3 สังเวียน! เกมสู้ที่รู้ว่าแพ้ ของ "ธนาธร" สะเทือน "พรรคส้ม" บอบช้ำ สมาชิกขวัญเสีย
ความพ่ายแพ้ สนามเลือกตั้งการเมืองท้องถิ่นที่นนทบุรี ครั้งล่าสุด แท้จริงแล้วอาจไม่ได้สร้างแรงสั่นสะเทือน หรือแรงกดดันไปมากกว่าที่ “แบกรับ” กันอยู่แล้ว ในทุกวันนี้ และดูเหมือนว่าความพ่ายแพ้ของ “เดชรัต สุขกำเนิด” ในสังเวียนนายกอบจ.รอบนี้ ลึกๆแล้ว ไม่เหนือไปจากการคาดการณ์ จากหลายฝ่าย รวมถึงคนในพรรคประชาชนด้วยกันเอง
20 ก.ย.2569 ศึกการเลือกตั้งนายกอบจ.นนทบุรีที่ผ่านมา “นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ” ผู้สมัครจากกลุ่มผึ้งหลวง ที่ลงมารักษาเก้าอี้ หลังการเสียชีวิต ของ “นายกเด” พ.ต.ท.ธงชัย เย็นประเสริฐ
โดยผลคะแนนชัดเจนว่า นฤพนธ์ ชนะผู้สมัครทุกคน ทุกเบอร์ ชนิด “ม้วนเดียวจบ” คะแนน “ทิ้งห่าง” ชี้ให้เห็นผ่านการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ แบบเรียลไทม์ ตั้งแต่ยังไม่ทันถึง20.00 น.
โดยนฤพนธ์ ออกตัวนำ เดชรัต ผู้สมัครจากพรรคประชาชน ห่างเกือบ 2 หมื่นแต้ม โดยไม่ต้องรอให้การนับคะแนนเดินไปถึง 50 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ ต่อมานฤพนธ์ แถลงข่าวประกาศชัยชนะ ร่วมกับสมาชิกกลุ่มผึ้งหลวง ส่วนเดชรัต และพรรคประชาชน แถลงข่าวยอมรับความพ่ายแพ้
ทั้งนี้ คะแนนของนฤพนธ์ เอาชนะคู่แข่ง ไปได้ ทั้งสิ้น 193,653 คะแนน นำเป็นอันดับ 1 รองลงมาเป็นเดชรัต ได้คะแนน 138,274 คะแนน
ความพ่ายแพ้ของ พรรคประชาชน จากการเลือกตั้งนายกอบจ.นนทบุรี ครั้งนี้ ทำให้พรรคประชาชน ถูกวิจารณ์ว่าเป็นเพราะอะไร ทั้งที่ ในพื้นที่จ.นนทบุรี นั้น พรรคสามารถยึดครองเก้าอี้ สส.ได้ทั้งหมด จนวันนี้ต้องถือว่า จ.นนทบุรี นั้น “ส้มยึด” ได้ทุกที่นั่ง
อย่างไรก็ดี สำหรับเดชรัต เองต้องถือว่า ทำเต็มที่แล้ว สำหรับการลงมาสู้กับ กลุ่มการเมืองบ้านใหญ่ และยังเป็นอำนาจเดิม ในระดับอบจ.ซึ่งเป็นบารมีที่ “นายกเด” พ.ต.อ.ธงชัย สั่งสมเอาไว้จากการเป็นนายกอบจ.นนทบุรีถึง 5 สมัยรวมเวลาทั้งสิ้น 22 ปี
ดังนั้นเท่ากับว่า เดชรัต ผู้ท้าชิง ย่อมต้องเจอกับ โจทย์ใหญ่ ก่อนที่พรรคจะตัดสินใจส่งเขาลงสนามมาชนกับ “หลานอา” คือนฤพนธ์ ด้วยซ้ำ
แต่เมื่อแกนนำพรรค รวมทั้ง“ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะเจ้าของพรรคตัวจริง เลือกที่จะเล่นเกมนี้ ทั้งที่รู้คำตอบ ผลที่ออกมาจึงไม่มีอะไรต้องแปลกใจ เมื่อสนามการเมืองระดับท้องถิ่น คือความแข็งแกร่ง เหนือกว่า การที่พรรคประชาชน มีสส.นนทบุรี “ยกจังหวัด” ครบทั้ง 8 เขต ด้วยเหตุนี้ ความพ่ายแพ้จึงปรากฎอย่างที่เห็น !
ทว่าสำหรับพรรคส้มแล้ว การวัดกำลังทางการเมืองในระดับท้องถิ่น นั้นน่าสนใจว่า พรรคแพ้มาติดๆกัน ทั้งหมด 3 สนาม คือสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. , สนามเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา เมื่อ 25 มิ.ย.69 ที่ผ่านมา
โดย พรรคส่ง “อิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร” ไปชนกับ “นายกเบียร์” ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ แชมป์เก่าจากกลุ่มเรารักพัทยา ทั้งที่พรรคมีสส.ชลบุรี ด้วยกัน ถึง 6 คน
และล่าสุดปิดท้ายความพ่ายแพ้กันที่ สนามเลือกตั้งนายกอบจ.นนทบุรี ซึ่งจะพบว่า พรรคประชาชน ไม่ได้เปลี่ยนวิธีเล่น และยังคงเลือกสู้ในสนามที่รู้ว่า “แพ้” ด้วยกันถึง 3 ครั้งติดๆกัน
ด้านหนึ่งแกนนำพรรค โดยเฉพาะเจ้าของพรรค อาจต้องการประเมินกำลังทางการเมืองของ บ้านใหญ่เมืองชลและนนทบุรี ขณะที่สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.เมื่อกลางปีที่ผ่านมาแม้ “ชัชชาติ สิทธิพันธ์” จะไม่ได้มาจากบ้านใหญ่ แต่อย่าลืมว่า ชัชชาติ มีคะแนนนิยมของคนกรุง ตุนเอาในมือเป็นทุนเดิม แต่พรรคประชาชน ยังคงส่ง "โจ" ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ลงไปสู้กับชัชชาติ
น่าสนใจว่า การวางกลยุทธ์การต่อสู้ทางการเมือง สำหรับ “เจ้าของพรรค” เพื่อต้องการหยั่งเชิง หรือเสนอทางเลือกใหม่ให้กับประชาชนตามที่ประกาศเอาไว้หรือไม่
แต่ในขณะเดียวกัน อย่าลืมว่า “ความพ่ายแพ้” ในสนามเลือกตั้งต่อเนื่องกันถึง 3สังเวียนเช่นนี้ ล้วนมีผลต่อขวัญกำลังใจสมาชิกพรรค
ยิ่งทำให้ได้เห็นว่าสถานการณ์ที่กำลังตกเป็นรองยืดเยื้อเช่นนี้ ยิ่งทำให้ทำงานได้ยากมากขึ้น มิหนำซ้ำยังกลายเป็นการเปิดช่อง ให้ “ฝั่งตรงข้าม” หยิบยื่นไมตรี เพาะฟาร์มงูเห่า ได้ไม่ยาก !