ชาวบ้านสุดทน! โกดังทุนจีนลักลอบขนขยะอิเล็กทรอนิกส์ ฝุ่นพิษฟุ้งตลบนิคมพัฒนาระยอง
ชาวบ้านสุดทนร้องหน่วยงานรัฐ ตรวจสอบโกดังทุนจีน ขนถ่ายย้ายกากขยะอิเล็กทรอนิกส์ ฝุ่นฟุ้งกระทบสุขภาพ บริษัททุนจีน ไม่สนอนุสัญญาบาเซล นำเข้ากากขยะอิเล็กทรอนิกส์ ใส่ตู้คอนเทรนเนอร์ผ่านด่านศุลกากรแหลมฉบัง ขนข้ามจังหวัดเข้าโกดัง เลขที่ 14 ติดพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง 6 นิคมพัฒนา ระยอง สุดอันตราย ประชาชนรับฝุ่นเข้าปอด คนงานไม่สวมหน้ากากอนามัย
10 ตุลาคม 2569 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนที่พักอาศัยใกล้เคียงกับโกดังเก็บสินค้าที่ 14 ในพื้นที่ ม.1 ต.นิคมพัฒนา อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ที่อยู่กับพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง 6 ร้องเรียนเข้ามาว่า บริเวณหน้าโกดังบริษัททุนจีน มีรถพ่วงขนตู้คอนเทรนเนอร์เข้ามาเกือบทุกวัน โดยเฉพาะวันนี้วิ่งเข้ามาแล้วจำนวน 5 ตู้ ภายในเป็นกากขยะ คนงานใช้รถโฟล์คลิฟดัดแปลงเป็นที่ตัก ขนขยะออกมาจากตู้ ทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ เกรงฝุ่นเข้าปอดเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ขอให้มาตรวจสอบ
ต่อมา ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบว่า มีคนงานหลายคนเร่งตักกากขยะจากตู้คอนเทรนเนอร์ ขนเข้าไปเก็บในโกดัง สภาพฝุ่นฟุ้งกระจาย ไม่สวมหน้ากากอนามัย สังเกตเห็นเป็นกากขยะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ กากขยะอุตสาหกรรม และซากผลิตภัณฑ์เครื่องไฟฟ้าที่ไร้ประโยชน์ ทำให้ประชาชนเกิดความสงสัยเป็นอย่างมากว่า ตามอนุสัญญาบาเซล ประเทศไทยได้บังคับใช้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ วันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ.2566 ห้ามนำเข้าของเสียอันตรายอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ส่งออกขยะพิษ หรือกากขยะอุตสาหกรรมอันตรายเข้าในประเทศไทย หรือใช้เป็นสถานที่กำจัดขยะรีไซเคิล หากตรวจพบว่า มีการลักลอบ เคลื่อนย้าย หรือนำเข้าข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย ผู้ส่งออกมีหน้าที่ต้องโยกย้ายกากอุตสาหกรรมคืนประเทศต้นทางภายใน 30 วัน
ทั้งนี้ ประชาชนในพื้นที่ร้องขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายอำเภอนิคมพัฒนา อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ด่านศุลกากรการท่าเรือแหลมฉบัง และมาบตาพุด ช่วยกันตรวจสอบว่า บริษัทไหนเป็นผู้นำเข้าขยะ และใช้วิธีใดที่สามารถผ่านช่องทางการตรวจสอบสินค้าเข้ามาได้ และทำไมถึงไม่ปฏิบัติตามอนุสัญญาบาเซลประเทศไทย