โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ชายาพิษ โฉมสะคราญบรรณาการ

นิยาย Dek-D

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 05.55 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. 2568 เวลา 07.02 น. • ดินประดับ
พระชายาเว่ยเยว่ซินโฉมงามบรรณาการ มอบร่างให้นางม่านชิงเฉียวบุตรสาวเจ้าสำนักหมื่นพิษที่ถูกฆ่าตาย การแก้แค้นและทำหน้าที่พระชายาจึงได้เริ่มต้นขึ้น

ข้อมูลเบื้องต้น

เสียงหายใจของนางสะท้อนในอกเขาอย่างชัดเจน

ใจของนางเต้นแรงราวกับจังหวะนั้นหลุดพ้นจากทุกการควบคุม

นางไม่เคยมีประสบการณ์เช่นนี้ แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว

แม้จะพูดด้วยความมั่นใจว่า

“จะทำหน้าที่พระชายาให้สมบูรณ์”

แต่เมื่อทุกอย่างเกิดขึ้นจริงความตื่นเต้นที่ซ่อนอยู่เงียบ ๆ

ก็ปะทุขึ้นจนรู้สึกได้แม้ในปลายนิ้ว

>>>> รี๊ดสามารถกดติดตามอ่านฟรีได้จนจบเรื่องค่ะ กดติดตามไว้ได้เลยค่ะ

*เปิดให้อ่านฟรีจนจบนะคะ* >>>>>โดยมีเงื่อนไขตามนี้ค่ะ

จะเปิดขายล่วงหน้า 7-10 วันค่ะ ราคาประมาณ 1-3 เหรียญ (เก็บไว้ได้ค่ะ) จากนั้นเปิดอ่านฟรีประมาณ 10 วันค่ะ และจะติดเหรียญราคายังไม่แพงถ้าเรื่องยังไม่จบนะคะเมื่อจบเรื่องจะนำตอนที่ติดเหรียญมาปรับราคาให้แพงขึ้นให้สอดคล้องกับราคา E-BOOK รี๊ดที่กดซื้อใน ข้อ 1-2. สามารถเก็บตอนไว้อ่านได้นะคะ

ตอนแต่ละตอน จะสั้นสักหน่อยนะคะ ไรท์เพิ่มจำนวนอัพ

เพิ่มจำนวนการมองเห็นค่ะรี๊ด /\

เนื้อเรื่องบางครั้งมีคำหยาบโล้ดและวาบหวิวนะคะ

มีฉากวาบหวิวค่อนข้างเยอะนะคะ ไรท์จึงตั้งเนื้อหาสำหรับ 18+ ใครชอบแนวใสๆ เรื่องนี้ไม่ตอบโจทย์ค่ะ

นางเอกเป็นคนเทาๆ ส่วนพระเอกเป็นคนเทาๆที่คลั่งรักค่ะ

กู้เซียวอวิ้น

E-book เล่ม 1 ตอนที่ 1-39 วางขายแล้วนะคะ กดซื้อได้เลยค่ะ ตอนนี้ยังโปรราคาถูก

E-book เล่ม 2 เริ่มตอนที่ 40-69

E-book เล่ม 3 ตอนที่ 70…

-ขออนุญาตฝากผลงานอื่น ๆ ของไรท์ค่ะ

นิยายเรื่อง ฮูหยินแม่ทัพไม่ง่าย ค่ะ

ข้ารับไว้เอง

ตอนที่ 1 ข้ารับไว้เอง

หญิงสาวอรชรผู้หนึ่งกระโจนลงจากหน้าผาท่ามกลางเสียงกระบี่แว่วแผ่วเป็นการหลบหนีจากการตามล่าที่ไม่มีทางรอด

หัวหน้าคนชุดดำตะโกนลั่น “ตามลงไป! ตายก็ต้องเห็นศพ!”

แต่ยังไม่ทันเคลื่อนไหว ก็มีเงาคนกระซิบเร่งข้างหู

“หัวหน้า! มีกำลังคนจำนวนมากกำลังมาทางนี้!”

สีหน้าของหัวหน้าคนชุดดำเปลี่ยนไปทันที

เขาตัดสินใจรวดเร็ว “ล่าถอย!”

แม้จะรอดจากการตามล่า

แต่บาดแผลทั้งภายนอกและภายในก็สาหัสเกินเยียวยา

ม่านชิงเฉียว หญิงสาวผู้นั้น…

สิ้นลมหายใจกลางเงาไม้และเสียงสายลม

ขณะที่วิญญาณหลุดออกจากร่าง

นางนั่งเหม่ออยู่กลางความว่างเปล่า

ไม่มีความเจ็บ ไม่มีเสียงรอบข้าง

ราวกับถูกแขวนลอยอยู่เหนือทุกสิ่ง

ทันใดนั้น…เสียงกระบี่ดังแว่วขึ้นจากด้านบนหน้าผา

พร้อมเสียงของสตรีผู้หนึ่งดังกึกก้อง “ข้ายอมตาย!!”

ร่างของหญิงงามในชุดสูงศักดิ์พุ่งตกลงมากระแทกสายน้ำเป็นฟองวงกว้าง ไม่นาน…มีหญิงอีกคนกระโจนตามลงมาเสียงร้องเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยความสิ้นหวัง นางคือบ่าวรับใช้คนสนิท

ม่านชิงเฉียวลุกขึ้น มองเหตุการณ์เบื้องล่างด้วยความสนใจ

ดวงตาสะท้อนภาพสตรีผู้หนึ่งยอมแตกละเอียดดั่งหยกแต่ไม่ยอมเป็นกระเบื้องที่สมบูรณ์

ภายในใจของม่านชิงเฉียวเกิดความนับถือขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ไม่กี่อึดใจ

บุรุษในชุดครามใบหน้าองอาจคมสันปรากฏตัวเหนือยอดมาพร้อมด้วยองครักษ์หลายสิบพวกเขากระโดดตามลงมาไม่ลังเล

ม่านชิงเฉียวเบิกตากว้าง “นั่น…ไม่ใช่ชินอ๋องหรือ?”

สายตาของนางจับจ้องเขาในทันที

ชินอ๋องกระโจนลงน้ำ ไม่นานก็พบร่างหญิงงามที่หมดสติไร้สีเลือด

ชายหนุ่มอุ้มนางขึ้นจากสายน้ำ ทันทีก็หยิบโอสถขวดหนึ่งขึ้นมาดันยาลงคอหญิงงามทันที

ม่านชิงเฉียวเบิกตา “โอสถหยดโลหิตมังกร!!”

โอสถล้ำค่าราคาเกินหมื่นตำลึง ใช้ได้เฉพาะผู้ที่เพิ่งเสียชีวิตไม่เกินช่วงลมหายใจสุดท้าย

นางจำได้…เพราะเป็นคนปรุงด้วยมือตนเอง

เขาถึงกลับใช้ยานี้เพื่อหญิงผู้นั้น

แม้องครักษ์จะดูลังเลจะห้าม

แต่เพียงเห็นสายตาของเขา ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยคำใด

ม่านชิงเฉียวเหลือบไปมองวิญญาณของสตรีทั้งสอง

หนึ่งในนั้นคือหญิงผู้หมดลมหายใจในอ้อมแขนของอ๋อง

แม้เป็นเพียงเงาโปร่งแสงแต่งดงามเหนือโลกา

นางไม่ร้องไห้ ไม่หวาดกลัว

แต่กลับมองเหตุการณ์เบื้องล่างด้วยดวงตาว่างเปล่า

ร่างของเธอเริ่มปรากฏสีเลือด แต่นางกลับดูเศร้ายิ่งขึ้น

ม่านชิงเฉียวขมวดคิ้ว “เหตุใดเจ้าไม่กลับเข้าร่างเล่า?”

หญิงผู้นั้นหันมาชำเลือง ดวงตาคู่งดงามเรียบเฉยแต่ชวนให้หนาวสะท้าน “เดิมข้าไม่อยากอยู่ต่อ…แต่ก็ไม่สามารถตายด้วยมือตนเองได้ ตอนนี้สมปรารถนาแล้ว ไยต้องกลับเข้าร่างอีก”

ม่านชิงเฉียวสะดุดดวงตาประกายวาว “ท่านคือองค์หญิงเว่ยเยว่ซิน แห่งแคว้นต้าเว่ย…ใช่หรือไม่!?”

อีกฝ่ายคลี่ยิ้มเย้ยหยัน “ใช่…หากมิใช่เพราะแคว้น ข้าคงไม่ยอมแต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ใด ๆ”

บ่าวรับใช้ร้องไห้สะอื้น “องค์หญิง ได้โปรดกลับเข้าร่างเถิดเจ้าค่ะ…”

เว่ยเยว่ซินชำเลืองมองหญิงที่จงรักภักดีก่อนเอ่ยเบา ๆ “ชีวิตข้าสิ้นแล้ว เจ้าเองก็รู้ดี เหม่ยหลิง สิ่งใดที่ข้าตอบแทนเจ้าไม่ได้ในชาตินี้…ขอให้รอในชาติหน้าเถิด”

นางหันมาหาม่านชิงเฉียว กล่าวเรียบ ๆ “หากเจ้าต้องการร่างของข้า…ก็รับไปเถอะ”

ม่านชิงเฉียวมองอีกฝ่ายอย่างตกตะลึง ก่อนจะเอ่ยเบา ๆ

“แล้วเจ้าต้องการสิ่งใดตอบแทน?”

เว่ยเยว่ซินหลับตาขบคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าว “เพียงทำหน้าที่เดิมของข้า เป็นพระชายาให้ดีและ…อย่าให้สงครามระหว่างแคว้นปะทุขึ้นอีก”

ม่านชิงเฉียวพยักหน้า “ข้ารับปาก” ภาระนั้นไม่หนักหนาเกินไปและชินอ๋องรูปงาม…นางไม่รังเกียจ

เว่ยเยว่ซินยิ้ม“ขอบคุณ…เช่นนั้น ลองเข้าร่างของข้าดูเถิด”

ในขณะนั้นเอง ลำแสงสีทองอ่อนพุ่งลงจากฟากฟ้า

เว่ยเยว่ซินกับเหม่ยหลิงเดินเข้าสู่แสงนั้น รอยยิ้มของนางยังคงอบอุ่น ก่อนร่างโปร่งแสงทั้งสองจะจางหายไป

ม่านชิงเฉียวมองตามอย่างตกตะลึง “เหตุใด…ข้าจึงไม่เคยได้รับแสงแบบนี้บ้าง” ยังไม่ทันคิดให้ชัดเจนพลังบางอย่างก็พุ่งเข้ามาฉุดกระชากสติของนางดับวูบลง

บ่าวรับใช้ที่อยู่ไม่ไกล เหลียวมองพลางเอ่ยอย่างไม่พอใจ

“องค์หญิงจะดีหรือเจ้าคะ…เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่านางเป็นใคร

อาจเป็นคนต่ำต้อย แล้วจะทำให้พระองค์แปดเปื้อนได้”

เว่ยเยว่ซิน ที่ร่างนี้บัดนี้เป็นของม่านชิงเฉียว เพียงยิ้มเย้ยหยันเบา ๆ “สิ่งใดต้องแปดเปื้อนกันเล่า…สำหรับข้า ทุกอย่างล้วนไร้ความหมายแล้ว”

ผู้คนรอบกายไม่รู้เลยว่าอะไรเกิดขึ้น ชินอ๋องกู้เซียวอวิ้นยังคงกอดหญิงในอ้อมแขนไว้แน่น สายตาเขามีแววกังวล

โอสถทิพย์กล่าวว่าช่วยดึงวิญญาณได้

ทว่าหากช้าเกินไป…ก็ไร้ผล

องค์รักษ์เข้ามา “ท่านอ๋อง…พบร่างของสาวใช้แล้วขอรับ

ที่นี่…ยังมีร่างหญิงอีกคนเช่นกัน”

ชินอ๋องไม่หันไป เพียงสั่งเสียงเรียบ

“หาคนจัดการพิธีให้เรียบร้อย”

เมื่อเห็นชีพจรของเว่ยเยว่ซินกลับคืน เขาจึงถอนหายใจโล่ง

ชะตาลิขิต

ตอนที่ 2 ชะตาลิขิต

ม่านชิงเฉียวลืมตาขึ้นในความมืด ทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ จากความทรงจำของเว่ยเยว่ซินอย่างเงียบงัน

หญิงงามผู้นี้…เกิดมาพร้อมรูปโฉมเหนือสามัญชน หากแต่ชะตากลับอาภัพยิ่งนัก หัวใจของนางแตกสลายเพราะชายคนรักถูกสังหารเพียงเพราะพยายามยับยั้งการแต่งงานทางการเมืองของนาง

ม่านชิงเฉียวทอดถอนใจให้กับโชคชะตาอันน่าเวทนาของอีกฝ่าย ขณะนั้นเอง ประตูห้องถูกเปิดออกอย่างเงียบงัน ร่างสูงของบุรุษผู้หนึ่งก้าวเข้ามา แม้ภายในห้องจะไร้แสงตะเกียง แต่เขาก็มองเห็นว่านางลืมตาตื่นอยู่

ฝีเท้าของเขาชะงักเล็กน้อย ดวงหน้าฉายแววโล่งอก เขายกมือโบกให้สาวใช้ออกไป ก่อนจะก้าวเข้ามาอย่างช้า ๆ แล้วนั่งลงที่ขอบเตียง

"รู้สึกอย่างไรบ้าง…ยังเจ็บตรงไหนหรือเปล่า" น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน พร้อมรอยยิ้มอบอุ่นดุจฤดูใบไม้ผลิ

ม่านชิงเฉียวปรายตามองอีกฝ่าย ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าไร้กลิ่นอายสังหารเฉกเช่นในวันก่อน บัดนี้เขาสวมอาภรณ์หรูหราสีคราม มวยผมรวบขึ้นสูง ครอบด้วยกวานหยก ใบหน้าแลดูหล่อเหลาและสง่างามดุจจันทร์ท่ามกลางสายลมอ่อน

นางกะพริบตาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่วเบา "มึนหัวเล็กน้อยเพคะ"

นางมิได้โกหก…นางกำลังมึนหัวจริง ๆ เพราะตะลึงในความหล่อเหลาของอีกฝ่าย

กู้เซียวอวิ้นชะงักไปครู่ เว่ยเยว่ซินไม่เคยเอ่ยถึงความรู้สึกของตนมาก่อน คำพูดที่เขาคุ้นเคยจากปากของนางมีเพียงว่า

"ไม่เป็นไร"

และเพราะครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย…เขาจึงยิ่งแปลกใจ

"ให้หมอหลวงตรวจดูอาการสักหน่อยเถอะ…ใครอยู่ข้างนอก เข้ามาจุดตะเกียง แล้วไปตามหมอหลวงจ้าวด้วย"

สิ้นคำรับสั่ง สาวใช้หลายคนก็เข้ามาราวกับกระแสลมสงบ จัดแจงทุกอย่างอย่างรวดเร็ว แสงตะเกียงถูกจุดจนสว่างไสวไปทั่วห้อง

เว่ยเยว่ซินยังคงนิ่งเงียบ

กู้เซียวอวิ้นเหลือบมองใบหน้าของนาง

ก่อนจะเอ่ยขึ้น "หิวหรือไม่"

เว่ยเยว่ซินส่ายหน้าเบา ๆ "ไม่เพคะ"

โชคดีที่โดยปกตินางก็พูดน้อยอยู่แล้ว เขาจึงมิได้ระแคะระคาย ไม่นาน หมอหลวงจ้าวก็มาถึง กู้เซียวอวิ้นให้ตรวจดูอาการของพระชายาทันที

เว่ยเยว่ซินปรายตามองหมอหลวงนิ่ง ๆ พลางขบคิดในใจ

จ้าวลี่อิง ศิษย์สำนักหมื่นพิษที่เคยลาออกเมื่อหลายปีก่อน เหตุผลในวันนั้น…นางไม่ใส่ใจนัก สำนักหมื่นพิษไม่เคยรั้งใคร

จ้าวลี่อิงจับชีพจรเงียบ ๆ อยู่ครู่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นคง "เรียนท่านอ๋อง อาการของพระชายานับว่าปลอดภัยแล้ว ขอเพียงพักฟื้นและบำรุงร่างกายให้ดี ก็จะหายเป็นปกติ"

"ต้องใช้เวลานานแค่ไหน"

"ภายในหนึ่งถึงสองเดือนเพคะ ส่วนโอสถที่ต้องใช้ ข้าจะกลับไปเขียนแจกแจงมาให้ภายหลัง"

ใบหน้าของกู้เซียวอวิ้นผ่อนคลายลงหลายส่วน เขากล่าว

"ขอบคุณท่านหมอจ้าว…ข้าไม่รบกวนท่านแล้ว เด็ก ๆ ส่งท่านหมอหลวงกลับ" ทันใดนั้น บุรุษชราผู้หนึ่งก็เข้ามาพร้อมถุงเงินใบใหญ่ โค้งรับเชิญหมอหลวงออกไป

"ล้วนเป็นหน้าที่ของข้า…ข้าขอตัวเพคะ"

หลังหมอหลวงจ้าวออกไป สาวใช้ก็ถอยตาม

เหลือเพียงกู้เซียวอวิ้นกับเว่ยเยว่ซินสองคนในห้อง เขาเอ่ยในความเงียบ "ข้าต้องขออภัยเจ้า ที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้"

เว่ยเยว่ซินหลับตาลง ท่าทางเหนื่อยล้า

"หม่อมฉันเข้าใจเพคะ…หาได้โทษพระองค์" เห็นสีหน้าของนางยังดูอิดโรย กู้เซียวอวิ้นจึงลุกขึ้นกล่าวเบา ๆ

"พระชายาพักผ่อนเถิด วันหลังข้าจะมาเยี่ยมใหม่"

เขาผงกศีรษะเล็กน้อย ก่อนจะเดินจากไปอย่างเงียบงัน

เว่ยเยว่ซินถอนหายใจอย่างโล่งอกในทันที

นางยังไม่ได้ทบทวนเรื่องราวทั้งหมดให้ชัดเจน ชินอ๋องผู้นี้ฉลาดเฉียบคม หากนางเผลอแม้แต่น้อย…อาจถูกรู้ทัน

ตอนนี้ ถือเป็นโอกาสดีในการพักฟื้น และประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ

ค่ำคืนนั้น ม่านชิงเฉียวเริ่มมองเห็นเศษเสี้ยวของบางสิ่งในความทรงจำของเว่ยเยว่ซิน

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่ม่านชิงเฉียวยังเด็กน้อยราวเจ็ดหรือแปดขวบ

นางเคยติดตามบิดาเข้าวังแคว้นต้าเว่ยเพื่อรักษาคนตามราชโองการของฮ่องเต้ขณะรอบิดาในอุทยาน นางได้พบเด็กหญิงงดงามคนหนึ่งในชุดองค์หญิง

งามเกินผู้คน งามประหนึ่งเทพธิดา

ม่านชิงเฉียวผู้หลงใหลในความงาม เดินเข้าไปทักทันที

นางกำนัลที่ติดตามแม้นสงสัย แต่เห็นว่าอีกฝ่ายมีนางกำนัลจากตำหนักฮ่องเต้เคียงข้าง จึงไม่กล้าเอ่ยขัด

"เจ้าชื่ออะไร ข้าชื่อม่านชิงเฉียว"

เด็กหญิงองค์หญิงเงยหน้าขึ้น มองตอบด้วยแววตาใสซื่อ

"ข้า…เว่ยเยว่ซิน"

ม่านชิงเฉียวมองอีกฝ่ายนิ่งครู่ ก่อนขมวดคิ้ว

"เจ้าป่วยหรือ?"

"หมอหลวงบอกว่าเลือดของข้าไม่ดี…คงอยู่ได้อีกไม่นาน"

ม่านชิงเฉียวยิ้ม คล้ายไม่ถือสา

นางคว้าแขนของเว่ยเยว่ซินขึ้นมาจับชีพจร

หลังจากนั้นล้วงขวดโอสถจากในเสื้อออกมายื่นให้

"เอานี่ไปกิน ภายในหนึ่งเดือน โรคที่เจ้าว่า…จะหายเป็นปลิดทิ้ง"

เว่ยเยว่ซินเบิกตากว้าง ไม่อาจเชื่อหูตัวเอง

นางกำนัลข้างกายรีบจะคว้าของออกจากมือองค์หญิง แต่ถูกนางกำนัลข้างกายม่านชิงเฉียวเอ่ยห้ามทันที

"โอสถขวดนั้น แม้เงินหมื่นตำลึงก็หาซื้อไม่ได้! องค์หญิงรีบกล่าวขอบคุณคุณหนูท่านนี้เถิดเพคะ นางคือบุตรสาวของเจ้าสำนักหมื่นพิษ!"

เสียงเงียบลงในทันใด

นางกำนัลของเว่ยเยว่ซินคุกเข่าโดยไม่รีรอ แม้แต่องค์หญิงเว่ยเยว่ซินเอง ก็ยังนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะย่อคารวะ ส่งยิ้มเจิดจ้า

"ขอบคุณท่านมาก"

ม่านชิงเฉียวถึงกับตะลึงในรอยยิ้มงดงามนั้น

นางหลงใหลความงาม…และรอยยิ้มนี้ งามจนนางอดไม่ได้ที่จะมอบโอสถบำรุงอีกขวด

และโอสถนั้น…อาจเป็นต้นเหตุให้องค์หญิงเว่ยเยว่ซินแข็งแรงจนมีชะตาแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างแคว้น

ม่านชิงเฉียวรู้สึกอบอุ่นใจ ที่ความดีเพียงเล็กน้อยของตน อาจเคยเปลี่ยนชะตาคนคนหนึ่ง

หากนี่คือชะตาลิขิต

การได้ครอบครองร่างนี้ ก็เท่ากับได้รับโอกาสชดใช้และสานต่อในเวลาเดียวกัน

แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น นางก็ยังอดเสียดายคนงามไม่ได้

…ถึงอีกฝ่ายไม่อยากมีชีวิตอยู่ ส่วนตัวนางยังไม่อยากตาย

และยังมีแค้นต้องสะสาง

นี่คือข้อตกลงที่ลงตัวที่สุดแล้ว

ม่านชิงเฉียวก้าวออกมายืนกลางลานเรือน เงยหน้ามองฟ้า

ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแน่วแน่

"เว่ยเยว่ซิน…เพื่อตอบแทนร่างอันงดงามนี้ของเจ้า ข้าจะทำตามสัญญาให้ดีที่สุด ให้เจ้าอยู่บนสวรรค์ต้องตะลึงไปเลย"

…และต่อจากนี้ ข้าคือ…เว่ยเยว่ซิน"

ไม่เรียบเนียน 1/2

เว่ยเยว่ซินเดินออกมาห้องนอน นางปรายดูเหล่าสาวใช้ที่ยืนอยู่แต่ละจุดพลางครุ่นคิด

นางกำนัลที่ติดตามมาองค์หญิงเว่ยเยว่ซินถูกสังหารเสียชีวิตทั้งหมดในเหตุการณ์ครั้งนั้นและคาดว่ากู้เซียวอวิ้นได้เปลี่ยนสาวใช้ในตำหนักนางทั้งหมดเหมือนกัน

นางส่งสายตาเรียกสาวใช้ผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ

“พระชายามีสิ่งใดให้หม่อมฉันรับใช้หรือเพคะ”

เว่ยเยว่ซินยืนกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาพร้อมกล่าว “ข้าต้องการสมุนไพรเหล่านี้…ทั้งส่วนของต้นที่นำไปปลูกและตัวสมุนไพรแห้ง …เจ้าช่วยเอาไปให้คนที่สามารถจัดการเรื่องนี้ให้ข้าที”

สาวใช้รับมาอย่างนอบน้อมกล่าว “เพคะ..”

เว่ยเยว่ซินกล่าวต่อ “และจัดหาคนที่แข็งแรงมือไม้คล่องแคล่วมาสักสามสี่คนมาช่วยข้าทำแปลงสมุนไพรด้วย…ได้เรื่องอย่างไรรีบมาแจ้งข้า…ไปได้”

“เพคะ…หม่อมฉันจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้”

จากนั้นนางก็หันไปเรียกคนสาวใช้คนอื่น ๆ “พวกเจ้าตามข้ามา…ไปดูพื้นที่สักหน่อยตรงที่สามารถทำแปลงสมุนไพรได้”

ห้องอักษร

กู้เซียวอวิ้นกำลังอ่านเอกสารรายงานเกี่ยวกับกองทัพ ได้ยินเสียงฝีเท้าดูรีบเร่งเข้ามา เงยหน้าขึ้นเห็นเป็นถึงพ่อบ้านโจวถิงจึงขมวดคิ้วถาม

“มีสิ่งใด”

โจวถิงคารวะอีกฝ่ายแล้วยืนกระดาษแผ่นหนึ่งออกไปพร้อมกล่าว

“พระชายาต้องการสมุนไพรขอรับ”

สายตาคมกริบกวาดตามองปราดหนึ่งส่งคืนพ่อบ้านโจวแล้วเอ่ย “จัดการตามที่พระชายาต้องการ”

พ่อบ้านโจวพลันเผยสีหน้าลำบากใจ กู้เซียวอวิ้นฉุดคิดว่าคงมีเหตุผลอื่นจึงเอ่ยอีกประโยค

“ไม่ต้องสนใจมูลค่า จัดการให้เรียบร้อย”

พ่อบ้านโจวจึงกล่าวขึ้นน้ำเสียงระมัดระวัง “สมุนไพรบางส่วนที่จวนไม่มีขอรับ ข้าน้อยได้ไปสอบถามที่สำนักหมอหลวงหลายตัวต้องไปซื้อที่ร้านขายยาของสำนักหมื่นพิษ ที่นั้นล้วนมีขายทั้งหมดทว่าหากตีเป็นมูลค่าก็เกือบหมื่นตำลึงขอรับ”

แววตาของกู้เซียวอวิ้นยังคงเรียบนิ่ง กล่าว “ข้ารู้แล้ว”

พ่อบ้านโจวรีบคารวะกล่าว “บ่าวจะรีบไปจัดการขอรับ”

คล้อยหลังพ่อบ้านโจวกู้เซียวอวิ้นก็ไออย่างแรง มือที่เขาปิดปากมีก้อนเลือดติดอยู่ องค์รักษ์ข้างกายกล่าวด้วยน้ำเสียงร้อนรน “ท่านอ๋อง…ให้ข้าตามท่านหมอเฉิงหยวนหรือไม่ขอรับ”

กู้เซียวอวิ้นยกมือห้าม “ไม่มีประโยชน์…หากไม่มียาถอนพิษอย่างไรก็ไร้ทางรักษา”

องค์รักษ์มู่หยาง แค่นเสียงอย่างโกรธแค้น “พวกมันตั้งใจบีบให้พระองค์ใช้กำลังภายใน”

องค์รักษ์มู่เยี่ยนรับผ้าเช็ดมือจากกู้เซียวอวิ้นก็เอ่ยขึ้น “หวังว่าพวกมู่เหอจะสามารถหาสมุนไพรได้”

กู้เซียวอวิ้นโบกมือให้คนออกไป เขามิได้เกรงความตายเพียงแต่กังวลหากเขาเป็นอะไรไป เรื่องสงครามคงมิไม่มีผู้ใดจัดการได้อีกทั้งองค์หญิงเว่ยเยว่ซินย่อมผู้นั้นก็คงไม่ปลอดภัย คงต้องวางแผนไว้ล่วงหน้าและตอนนี้นางอยากจะทำสิ่งใดก็คงต้องตามใจไปก่อน ชายหนุ่มทบทวนเรื่องราวก่อนที่จะแต่งงานเขาได้เคยสืบเรื่องราวขององค์หญิงเว่ยเยว่ซินผู้นี้มาบ้าง แม้จะมีข้อมูลว่านางสนใจสมุนไพรแต่ก่อนหน้าไม่เห็นนางจะสนใจเรื่องราวเหล่านี้ แต่ละวันเหมือนนางจมปลักอยู่กับความคิดของตนเอง ไร้ชีวิตชีวา ทำให้เขาหมดความสนใจจะสานสัมพันธ์กับนาง

ชายหนุ่มถอนหายใจเบา ๆ คงเป็นเพราะเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้นางลุกขึ้นมาลองทำสิ่งใหม่ ๆ เรื่องราวดี ๆ มักเกินหลังเหตุการณ์เลวร้ายผ่านไป

สวนบุปผา

สาวใช้สี่ห้าคนเดินตามหลังเว่ยเยว่ซินไปยังสวนดอกเหมยกุ้ยด้านหลัง พวกมันกำลังบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณ เว่ยเยว่ซินยืนมองอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้น

“พวกเจ้าช่วยจัดการดอกไม้เหล่านี้ออกไปให้หมด…ข้าจะเตรียมดินปลูกสมุนไพร”

สาวใช้น้อยผู้หนึ่งเบิกตากว้างขึ้น จากนั้นนางก็ถอยออกมาอย่างแนบเนียนคล้ายไปรายงานใครสักคน

เว่ยเยว่ซินยืนกำชับเหล่าสาวใช้จัดการถอนต้นดอกไม้และพรวนดิน…พวกสาวใช้ต้นห้องย่อมไม่เคยทำสวนมาก่อนมือไม้ก็อ่อนนุ่มบอบบางไร้เรี่ยวแรง ยิ่งทำก็ยิ่งดูเกะกะมากกว่าได้งาน เว่ยเยว่ซินถอนหายใจแล้วพูดขึ้น

“หยุด!!…ไปหาคนที่มือไม้แข็งแรงกว่านี้สักหน่อยมาเถอะ”

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...