โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

แค่ได้ดีลสหรัฐยังไม่พอ แบงก์ชาติอินโดฯ 'หั่นดอกเบี้ย' กระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 09.03 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 10.05 น.

ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงลง 0.25% ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินวันนี้ (16 ก.ค.68) ซึ่งเป็นการลดดอกเบี้ย "ครั้งที่ 4" นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 และระบุว่าข้อตกลงภาษีศุลกากรที่บรรลุกับสหรัฐ เป็นผลดีต่ออินโดนีเซีย ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียน ท่ามกลางการค้าโลกที่อ่อนแอลง และอุปสงค์ในประเทศที่ชะลอตัว

แบงก์ชาติอินโดนีเซีย ปรับลดอัตราดอกเบี้ยธุรกรรม Reverse Repo ระยะ 7 วัน ลดลง 0.25% สู่ระดับ 5.25% และลดดอกเบี้ยอ้างอิงอีกสองรายการลง โดยเป็นไปตามความหมายของผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์โดยรอยเตอร์ส

เพอร์รี วาร์จิโย ผู้ว่าการธนาคารกลางอินโดนีเซีย กล่าวว่า BI "จะยังคงพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม" โดยอ้างถึงการคาดการณ์ว่า "อัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในระดับต่ำไปจนถึงปี 2569 ค่าเงินรูเปียห์จะมีเสถียรภาพ และแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ย่ำแย่"

“ธนาคารกลางอินโดนีเซียได้ดำเนินมาตรการอย่างเต็มที่เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมถึงสนับสนุนการเติบโตของสินเชื่อด้วย” ผู้ว่าแบงก์ชาติอินโดฯ แถลง

ผู้ว่าแบงก์ชาติอินโดนีเซีย กล่าวด้วยว่า BI ยินดีกับการบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ ซึ่งตกลงอัตราภาษีนำเข้าจากอินโดนีเซียได้ที่อัตรา 19% จากเดิม 32% ที่รัฐบาลวอชิงตันเคยเสนอไว้ในตอนแรก ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็น "พัฒนาการเชิงบวก" ที่จะสนับสนุนการส่งออก และแนวโน้มเศรษฐกิจของอินโดนีเซียในวงกว้าง โดยธนาคารกลางยังคงคาดการณ์การเติบโตของจีดีพีประเทศในปีนี้เอาไว้ที่ 4.6 - 5.4%

วาร์จิโยยังแสดงความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการส่งออกของอินโดนีเซีย หลังจากมีการปรับแก้ไขข้อตกลงภาษีกับสหรัฐ

"แน่นอนว่าข้อตกลงนี้จะช่วยเพิ่มการนำเข้า แต่ในมุมมองของเรา การนำเข้าเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการผลิต ซึ่งจะช่วยเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต" วาร์จิโย กล่าวพร้อมเสริมว่า ความแน่นอนที่ได้มาจากดีลนี้จะช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจ และโอกาสในการไหลเข้าของเงินทุนด้วย

ทางด้านนักวิเคราะห์บางรายมองว่า การบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐได้เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทำให้แบงก์ชาติอินโดนีเซียมีเหตุผลอีกประการหนึ่งในการผ่อนคลายนโยบายการเงิน โดย ราธิกา ราว นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของธนาคาร DBS กล่าวว่า "ความระมัดระวังต่อปัจจัยภายนอกถูกถ่วงดุลด้วยข่าวดีใหม่เกี่ยวกับข้อตกลงการค้า"

"ในปีนี้ผู้กำหนดนโยบาย (ธนาคารกลาง) ถือว่าใช้จังหวะได้อย่างชาญฉลาด โดยอาศัยช่วงที่ตลาดมีเสถียรภาพดำเนินการลดอัตราดอกเบี้ยอย่างรอบคอบ ซึ่งการปรับลดครั้งล่าสุดก็เกิดขึ้นท่ามกลางความสำเร็จในการบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐเช่นกัน"

ก่อนหน้านี้ การใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่ซบเซาลงส่งผลให้จีดีพีของอินโดนีเซียอ่อนแรงลงในไตรมาสแรก ขณะที่แนวโน้มในไตรมาสต่อๆ มาก็ถูกบดบังด้วยผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐที่มีต่อการค้าโลก

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...