โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครม.เห็นชอบ “คุณสู้ เราช่วย เฟส 2”

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 14.18 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 07.18 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ทำเนียบฯ 1 ก.ค. – ครม. เห็นชอบ “คุณสู้ เราช่วย เฟส2” และมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยของแบงก์รัฐ งัดมาตรการ “จ่าย ตัด ต้น” ลดภาระหนี้รายย่อย ชำระร้อยละ 2 ของ เงินต้น และพักหนี้ให้ 3 ปี

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบโครงการ “คุณสู้ เราช่วย เฟส 2” ช่วยเหลือลูกหนี้ผ่าน ธนาคารออมสิน, ธ.ก.ส., ธอส., ธนาคารอิสลามฯ, ธสน., และเอสเอ็มอีดีแบงก์ โดยปรับปรุงกรอบวงเงินของแบงก์รัฐ ให้สอดคล้องกับจำนวนผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ โดยมอบหมายให้แบงก์รัฐทั้ง 6 แห่ง ทำความตกลงกับสำนักงบประมาณ (สงป.) เพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณเป็นรายปีตามความเหมาะสมโดยคำนึงถึงสภาพคล่องของแต่ละแห่ง

ครม.ยังเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ตามมาตรการสินเชื่อสู้ภัย COVID-19 และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือลูกหนี้ ผ่านโครงการคุณสู้ เราช่วย เฟส 2 มีหลักการสำคัญเช่นเดียวกับการดำเนินโครงการคุณสู้ เราช่วย เฟสแรก คือ เป็นมาตรการเฉพาะกลุ่ม เน้นช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบางที่มีโอกาสรอดให้สามารถฟื้นตัวกลับมาชำระหนี้ได้ หรือกลับมาเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ เป็นมาตรการชั่วคราว ป้องกันมิให้ลูกหนี้เสียวินัยในการชำระหนี้ (Moral Hazard)

สาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้ 1) มาตรการ “จ่ายตรง คงทรัพย์” ได้ขยายคุณสมบัติลูกหนี้ให้ครอบคลุมลูกหนี้ ค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ย เกินกว่า 30 วัน จนถึง 365 วันนับแต่วันถึงกำหนดชำระ หรือ เคยมีประวัติการค้างชำระเกิน 30 วัน แต่ได้รับการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามมาตรการแก้หนี้อย่างยั่งยืน ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565 รวมถึงภายใต้หลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lendine) ในปี 2567) รวมทั้ง หนี้ที่มีการค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ย เกินกว่า 365 วันเป็นต้นไป นับแต่วันถึงกำหนดชำระ โดยให้แบงก์รัฐที่เข้าร่วมมาตรการ ให้ความช่วยเหลือและเงื่อนไขของมาตรการ

2) มาตรการ “จ่าย ปิด จบ” ขยายคุณสมบัติลูกหนี้และประเภทสินเชื่อ มุ่งดูแล ลูกหนี้บุคคลธรรมดา ค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ย เกินกว่า 90 วันนับแต่วันถึงกำหนดชำระ ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2567 กรณีสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน คงค้างชำระไม่เกิน 10,000 บาท ต่อบัญชี สำหรับสินเชื่อที่มีหลักประกัน (Secured Loan) หนี้คงค้างไม่เกิน 30,000 บาท ต่อบัญชี และได้กู้เงินต่อบัญชีตามที่กำหนด โดยลูกหนี้แต่ละรายสามารถเข้าร่วมมาตรการได้มากกว่า 1 บัญชี โดยแบงก์รัฐ ให้ความช่วยเหลือตามเงื่อนไขของมาตรการ เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี 11 ธันวาคม 2567

3) เพิ่มเติมมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ สำหรับสำหรับหนี้ NPLs ที่ไม่มีหลักประกัน โดยออก “มาตรการจ่าย ตัด ต้น” เป็นมาตรการใหม่ ให้ความช่วยเหลือ คือ 3.1 ปรับโครงสร้างหนี้ให้มีเงื่อนไซเป็นการผ่อนชำระคืนเป็นงวด (Term Loan) และกำหนดอัตราผ่อนชำระค่างวดต่อเดือนขั้นต่ำร้อยละ 2 ของยอดเงินต้นคงค้างสินเชื่อก่อนเข้าร่วมมาตรการ ในช่วง 3 ปี โดยค่างวดที่ลูกหนี้ชำระจะนำไปชำระต้นเงินทั้งจำนวน และพักดอกเบี้ยไว้ทั้งหมดในช่วง 3 ปี

3.2 ลูกหนี้ที่อยู่ในมาตรการจะไม่สามารถก่อหนี้อุปโภคบริโภคใหม่ใน 12 เดือนแรก
3.3 หากลูกหนี้สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ตลอดระยะเวลา 3 ปี ปี สถาบันการเงินจะยกเว้นดอกเบี้ยที่พักไว้ให้ลูกหนี้ โดยสถาบันการเงินจะขอชดเชยดอกเบี้ยจากแหล่งเงินทุนภาครัฐร้อยละ 50 ของดอกเบี้ยที่ยกเว้นให้ลูกหนี้ และสถาบันการเงินจะรับภาระร้อยละ 50. -515- สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...