โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สมศักดิ์ ลั่น ‘กัญชา’กลับไปเป็นยาเสพติดแน่ ชี้ขอ-ต่อใบอนุญาต ต้องเพิ่มกฎกระทรวง

Khaosod

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 05.11 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 04.11 น.
สมศักดิ์ ลั่น ‘กัญชา’กลับไปเป็นยาเสพติดแน่ ชี้ขอ-ต่อใบอนุญาต ต้องเพิ่มกฎกระทรวง

สมศักดิ์ ยันอนาคต ‘กัญชา’ กลับไปเป็นยาเสพติดแน่นอน ชี้ขอหรือต่อใบอนุญาต ต้องทำกฎกระทรวงเพิ่ม มองพ.ร.บ.ควบคุมฯ เสร็จในรัฐบาลนี้เป็นความฝัน ปัดกวาดล้างกัญชาเป็นการเมือง

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 มิ.ย. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงนโยบายการนำกัญชาให้กลับไปเป็นยาเสพติด ว่า อนาคตควรกลับไปเป็นยาเสพติด เพราะวันนี้ยังมีอะไรที่พะรุงพะรังอยู่กับการดำเนินการที่ผ่านมาในอดีต เช่น กรณีมีการประกาศเป็นสมุนไพรควบคุม ตามพ.ร.บ.คุ้มครองภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย ซึ่งมีการประกาศให้ตั้งร้านจำหน่ายกัญชาหรือการเก็บเกี่ยว และส่วนต่างๆ แต่ไม่เคยพูดถึงการดำเนินการทางการแพทย์

กระทั่งนายกฯ มีบัญชาให้ตน และที่ปรึกษานายกฯประชุมพูดคุยกันโดยมีการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.68 ว่ากัญชาต้องเพื่อการแพทย์เท่านั้น หลังจากนั้นได้รับฟังความเห็นของประชาชน ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.-10 มิ.ย.68 ซึ่งประชาชนให้การยอมรับในแนวทางนี้

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (23 มิ.ย.) ตนได้ลงนามประกาศให้กัญชาเพื่อการแพทย์เท่านั้น คนที่จะซื้อกัญชาต้องมีใบสั่งจากแพทย์ รวมถึงใบรับรองแพทย์ว่ามีการเจ็บไข้ได้ป่วยประการใด

ส่วนเรื่องใบอนุญาตผู้ประกอบการรายใหม่ ที่จะขอหรือมีการต่อใบอนุญาตนั้น ตนจะต้องทำกฎกระทรวงขึ้นใหม่อีกฉบับหนึ่ง รวมถึงมีข้อกำหนดว่าต้องมีแพทย์ประจำร้าน หรือ หากมีการตรวจทุกเดือนแล้วมีความผิดไม่ปฏิบัติตาม 2 ครั้ง เราจะยึดใบประกาศและใบอนุญาต แต่การทำ จะไม่ง่ายเหมือนการออกประกาศ โดยจะเป็นอำนาจของรัฐมนตรี ที่ต้องฟังความเห็นของประชาชน และที่ผ่านมาใช้เวลา 45 วัน ตั้งแต่นายกฯมีข้อสั่งการ ซึ่งขณะนี้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว

ส่วนที่พรรคภูมิใจไทยต้องการผลักดัน ร่างพ.ร.บ.ควบคุมกัญชาจะทันในสมัยรัฐบาลนี้หรือไม่ นายสมศักดิ์ มองว่าฝันไป ป็นเรื่องของความฝัน ถ้าดูจะพบว่ากฎหมายฉบับดังกล่าว มีผลพวงมาจากประมวลกฎหมายยาเสพติด ซึ่งนำกฎหมายฉบับนี้เข้าพิจารณาและเป็นประมวลกฎหมายยาเสพติดเมื่อช่วงพ.ย.2564

มาตรา 29 ชี้ให้เห็นว่ายาเสพติดประเภท 5 หลุดออกจากกฎหมายไปสองประเภท คือกระท่อมและกัญชา และให้อำนาจรมว.สาธารณสุข ประกาศเอง โดยฟังความเห็นของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ขณะนั้นมีรองนายกฯ ท่านหนึ่งเป็นประธาน ฉะนั้น เมื่อยาเสพติดประเภท 5 ไม่มีกัญชา อาจต้องทำกฎหมายให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน ตามความเห็นของคณะกรรมการ ป.ป.ส.ดังกล่าว แต่กลับไม่ได้ดำเนินการให้เสร็จสิ้น และมีร้านค้าเกิดขึ้นเป็นหมื่นร้าน เพราะขณะนั้นกฎหมายไม่ได้ทำประกาศ

อีกทั้ง พ.ร.บ.คุ้มครองทางการแพทย์ก็ไม่ชัดเจน แต่กลับมีประกาศให้ซื้อขายและทำการปลูก ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ คำพูดทางการเมืองที่ปากกับใจไม่ตรงกันที่บอกจะให้เป็นทางการแพทย์ แต่กลับไม่มีการเขียนไว้ในการควบคุมของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเรื่องนี้ตนได้ชี้แจงกับทางรัฐบาล และได้มอบหมายให้ตนดำเนินการภายใน 45 วัน

สำหรับการกวาดล้างกัญชาในขณะที่พรรคภูมิใจไทยถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลมีการถูกโยงว่าเป็นเกมการเมืองไล่บี้ภูมิใจไทย นายสมศักดิ์กล่าวว่า ไม่ใช่ แต่เรื่องนี้เป็นปัญหาเรื้อรัง ซึ่งเราได้รับการร้องเรียนเข้ามามาก โดยเฉพาะในสมัยรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ ซึ่งเราพยายามจะทำให้กัญชาเป็นยาเสพติด และวันนี้ทำได้ในการเป็นสมุนไพรควบคุมเข้มข้นใช้ในทางการแพทย์ แต่ในอนาคต ก็คือยาเสพติด

เมื่อถามย้ำว่าก่อนหน้านี้มีการตั้งข้อสังเกต ว่ากระทรวงสาธารณสุขในยุคนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตรมว.สาธารณสุข จนมาถึงปัจจุบัน ไม่มีการแก้ไขเรื่องกัญชา เพราะอาจจะเกรงใจพรรคภูมิใจไทยที่ยังร่วมรัฐบาล นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ความเห็นมีหลากหลาย และค่อนข้างไม่ตรงกัน

โดยในรัฐบาลนายเศรษฐา ต้องการให้นำกลับมาเป็นยาเสพติด หากมีการดำเนินการและไม่มีใครคัดค้านในช่วงนั้นอีกแค่สัปดาห์เดียว ก็จะนำกลับมาเป็นยาเสพติดเนื่องจากตนได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และจะนำเข้าที่ประชุมป.ป.ส. ซึ่งมีรองนายกฯเป็นประธาน แต่กลับมีปัญหาด้านการบ้านการเมือง จึงไม่สามารถดำเนินการได้ อย่างไรก็ตาม วันนี้คิดว่าเป็นเรื่องที่ดีจึงตัดสินใจเอาตามแนวทางการควบคุม ใช้กัญชาเพื่อทางการแพทย์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สมศักดิ์ ลั่น ‘กัญชา’กลับไปเป็นยาเสพติดแน่ ชี้ขอ-ต่อใบอนุญาต ต้องเพิ่มกฎกระทรวง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...