สงฆ์วัดบ้านนอก ยันพุทธศาสนาสะเทือน จากพระผู้ใหญ่ฉีกธรรมวินัย
ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา 3เดือนในปีนี้ ที่วัดปางงุ้น ต.สรอย อ.วังชิ้น จ.แพร่ พระยงยุทธ ทีปโก เจ้าอาวาสวัดปางงุ้น นำเด็กชายภานุพงษ์ หลงสกุล หรือ “น้องน้ำเหนือ”อายุ 12 ปี ที่ได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดี มาทำหน้าที่มัคนายก (ผู้นำในศาสนพิธี)หรือ คฤหาสน์ผู้ประสานติดต่อระหว่างวัดกับชาวบ้านในการทำบุญเช่นนำอาราธนาศีล อาราธนาพระปริตร นำถวายทาน ตลอดจนจัดแจงดูแลศาสนพิธีอื่นๆในช่วงเทศกาลเข้าพรรษานี้. ตามจารีตเดิม การทำหน้าที่มัคนายกต้องเป็นผู้สูงอายุที่ผ่านการบวชเรียนมาแล้วหรือทางภาคกลางเรียกว่า “ทิด”ทางภาคเหนือเรียก”หนาน”ที่มีความรอบรู้พิธีกรรมทางพุทธศาสนาเป็นผู้ทำหน้าที่
พระยงยุทธ ทีปโก เจ้าอาวาสวัดปางงุ้น กล่าวว่า เด็กๆรุ่นนี้มักไปวิ่งเลยโดยเฉพาะปัจจุบันจะติดอยู่กับโทรศัพท์ ส่วนน้องน้ำเหนือมาเล่นที่วัดเห็นว่าเด็กคนนี้มีความสนใจ จึงได้สอนการอาราธนาศีล อาราธนาธรรม เด็กมีความจำดีก็เลยฝึกฝนให้ทำหน้าที่มัคนายก แทนคนที่มีคุณสมบัติ เพราะในปัจจุบัน จะเห็นว่า มี คนรุ่นใหม่มาบวชเป็นพระสงฆ์น้อยมาก ในอนาคต อาจไม่มีคนที่ผ่านการบวชเรียนมาทำหน้าที่ การฝึกเยาวชน ขึ้นมาทำหน้าที่ ถือเป็นการ สานต่อระเบียบวิธีการทางศาสนพิธี น้องน้ำเหนือ สามารถนำพิธีกรรมทางศาสนารวมทั้งการใช้ภาษาล้านนาได้อย่างคล่องตัว ทำให้คำกล่าวนำ ทางศาสนา ต่อพุทธศาสนิกชนที่มาทำบุญในวัด ไม่ติดขัด ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาปีนี้ น้องน้ำเหนือจึงทำหน้าที่ เป็นอาจารย์วัดหรือมัคนายก ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ชาวบ้านที่มาทำบุญรู้สึกพอใจ
พระยงยุทธ ทีปโก กล่าวด้วยว่า การฝึก เยาวชน ขึ้นมาทำหน้าที่ ก็เพราะสาเหตุสำคัญ คือความเสื่อมทางศาสนาทำให้พุทธศาสนิกชน ไม่ให้ความสำคัญ ในการบวช โดยเฉพาะการบวชในช่วงเข้าพรรษา 3 เดือนหาคนบวชน้อยมาก โดยเฉพาะวัดในภาคเหนือ แต่ละวัดมีพระสงฆ์ บวชจำพรรษาอยู่น้อยมากในแต่ละวัน ที่วัดปางงุ้นไม่มีเลย ซึ่งอนาคต ผู้ที่บวชเป็นพระ แล้วสึกออกไปเป็นฆราวาส ก็จะมีน้อยตามไปด้วย ปัญหาการสื่อสารระเบียบประเพณี ทางพุทธศาสนา จึงจะมีผู้สืบสานน้อยลงอย่างแน่นอน
โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบัน พระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ ตกเป็นข่าว กับสีกา ซึ่ง พุทธศาสนิกชนประเมินได้ว่า พระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ ไม่ได้ปฏิบัติตาม พระธรรมวินัย เรื่องนี้จะส่งผล อันตรายร้ายแรง ต่อความศรัทธา ในพระพุทธศาสนาอย่างมาก พระสงฆ์ เป็นราชาคณะ เป็นเจ้าคุณ ระดับชั้นต่างๆ ที่ตกเป็นข่าวเป็นพระที่อยู่ในเมืองใหญ่ มีลาภยศสรรเสริญเยอะ ยศฐาบรรดาศักดิ์สูง อาจจะ เก็บกด หรืออะไรสักอย่าง จนกลายเป็นข่าวอย่างที่เห็น ซึ่งถือได้ว่า พระสงฆ์เหล่านั้น เอาบรรดาศักดิ์ขึ้นมาบังหน้า เฉยๆ ส่วนการปฏิบัติ นั้น พระเหล่านี้ ไม่เข้าถึง ใจของพุทธศาสนาเลย โดยเฉพาะพระธรรมวินัยนั้น หรือแม้แต่เพียงศีล5 ยังประพฤติไม่ได้เลย จะไปโทษสีกาคงไม่ได้ เพราะวินัย บอกอยู่แล้วว่า พระภิกษุไม่ควรอยู่ที่ลับตากับผู้หญิงสองต่อสอง แค่พระธรรมวินัยข้อนี้ ก็ไม่ต้องไปดูข้ออื่นแล้ว พระเหล่านี้ถูกเปิดเผยตกเป็นข่าวกระเทือนไปถึงพระพุทธศาสนาทั้งระบบ พระดีๆที่ทำหน้าที่บำรุงพระศาสนานั้นมีอยู่มาก พลอยถูกผลกระทบไปด้วย จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คงถึงเวลาแล้ว ที่จะต้องมีการปฏิรูป พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนากันใหม่ ในคำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่มีการสรรเสริญ เยินยอพระเช่นในปัจจุบัน แนวทางปฏิบัติของพระคือต้องทำตาม พระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด พระส่วนใหญ่แสวงหา การยกย่องสรรเสริญตำแหน่งที่ได้รับมอบให้ แทนการปฏิบัติตนตามกรอบพระธรรมวินัย บางครั้ง พระ มีการซื้อตำแหน่งก็มีให้เห็นอยู่แล้ว เงิน กลายเป็นปัจจัยสำคัญ ในการวิ่งเต้น แต่ละเลย การปฏิบัติ ตามหลักพระธรรมวินัย พระระดับเจ้าคุณทั้งหลายแหล่ การนิมนต์ ถ้าไม่ถวาย ปัจจัยในระดับเงินหมื่น ก็จะไม่ไป หลักการปฏิรูปนอกจากตำแหน่ง ไม่ควรมีแล้ว ควรมีการตรวจสอบพระ ที่ไม่ประพฤติตามหลักพระธรรมวินัย ในทุกวัดทั่วประเทศ และวัดที่กำลังเกิดใหม่จากกิเลสในใจพระเพื่อหารายได้ต้องมีการตรวจสอบโดยละเอียดถ้าเห็นว่าไม่เหมาะไม่ควรต้องแก้ไข เพื่อดึงแรงศรัทธา ในพระพุทธศาสนากลับมาสู่คนไทยอีกครั้งถ้าปล่อยไปเช่นนี้เชื่อว่าศาสนาพุทธ ล่มสลายในประเทศไทย อย่างแน่นอน/
https://www.77kaoded.com/wp-content/uploads/2025/07/km_พระ_1080p_30f_20250722_150859.mp4