เร็วกว่าสิบเท่า จีนเร่งขยาย 5G-A ในเมืองใหญ่ เพื่อหนุนเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ-ระบบขับขี่อัตโนมัติ ซึ่งจะกลายเป็นธุรกิจใหม่ของจีนในทศวรรษหน้า
จีนเดินหน้าติดตั้งเครือข่าย 5G-Advanced ในเมืองใหญ่ เช่น ปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ เพื่อเพิ่มความเร็วและศักยภาพด้านการเชื่อมต่อ ขณะที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมขยายเครือข่ายครอบคลุมพื้นที่ใต้ดิน ย่านธุรกิจ และชนบทมากขึ้น
การเปิดตัว 5G-A สะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลในการยกระดับบริการเครือข่ายขั้นสูงเพื่อส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม โดยเทคโนโลยีนี้จะมีบทบาทสำคัญในภาคส่วนที่อยู่แนวหน้าของการเติบโตเช่น เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ และระบบขับขี่อัตโนมัติ ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญจีน
เมื่อไม่นานมานี้ ผู้อยู่อาศัยในเขตเมืองของปักกิ่ง รวมถึงผู้โดยสารบนรถไฟฟ้าใต้ดินสาย 3 สามารถเข้าถึงเครือข่าย 5G-A ที่มีความเร็วสูงขึ้น ซึ่ง China Unicom สาขาปักกิ่งระบุว่า เป็นระบบเครือข่าย 5G-A ในระบบรถไฟใต้ดินที่ล้ำหน้าที่สุดในโลก ตามรายงานของ Global Times
ขณะเดียวกัน เซี่ยงไฮ้ได้ขยายบริการ 5G-A ครอบคลุมพื้นที่สำคัญ หลังจากที่ China Telecom สาขาเซี่ยงไฮ้เปิดตัวแคมเปญทดสอบประสบการณ์ผู้ใช้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยครอบคลุมศูนย์กลางธุรกิจลู่เจียจุ่ย สถานที่สำคัญอย่าง Expo Centerถนนสายหลักในเขตเมือง และแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม เช่น Disneylandตามข้อมูลจากทางการเซี่ยงไฮ้
นอกจากนี้ หางโจว เมืองหลวงของมณฑลเจ้อเจียง ทางภาคตะวันออกของจีน ก็ได้ให้บริการ 5G-A ครอบคลุมสถานที่สำคัญ ทั้งแหล่งท่องเที่ยว มหาวิทยาลัย และพื้นที่เขตเมืองหลัก โดยผู้ใช้โทรศัพท์มือถือสามารถสัมผัสประสบการณ์อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในสถานที่สำคัญ เช่น บริเวณทะเลสาบซีหู ย่านธุรกิจหูปิน และสถานีรถไฟใต้ดิน ตามรายงานของ China Media Group
5G-Advanced หรือ 5.5G เป็นเวอร์ชั่นพัฒนาจาก 5G แบบดั้งเดิม โดยมีความเร็วสูงกว่า 5G ถึง 10 เท่า ตามข้อมูลของ Xiang Ligang ผู้อำนวยการ Information Consumption Allianceในปักกิ่ง
นอกจากความเร็วที่เพิ่มขึ้น 5G-A ยังยกระดับการเชื่อมต่อสู่ระบบอัจฉริยะ ด้วยการผสานเทคโนโลยีสื่อสารและเซ็นเซอร์ รองรับการติดตามยานพาหนะ จัดการโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ และประสานงานระหว่างระบบได้อย่างแม่นยำ
เทคโนโลยีนี้มีบทบาทสำคัญในพื้นที่ที่มีผู้ใช้หนาแน่น เช่น รถไฟใต้ดิน สนามกีฬา และตลาดออนไลน์ในชนบท ซึ่ง 5G ทั่วไปอาจไม่รองรับเพียงพอ โดย 5G-A เพิ่มความจุเครือข่ายถึง 10 เท่า ช่วยให้การเชื่อมต่อเสถียรขึ้น และรองรับการขยายบริการดิจิทัลที่เข้าถึงทุกกลุ่ม
นอกจากนี้ ความก้าวหน้าของ 5G-A และเทคโนโลยีเสมือนจริงยังช่วยวางรากฐานสำหรับแพลตฟอร์มยุคใหม่ พร้อมเปิดทางสู่เทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น อินเทอร์เฟซสมอง-คอมพิวเตอร์ ขณะเดียวกัน ฟีเจอร์การรับรู้แบบบูรณาการของ 5G-A ซึ่งผสานปฏิสัมพันธ์อัจฉริยะและการรับรู้หลายมิติ จะมีบทบาทสำคัญในภาคส่วนแนวหน้า เช่น เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ และระบบขับขี่อัตโนมัติ
ทั้งนี้ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมของจีนได้ติดตั้งเครือข่ายทดสอบ 5G-A ครอบคลุมทุก 31 มณฑล โดยคาดว่าจะรองรับผู้ใช้ได้ถึง 50 ล้านราย และผ่านการทดสอบแล้วในหลายภูมิภาค เช่น ยุโรป ละตินอเมริกา และตะวันออกกลาง ตามรายงานของ CMG
ทางการปักกิ่งยังได้เปิดตัวแผนปฏิบัติการฉบับปรับปรุงสำหรับการขยายแอปพลิเคชัน 5G ในช่วงปี 2025-2027 โดยมีเป้าหมายสร้างหรือปรับปรุงสถานีฐาน 5G-A กว่า 35,000 แห่งทั่วเมืองภายในปี 2027 เพื่อให้ครอบคลุมเต็มพื้นที่ภายในถนนวงแหวนที่ห้า พร้อมขยายการติดตั้งไปยังพื้นที่สำคัญและสถานการณ์เฉพาะ ตามรายงานของ China Business Journal
ณ สิ้นเดือน มี.ค. จำนวนสถานีฐาน 5G ในจีนมีมากกว่า 4.39 ล้านแห่ง โดยอัตราการเข้าถึงของผู้ใช้แตะระดับ 75.9% ตามข้อมูลของกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (MIIT) ตามรายงานของ Xinhua
ที่มา: Global Times