โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ครม. รับทราบ มาตรการรับมือน้ำท่วม-น้ำแล้ง ปี 2568/2569 เดินหน้า 9 มาตรการหลัก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 พ.ค. 2568 เวลา 15.52 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2568 เวลา 08.52 น.

ครม. รับทราบ มาตรการรับมือน้ำท่วม-น้ำแล้ง ปี 2568/2569 เดินหน้า 9 มาตรการหลัก พร้อมปรับรูปแบบโครงการบริหารจัดการน้ำจาก 5 เป็น 6 ประเภท

วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2568 และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในช่วงฤดูฝน ปี 2568 และส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในฤดูแล้ง ปี 2568/2569

ทั้งนี้ ตามปฏิทินการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำช่วงฤดูฝน ปี 2568 เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.68 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) ร่วมกับทุกภาคส่วน ถอดบทเรียนการบริหารจัดการน้ำฤดูฝน ปี 2567 มาปรับปรุงมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2568 เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น จำนวน 9 มาตรการ

รวมทั้งได้จัดทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน ปี 2568 และส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในฤดูแล้ง ปี 2568/2569 ดังนี้

1) มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2568 เป็นการกำหนดกรอบการดำเนินงานในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้น

โดยมาตรการรับมือฤดูฝนส่วนใหญ่ยังคงเดิม แต่ยุบรวมมาตรการจากเดิม 10 มาตรการ เป็น 9 มาตรการ (โดยยุบรวมมาตรการที่ 8 สร้างความเข้มแข็งเครือข่ายภาคประชาชนในการให้ข้อมูลสถานการณ์ และมาตรการที่ 9 การสร้างการรับรู้ ศูนย์บริการสถานการณ์น้ำ และประชาสัมพันธ์) และมีการปรับเพิ่มการดำเนินงานภายใต้มาตรการ เพื่อกำหนดรายละเอียดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ได้แก่

  • มาตรการที่ 1 คาดการณ์ชี้เป้าและแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม และพื้นที่เสี่ยงฝนทิ้งช่วง (ก่อนฤดูฝน-ตลอดช่วงฤดูฝน)
    • มาตรการที่ 2 ทบทวน ปรับปรุง เกณฑ์บริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำ อาคารควบคุมบังคับน้ำอย่างบูรณาการในระบบลุ่มน้ำ และกลุ่มลุ่มน้ำ (ก่อนฤดูฝน-ตลอดช่วงฤดูฝน)
    • มาตรการที่ 3 เตรียมความพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือ อาคารชลศาสตร์ ระบบระบายน้ำ โทรมาตร บุคลากรประจำพื้นที่เสี่ยงให้สามารถรองรับสถานการณ์ในช่วงน้ำหลาก และฝนทิ้งช่วง (ก่อนฤดูฝน-ตลอดช่วงฤดูฝน)
    • มาตรการที่ 4 ตรวจสอบพร้อมติดตามความมั่นคงปลอดภัย คันกันน้ำ ทำนบ พนังกั้นน้ำ (ก่อนฤดูฝน-ตลอดช่วงฤดูฝน)
    • มาตรการที่ 5 เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของทางน้ำอย่างเป็นระบบ (ก่อนฤดูฝน-ตลอดช่วงฤดูฝน)
    • มาตรการที่ 6 ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุตั้งศูนย์ส่วนหน้าก่อนเกิดภัยและฟื้นฟูสภาพให้กลับสู่สภาพปกติ (ตลอดช่วงฤดูฝน)
    • มาตรการที่ 7 เร่งพัฒนาและเก็บกักนำในแหล่งน้ำทุกประเภทช่วงปลายฤดูฝน (ตลอดช่วงฤดูฝน)
    • มาตรการที่ 8 สร้างการรับรู้ความเสี่ยง และสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายในการติดตามเฝ้าระวัง รับมือภัยด้านน้ำ (ก่อนฤดูฝน-ตลอดช่วงฤดูฝน)
    • มาตรการที่ 9 ติดตามประเมินผลปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภัย (ตลอดช่วงฤดูฝน)

2) โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในช่วงฤดูฝน ปี 2568 และส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในฤดูแล้ง ปี 2568/2569 มีสาระสำคัญ เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ในการจัดทำแผนงานโครงการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถเตรียมแผนงานโครงการได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และสอดคล้องกับมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2568

โดยมีการปรับปรุงรายละเอียดในบางประเด็น เช่น ปรับจำนวนกิจกรรม และรายละเอียดแผนงานภายใต้โครงการ จาก 5 กิจกรรม เป็น 6 ประเภท และปรับระยะเวลาการรายงานผลการดำเนินงานให้ สทนช.ทราบ จากทุกวันที่ 1 ของทุกเดือนจนกว่าการดำเนินโครงการจะแล้วเสร็จ เป็นทุกวันที่ 5 ของทุกเดือน จนกว่าการดำเนินโครงการจะแล้วเสร็จ ดังนี้

  • การซ่อมแซมอาคารชลศาสตร์ โดยซ่อมแซมอาคารชลศาสตร์ที่ชำรุดเสียหายจากการใช้งาน หรือการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การควบคุม การระบายน้ำ และการเก็บกักน้ำ ให้สามารถใช้งานได้ เช่น ซ่อมแซมพนังกั้นน้ำ/คันกั้นน้ำ ซ่อมแซมระบบส่งน้ำ/ระบายน้ำ ซ่อมแซมอาคารบังคับน้ำ เป็นต้น
    • การปรับปรุงอาคารชลศาสตร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพอาคารเดิมให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน หรือสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต หรือขยายขอบเขตการรับประโยชน์ เช่น ปรับปรุงแหล่งกักเก็บน้ำ หรืออาคารประกอบ การขยายขีดความสามารถระบบโทรมาตร และการแจ้งเตือนภัย เป็นต้น
    • การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ เพื่อแก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำที่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การระบายน้ำ การจัดการพื้นที่น้ำท่วม/พื้นที่ชะลอน้ำ หรือเสริมประสิทธิภาพการระบายน้ำ เช่น การกำจัดผักตบชวา/วัชพืชน้ำ ขุดลอกคูคลอง ลำน้ำ แก้มลิง การรื้อย้ายฝายชำรุด ก่อสร้างพนังกั้นน้ำ/เขื่อนป้องกันตลิ่ง เป็นต้น
    • การเพิ่มน้ำต้นทุน โดยการจัดหาแหล่งน้ำรองรับน้ำส่วนเกินในช่วงฤดูฝน หรือแหล่งน้ำสำรอง เพื่อเสริมการบริหารจัดการน้ำในช่วงเวลาฤดูแล้งถัดไป เช่น สระ/อ่างเก็บน้ำ ระบบกระจายน้ำ ขุดเจาะบ่อบาดาล ขุดลอกสระ ปฏิบัติการฝนหลวง เป็นต้น
    • การสร้างความมั่นคงด้านน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค โดยการซ่อมแซม ปรับปรุง ระบบประปาที่มีอยู่เดิม และจัดหาระบบประปาใหม่ เช่น การเป่าล้างทำความสะอาดบ่อบาดาล ซ่อมแซมระบบประปา ก่อสร้างระบบประปา เป็นต้น
    • การเตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ โดยเตรียมความพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือที่มีอยู่แล้ว ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และจัดหาเพิ่มเติมตามความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อรองรับการบริหารจัดการน้ำตามสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น ซ่อมแซมเครื่องสูบน้ำ จัดหาเรือกู้ภัย เป็นต้น

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...