โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

คปภ. ถกอุ้มประกันสุขภาพเด็ก ‘โตเกียวมารีน’ คลอดสินค้าร่วมจ่าย Q3

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 พ.ค. 2568 เวลา 06.46 น. • เผยแพร่ 22 พ.ค. 2568 เวลา 00.12 น.

คปภ.นัดประชุมหารือธุรกิจประกันชีวิต ขอความร่วมมือช่วยอุ้มประกันสุขภาพเด็ก “โตเกียวมารีน” เล็งออกสินค้าใหม่ไตรมาส 3/68 กำหนดให้มีวงเงินรับผิดชอบส่วนแรกหรือ Deductible ประมาณ 10,000-20,000 บาท เพื่อให้พ่อแม่พิจารณาก่อนนำเด็กเข้าโรงพยาบาลในกรณีไม่รุนแรง และทำให้เบี้ยประกันถูกลง พร้อมประเมินภาพรวมตลาดประกันชีวิตปีนี้ ครึ่งปีหลังเจอ “เผาจริง” โอกาสโตเริ่มยาก สัญญาณยอดขายประกันผ่านแบงก์แผ่ว เหตุกำลังซื้อลดผลจากภาวะเศรษฐกิจ

ดร.สมโพชน์ เกียรติไกรวัล ประธานที่ปรึกษาสำนักกรรมการผู้จัดการและสายงานตัวแทน บริษัท โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้เรียกประชุมบริษัทประกันชีวิตทุกแห่ง ขอความร่วมมือให้กลับมาขายประกันสุขภาพเด็กอีกครั้ง ตามคำเรียกร้องของประชาชน หรือเพิ่มสัดส่วนการรับประกันเด็กจำนวนมากขึ้นเพื่อกระจายความเสี่ยง

ซึ่งในที่ประชุมทางบริษัทประกันเห็นว่า “รับมากเจ๊งมาก” เพราะข้อเท็จจริงไม่เป็นไปตามทฤษฎี ซึ่งช่วงที่ผ่านมาบริษัทโตเกียวมารีนประกันชีวิตเป็นหนึ่งในบริษัทที่รับประกันสุขภาพเด็กอยู่จำนวนมาก ต้องจ่ายเคลมสินไหมไปมากกว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งปัญหานี้ทำให้บริษัทขาดทุนหนัก จนกระทั่งสำนักงานใหญ่มีคำสั่งให้หยุดขายประกันสุขภาพเด็กแก่ลูกค้าใหม่ไป

“กำไรที่เรามีมาปีสองปีต้องจ่ายเคลมเกลี้ยง ซึ่งช่วงที่ผ่านมาพอเราขาดทุนเราก็พยายามไปขอ คปภ.เพิ่มเบี้ยประกันสุขภาพเด็ก เพื่อจะรับประกันสุขภาพเด็กต่อไป ซึ่งก็ได้รับการอนุมัติค่อนข้างยาก แต่พอ คปภ.อนุมัติให้แล้ว เราก็โดนลูกค้าต่อว่าอีก หาว่าเราไปเพิ่มเบี้ยเขา จึงอยากให้เข้าใจด้วย เพราะปัจจุบันนี้โรงพยาบาลเก็บค่ารักษาแพงมากและสูงขึ้นทุกปี” ดร.สมโพชน์กล่าว

ทั้งนี้ หากจะหาทางออกร่วมกัน ในที่ประชุมมีการเสนอว่า คปภ.ควรเป็นเจ้าภาพนัดหมายสมาคมโรงพยาบาลเอกชนมาหารือ เพื่อหาข้อยุติเกี่ยวกับมาตรฐานค่ารักษาพยาบาลสำหรับกลุ่มโรคป่วยเล็กน้อยทั่วไป (Simple Diseases) สำหรับเด็กโดยเฉพาะ เพื่อสะท้อนความเสี่ยงจริง

เพราะปัจจุบันนี้ค่าเฉลี่ยของการเข้าโรงพยาบาลด้วยอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยของเด็ก เช่น เป็นหวัด ปวดท้อง หรือมีไข้ สูงถึงเคสละ 30,000 บาท และหากพบว่าเด็กมีการทำประกันค่ารักษาพยาบาลจะแพงกว่าไม่มีประกันด้วย และบางครั้งโรงพยาบาลก็พยายามหาทางให้เด็กแอดมิต ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ขอให้คิดค่ารักษาอย่างเป็นธรรม

และปัญหาอีกส่วนคือการขาดความร่วมมือกันระหว่างบริษัทประกัน รวมถึงการตลาดของโรงพยาบาลที่อาจหาประโยชน์จากบริษัทประกันมากเกินไป โดยเฉพาะเรื่องการให้รางวัลตัวแทนที่นำลูกค้าเข้าโรงพยาบาลและมีวงเงินรักษาสูง

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้บริษัทโตเกียวมารีนประกันชีวิตกำลังพิจารณาแนวทางแก้ไข เช่น ออกสินค้าใหม่โดยกำหนดให้มีวงเงินความรับผิดชอบส่วนแรก (Deductible) ประมาณ 10,000-20,000 บาท เพื่อให้พ่อแม่พิจารณาก่อนนำเด็กเข้าโรงพยาบาลในกรณีไม่รุนแรง และทำให้เบี้ยประกันถูกลง

ดร.สมโพชน์กล่าวอีกว่า ส่วนแนวโน้มธุรกิจประกันชีวิตปี 2568 ช่วงครึ่งปีแรกมีแรงหนุนจากลูกค้าแห่ทำประกันสุขภาพจากการบังคับใช้ Copayment แต่ครึ่งปีหลังมองว่าตลาดโดยรวมอาจจะ “เผาจริง” โอกาสเติบโตเริ่มยาก คงจะเหนื่อยมากขึ้น เพราะเห็นสัญญาณยอดขายประกันผ่านธนาคารของแบงก์ใหญ่ ๆ ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมาเริ่มติดลบ เพราะด้วยกำลังซื้อที่ลดลงจากผลของภาวะเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของบริษัทโตเกียวมารีนประกันชีวิต คาดว่าจะยังคงทำได้ตามแผนที่วางไว้ คาดการณ์ปีนี้จะมีเบี้ยรับรวม 10,380 ล้านบาท เติบโต 6% เมื่อเทียบจากปี 2567 มาจากเบี้ยรับปีแรก 1,736 ล้านบาท และเบี้ยปีต่ออายุ 8,645 ล้านบาท โดยตั้งเป้ารีครูตตัวแทนใหม่ 2,000 คน เพื่อเป้าหมายตัวแทนทั้งหมดสิ้นปีที่ 8,000 คน

เนื่องจากเรายังคงมีสินค้าเรือธงที่แตกต่างจากตลาด เช่น ยูนิตลิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทเดียวที่ลูกค้าซื้อแล้วไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าในตลาด และสินค้าสะสมทรัพย์ รวมถึงมีแผนออกสินค้า Deductible ช่วงประมาณไตรมาส 3/2568 ด้วย

ทั้งนี้ ยังมีลูกค้าสินทรัพย์สูงที่มีความมั่นใจในบริษัท และมองว่าการซื้อประกันให้ความสบายใจมากกว่าการลงทุนอื่น ๆ ในช่วงเศรษฐกิจผันผวนด้วย โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัทได้รับเบี้ยก้อนใหญ่จากลูกค้ารายหนึ่งมูลค่าถึง 200 ล้านบาท

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คปภ. ถกอุ้มประกันสุขภาพเด็ก ‘โตเกียวมารีน’ คลอดสินค้าร่วมจ่าย Q3

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...