โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“จังหวัดหลังสวน” อดีตหัวเมืองสำคัญ ที่ปัจจุบันกลายเป็นอำเภอ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพประกอบ- ขบวนเสด็จพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จปักษ์ใต้ที่ลำน้ำเสียบยวน จังหวัดชุมพร วันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2452 (จาก : fb สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

อำเภอหลังสวน หนึ่งในพื้นที่ขึ้นตรงต่อจังหวัดชุมพรในปัจจุบัน ครั้งหนึ่งเคยมีความสำคัญมากถึงขั้นมีสถานะเป็น “จังหวัดหลังสวน”

ทุกวันนี้เราอาจคุ้นชินกับประเทศไทยที่มี 77 จังหวัด หรือบางคนอาจบอกว่า 76 หากไม่นับรวมกรุงเทพฯ แต่ในอดีตยังมีอีกหลายพื้นที่ที่เคยมีสถานะเป็นจังหวัด ก่อนจะถูกปรับลดลงเป็นเพียงอำเภอ หนึ่งในนั้นคือ “อำเภอหลังสวน” จังหวัดชุมพร

ชื่อ “หลังสวน” นี้หมายถึงอะไรและมีความหมายอะไรหรือไม่?

ที่มาของชื่อ “หลังสวน” ยังไม่พบหลักฐานว่ามาจากอะไรแน่ แต่เมื่อพิจารณาสภาพพื้นที่ในอดีตก็จะพบว่าเป็นเมืองที่มีผลไม้มาก

กระทรวงคมนาคมจึงสันนิษฐานว่า คำว่า “หลังสวน” อาจเพี้ยนมาจากคำว่า “รังสวน” หรือ “คลังสวน” ซึ่งหมายถึง มีสวนมาก ต่อมาชื่อนี้จึงเพี้ยนไปเป็น “หลังสวน” นั่นเอง

ความเป็นมาของอำเภอหลังสวน

“หลังสวน” เป็นเมืองเก่าในภาคใต้ เริ่มปรากฏชื่อเมืองหลังสวน สมัยรัชกาลที่ 1 ตามจารึกวัดพระเชตุพนที่กล่าวถึงหัวเมืองสำคัญในปักษ์ใต้ตอนบนว่า “ไชยา เมืองประสงค์ เมืองหลังสวน อุทุมพร” (เมืองประสงค์คืออำเภอท่าชนะ อุทุมพรคือชุมพรในปัจจุบัน)

ในช่วงแรก เมืองหลังสวนยังไม่ได้มีบทบาทสำคัญใดเป็นพิเศษนัก แต่ความเปลี่ยนแปลงค่อย ๆ เริ่มขึ้นในช่วงปลายรัชกาลที่ 3 ซึ่งผู้มีบทบาทสำคัญคือ “คอซู้เจียง”

คอซู้เจียงชาวจีนฮกเกี้ยนที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่ปีนัง และเข้ามาค้าขายอยู่ในเมืองตะกั่วป่า จนภายหลังสามารถสะสมทุนและขยับขยายไปอาศัยอยู่ที่เมืองระนอง

เมื่ออยู่ที่เมืองระนอง คอซู้เจียงได้กราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตผูกขาดการค้าดีบุกในพื้นที่เมืองกระบุรีและระนอง และได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ขณะเดียวกันรัชกาลที่ 3 ก็ทรงทราบว่า หลวงจำนงวานิช เจ้าภาษีอากรรายเดิม ติดค้างเงินหลวงหลายงวด พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้คอซู้เจียงขึ้นดำรงตำแหน่งเป็น “หลวงรัตนเศรษฐี”ทำหน้าที่เก็บภาษีแทนตั้งแต่นั้นมา

เมื่อถึงรัชกาลที่ 4 เจ้าเมืองระนองถึงแก่อสัญกรรม ด้วยความสามารถและความน่าเชื่อถือของหลวงรัตนเศรษฐี รัชกาลที่ 4 จึงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็น “พระยารัตนเศรษฐี”ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการเมืองระนองคนใหม่

ด้วยฐานะทางเศรษฐกิจจากการผูกขาดดีบุก และสิทธิการเก็บภาษีแบบเหมาเมืองในระนอง ทำให้พระยารัตนเศรษฐีสั่งสมความมั่งคั่งจนสามารถขยายกิจการเหมืองแร่และการค้าไปยังเมืองหลังสวน เพื่อส่งสินค้าไปขายยังห้างโกหงวนที่ปีนังอีกทอดหนึ่ง

เมื่อถึงรัชกาลที่ 5 เมืองหลังสวนมีความสำคัญมากขึ้น ทั้งทางการค้าและการทำเหมืองแร่ พระองค์ทรงแต่งตั้ง พระยาจรูญโภคากร (คอซิมเต๊ก ณ ระนอง)บุตรของพระยารัตนเศรษฐี เป็นผู้ว่าราชการเมืองคนแรกของหลังสวน จนใน พ.ศ. 2437 ทางราชการก็ได้ยกฐานะเมืองหลังสวนเป็นเมืองจัตวาขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ

ต่อมาเมื่อมีการปฏิรูปการปกครองแผ่นดินในปลายรัชกาลที่ 5 ทางการได้เปลี่ยนให้เมืองหลังสวนไปขึ้นตรงต่อมณฑลชุมพร ซึ่งขณะนั้นเมืองหลังสวน ประกอบไปด้วย 4 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอสวี อำเภอพะโต๊ะ และอำเภอประสงค์

ในรัชกาลที่ 6 พระองค์ทรงปรับปรุงการปกครองส่วนภูมิภาค โดยให้เปลี่ยนคำว่า “เมือง” เป็น “จังหวัด” เมืองหลังสวนจึงเป็น “จังหวัดหลังสวน” อย่างเป็นทางการนับแต่นั้นมา

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้เขตการปกครองของจังหวัดหลังสวนลดลงเหลือ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอสวี และอำเภอพะโต๊ะ เนื่องจากได้โอนอำเภอประสงค์ไปขึ้นต่อเขตอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

แต่ต่อมาจังหวัดหลังสวนก็ลดลงเป็นอำเภอในสมัยรัชกาลที่ 7

เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2475 รัชกาลที่ 7 ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยุบจังหวัดหลังสวนลงเป็น “อำเภอขันเงิน” และให้ขึ้นต่อจังหวัดชุมพร โดยมีพระราชดำรัสว่า

“มณฑลและจังหวัดที่แบ่งเขตต์ไว้แต่เดิมนั้น เวลานี้การคมนาคมสะดวกขึ้นมาก พอที่จะรวมการปกครองบังคับบัญชาได้กว้างขวางยิ่งขึ้นแล้ว เป็นการสมควรที่จะยุบรวมมณฑลและจังหวัด เพื่อประหยัดรายจ่ายเงินแผ่นดินลงได้บ้าง

อย่างไรก็ตาม มีการเปลี่ยนกลับไปใช้ชื่ออำเภอหลังสวนตามพระราชกฤษฎีกาอีกครั้งในวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2481 เนื่องจากประชาชนในพื้นที่คุ้นชินกับชื่อเดิมมากกว่า อีกทั้งยังต้องการรักษาประวัติศาสตร์ที่เคยเป็นเมืองมาแต่โบราณ

แม้หลังสวนจะลดสถานะเป็นอำเภอ แต่ก็ยังคงมีศาลจังหวัดหลังสวนประจำอยู่ที่อำเภอนี้ และมีความสำคัญจนใน พ.ศ. 2492 กระทรวงมหาดไทยได้ยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอชั้นเอกของจังหวัดชุมพร

ปัจจุบัน อำเภอหลังสวนประกอบไปด้วย 11 ตำบล ที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อาหารการกินที่หลากหลาย และบรรยากาศของเมืองผลไม้ที่ยังคงเอกลักษณ์ไว้อย่างชัดเจน เชื่อว่าหากใครมาถึงเมืองแห่งนี้ต้องหลงรักไปตาม ๆ กันอย่างแน่นอน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ. (2542). หนังสือเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อง วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญาจังหวัดชุมพร. กรุงเทพมหานคร: กรมศิลปากร

ประกาศราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 48. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2475. หน้า 474. เรียกใช้เมื่อ 15 พฤษภาคม 2568.

จตุพร คุณเจริญ. หลังสวน. (2567). ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน). เรียกใช้เมื่อ 15 พฤษภาคม 2568. เข้าถึงได้จาก https://wikicommunity.sac.or.th/community/1833

จังหวัดภูเก็ต. มหาอำมาตย์โทพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหศรภักดี. เรียกใช้เมื่อ 15 พฤษภาคม 2568. เข้าถึงได้จาก https://ketwarin05.wordpress.com

จังหวัดชุมพร. อำเภอหลังสวน. เรียกใช้เมื่อ 15 พฤษภาคม 2568. เข้าถึงได้จาก https://www.chumphon.go.th/2013/page/ampher_langsuan

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 20 พฤษภาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “จังหวัดหลังสวน” อดีตหัวเมืองสำคัญ ที่ปัจจุบันกลายเป็นอำเภอ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...