โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 21 ก.ค. 68

AEC10NEWs

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 09.05 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 02.04 น. • AEC10NEWS

1. สรุปสถานการณ์น้ำ และปริมาณฝนสะสม 24 ชม. สูงสุด ได้แก่ ภาคเหนือ : จ.น่าน(200 มม.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จ.นครพนม (67 มม.) ภาคกลาง : จ.ลพบุรี (82 มม.) ภาคตะวันออก : จ.ตราด (47 มม.) ภาคตะวันตก : จ.กาญจนบุรี (42 มม.) ภาคใต้ : จ.ระนอง (131 มม.)

สภาพอากาศวันนี้ : มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยจะมีฝนตกหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดบึงกาฬ นครพนม จันทบุรี ตราด และระนอง

คาดการณ์ : ช่วงวันที่ 20ฃ2 – 24 ก.ค. 68 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากในบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคกลางด้านตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบน ประเทศลาวตอนบน และประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น

พายุโซนร้อนกำลังแรง “วิภา” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือ คาดว่าจะเคลื่อนตัวลงสู่อ่าวตังเกี๋ยและเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 21 - 22 ก.ค. 68

2. คุณภาพน้ำ ณ จุดเฝ้าระวัง แม่น้ำสายหลัก :

น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค

แม่น้ำเจ้าพระยา ณ สถานีสูบน้ำสำแล จ.ปทุมธานี อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

น้ำเพื่อการเกษตร

แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำบางปะกง อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

3. สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวม : ปริมาณน้ำรวม 59% ของความจุเก็บกัก (47,259 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ 40% (23,144 ล้าน ลบ.ม.)

สทนช. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่อาจเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน โดยเน้นการลดความเสี่ยงจากอุทกภัยและเตรียมความพร้อมในทุกภาคส่วน พร้อมทั้งสร้างการรับรู้แก่ประชาชน ประชาสัมพันธ์การแจ้งเตือน และจัดเตรียมมาตรการช่วยเหลือผ่านช่องทางต่าง ๆ อย่างทั่วถึงและทันท่วงที

4. ข่าวประชาสัมพันธ์ : วานนี้ 20 ก.ค. 68 ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการน้ำส่วนหน้า (ชั่วคราว) ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยลุ่มน้ำโขงเหนือ ครั้งที่ 7/2568 โดยที่ประชุมมีมติให้หน่วยงานดำเนินการ ดังนี้

1. ขอให้กรมอุตุนิยมวิทยาดำเนินการปรับการคาดการณ์ปริมาณฝน ในช่วงเดือน ส.ค. - ก.ย.68 เพื่อจะได้ใช้ข้อมูลในช่วงดังกล่าวสำหรับบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากในช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาปริมาณฝนตกต่ำกว่าปริมาณฝนคาดการณ์ และโดยเฉพาะปริมาณฝนตกในเดือน ส.ค. 68 พบว่ามีค่าสูงกว่าค่าปกติมาก

2. ขอให้กรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) วิเคราะห์และให้ข้อมูลสภาพอากาศในระดับพื้นที่เพื่อให้หน่วยงานในพื้นที่สามารถนำข้อมูลไปบริหารจัดการสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม

3. ขอให้กรมชลประทานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พิจารณาวางแผนการบริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงเหนือ รวมถึงลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำน่าน เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนกำลังแรง “วิภา” รวมไปถึงในช่วงที่มีฝนตกชุกอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงฤดูฝนนี้

4. ขอให้กรมชลประทานพิจารณาเร่งพร่องน้ำกว๊านพะเยาให้เป็นไปตามแผนการระบายน้ำ และเพื่อรองรับปริมาณฝนตกหนักในช่วงเดือน ส.ค. – ก.ย. 68

5. ขอให้กรมควบคุมมลพิษพิจารณาการนำเสนอผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำ ตามมาตรฐานน้ำดื่มต่อสุขภาพและความเหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์ทางการเกษตร ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาติ (FAO) เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจต่อคุณภาพน้ำ ที่นำมาใช้อุปโภคบริโภค เพิ่มเติมจากมาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน

ทั้งนี้ สทนช. จะติดตามความก้าวหน้าตามข้อสั่งการอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสรุปรายงานต่อคณะกรรมการระดับนโยบาย และสนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์ให้จังหวัดต่าง ๆ ในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงเหนือสำหรับใช้กำหนดมาตรการเชิงพื้นที่ต่อไป หากมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงหรือปริมาณฝนเพิ่มขึ้นจากพายุโซนร้อนกำลังแรง “ วิภา ” จะมีการแจ้งเตือนและปรับแผนบริหารจัดการน้ำทันทีเพื่อลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 20 ก.ค. 68

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...