โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ใครเป็นบ้าง ‘หูอื้อ’ อาจเป็นสัญญาณอันตรายของโรคบางอย่าง

เดลินิวส์

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 17.46 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 23.30 น. • เดลินิวส์
‘หูอื้อ’ อาจเป็นสัญญาณอันตรายของโรคบางอย่างได้ เปิดเคล็ดลับวิธีรับมือกับอาการ ‘หูอื้อ’ อ่านเลย…

วันนี้“เดลินิวส์” นำบทความจากเพจรามาแชนแนลโดย “อ.พญ.เนาวรัตน์ ตั้งบำรุงธรรม” ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลกล่าวว่าหู” เป็นอวัยวะสำคัญที่ไม่เพียงแค่ช่วยเรื่องการได้ยินเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เรื่องการทรงตัวของร่างกายอีกด้วย หลายคนคงเคยมีอาการหูอื้อกันมาบ้าง หลายครั้งก็หายได้เองโดยไม่ต้องทำอะไรมาก แต่บางครั้ง อาการหูอื้อ อาจเป็นสัญญาณอันตรายของโรคบางอย่างได้

หูอื้อ” คือ การได้ยินเสียงที่ลดน้อยลงจากปกติหรือมีเสียงในหู อาจเกิดได้กับหูชั้นนอก หูชั้นกลาง และหูชั้นใน โดยหูชั้นนอกประกอบด้วยใบหูและรูหู หากมีสิ่งแปลกปลอมอุดตันบริเวณนี้ เช่น มีขี้หูหรือมีน้ำในหูจะทำให้หูอื้อได้ ถัดมาเป็นหูชั้นกลาง ประกอบด้วยแก้วหูและกระดูกเล็ก ๆ 3 ชิ้น หากแก้วหูทะลุ มีการอักเสบหรือมีน้ำขังในหูอาจทำให้หูอื้อได้เช่นกัน และชั้นในสุดคือหูชั้นใน ประกอบด้วยอวัยวะรับฟังเสียงรูปก้นหอยและเส้นประสาทหู หากมีการเสื่อมหรือบาดเจ็บก็เป็นสาเหตุให้เกิดหูอื้อได้

สาเหตุของหูอื้อ มีอาการหูอื้อเกิดได้จากหลายสาเหตุ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือ ส่วนการนำเสียง และส่วนประสาทการรับฟังเสียง

  • หูอื้อจากส่วนนำเสียงบกพร่อง อาจเกิดจากการมีขี้หู น้ำในหู มีสิ่งแปลกปลอมอยู่ข้างใน แล้วเกิดการติดเชื้อในหูชั้นกลาง หรือเกิดแก้วหูทะลุ
  • หูอื้อจากประสาทการรับฟังเสียง สังเกตได้ว่าเมื่ออายุมากขึ้น การได้ยินเสียงมักแย่ลง เพราะประสาทการรับฟังเสียงบกพร่องไปตามวัยนั่นเอง

แก้ อาการหูอื้อ ด้วย 4 วิธีนี้ ได้ผลจริงหรือ

อาการหูอื้อทำให้รู้สึกไม่สบายหู หลายคนอาจเคยแก้อาการหูอื้อด้วยวิธีต่าง ๆ กันมาบ้าง วิธีเหล่านี้ได้ผลแค่ไหน

  • วิธีที่ 1 ใช้ไม้แคะหู
    วิธีนี้ไม่จริง แม้ว่าขี้หูอุดตันอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการหูอื้อ แต่ไม่แนะนำให้ใช้ไม้แคะ เนื่องจากขี้หูอาจถูกดันเข้าไปลึกขึ้น อุดตันมากขึ้น หากไม่ระวังอาจเกิดการบาดเจ็บของหูชั้นนอกหรือเกิดแก้วหูทะลุได้ ทำให้เกิดการติดเชื้อหรือการได้ยินลดลง โดยปกติแล้วขี้หูสามารถออกมาเองได้โดยไม่ต้องแคะ แต่หากมีขี้หูมาก ขี้หูเหนียว จนเกิดการอุดตันภายในรูหูควรมาพบแพทย์เพื่อเอาออกอย่างถูกต้อง
  • วิธีที่ 2 นวดหู
    วิธีนี้ไม่จริง การนวดหูอาจช่วยให้รู้สึกสบายหูด้านนอก แต่ไม่ได้ช่วยแก้อาการหูอื้อ หากเกิดอาการปวดหูแล้วรู้สึกดีขึ้นอาจเป็นเพราะอาการหูอื้อที่เป็นอยู่ใกล้จะหายพอดี
  • วิธีที่ 3 หยอดน้ำใส่หูแล้วเอียงออก
    วิธีนี้ไม่จริง เพราะจะยิ่งทำให้มีน้ำในหูมากขึ้น และอาจเกิดหูอักเสบติดเชื้อได้ ขณะอาบน้ำจึงควรระวังไม่ให้น้ำเข้าหู หากต้องการใช้คอตตอนบัดเช็ดออก ควรเช็ดเฉพาะภายนอกใบหูเท่านั้น
  • วิธีที่ 4 บีบจมูก กลืนน้ำลาย
    วิธีนี้จริงเป็นบางกรณี เพราะหูอื้อเกิดได้จากหลายสาเหตุ หากหูอื้อเพราะความผิดปกติจากการทำงานของท่อปรับความดันในหูชั้นกลาง การใช้มือบีบจมูกแล้วกลืนน้ำลาย หรือบีบจมูกแล้วปิดปากเบ่งลมออกจะช่วยให้อาการหูอื้อดีขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ควรระมัดระวังไม่ทำแรงเกินไป และไม่ควรทำในช่วงที่เป็นหวัดหรือมีการติดเชื้อของทางเดินหายใจ

การรักษา อาการหูอื้อ มีหลายวิธีขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิด อาการหูอื้อ ดังนี้

  • ขี้หูอุดตัน ไม่ควรแคะหู อาจหยอดยาละลายขี้หู หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีอาการปวดหูร่วมด้วย ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด
  • แรงดันอากาศ ใช้การกลืนน้ำลาย เคี้ยวหมากฝรั่ง หรือเอามือบีบจมูกแล้วเบ่งลมออกเบา ๆ
  • โรคหวัด การเป็นหวัดอาจทำให้เกิดจมูกอักเสบเรื้อรัง หรือไซนัสอักเสบได้ จึงควรพบแพทย์เพื่อตรวจดูความผิดปกติของหูชั้นกลางและโพรงจมูก
  • โรคบางชนิด หูอื้ออาจเกิดจากโรคหรือภาวะของโรคบางอย่าง จึงควรรักษาโรคที่เป็นสาเหตุของอาการหูอื้อ
  • ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด คนไข้อาจต้องเปลี่ยนยาเพื่อลดผลข้างเคียงที่ทำให้เกิดหูอื้อ
  • แก้วหูอักเสบหรือฉีกขาด กรณีนี้ใช้การรักษาด้วยการผ่าตัด

อาการหูอื้อ แบบไหนควรรีบพบแพทย์

หากเกิดอาการหูอื้อเฉียบพลัน อยู่ ๆ ก็ไม่ได้ยินเสียง หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น เวียนหัว มีน้ำออกจากหู ควรมาพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุ

หูอื้อกับความเสี่ยงโรคอื่น ๆ เพราะหูอื้อเป็นอาการเบื้องต้นที่บ่งบอกว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นกับช่องหู และอาจเป็นสัญญาณบอกโรคบางอย่างได้ เช่น ช่องหูชั้นนอกตีบแคบ ขี้หูอุดตัน การติดเชื้อในช่องหู แก้วหูทะลุ หูน้ำหนวก โรคของเส้นประสาทรับเสียง โรคของสมอง มีเนื้องอก

วิธีดูแลสุขภาพหู ด้วยวิธีง่าย ๆดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการฟังเสียงดัง การใส่หูฟังนาน ๆ หากต้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีเสียงดังควรใส่อุปกรณ์ป้องกันเสียง
  • หลีกเลี่ยงการแคะหู ระวังไม่ให้น้ำเข้าหู หรือทำกิจกรรมที่ทำให้เกิดการกระแทกที่ศีรษะหรือหู
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาบางชนิดที่อาจเป็นพิษต่อหูชั้นใน
  • หากมีการติดเชื้อที่หูควรรีบรักษา

กิจวัตรประจำวันหลายอย่างอาจทำให้เราเสี่ยงต่อการเกิดหูอื้อได้ง่าย แต่หากลดปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว และรีบพบแพทย์เมื่อมีภาวะผิดปกติจะช่วยให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีก่อนที่จะเกิดอันตรายจนถึงขั้นสูญเสียการได้ยินไปตลอดกาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...