โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์ขึ้นภาษีทองแดง 50% สะเทือนตลาดโลก ดันราคาพุ่ง-หุ้นเหมืองสหรัฐฯ กระฉูด

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 19.16 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 22.50 น.

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศอย่างเป็นทางการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าทองแดงสูงถึงราว 50% ซึ่งนับเป็นมาตรการล่าสุดในการขยายสงครามการค้าออกไปอีก ทันทีหลังแถลงการณ์ ราคาทองแดงในตลาดสหรัฐฯ พุ่งขึ้นกว่า 10% มาอยู่ที่ระดับสูงกว่า 5.50 ดอลลาร์ต่อปอนด์ในการซื้อขายล่วงหน้าบนตลาดโลหะของ CME Group โดยนักวิเคราะห์มองว่ายังมีโอกาสปรับขึ้นต่อเนื่อง

ฮาเวิร์ด ลัทนิค รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมผ่านการให้สัมภาษณ์กับ CNBC ในช่วงบ่ายวันเดียวกันว่า มาตรการดังกล่าวน่าจะมีผลบังคับใช้ภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม หรืออย่างช้าที่ 1 สิงหาคม ซึ่งเร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก

เฮเลน อามอส นักวิเคราะห์สินค้าของ BMO ระบุว่า อัตราภาษีที่ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด ทำให้ราคาทองแดงในสหรัฐฯ มีแนวโน้มซื้อขายสูงกว่าราคาทั่วโลกบนตลาดโลหะลอนดอน (LME) ถึงราว 50% ขณะเดียวกัน หุ้นของบริษัทเหมืองแร่ทองแดงรายใหญ่ของสหรัฐฯ อย่าง Freeport-McMoRan ที่ตั้งอยู่ในแอริโซนา พุ่งขึ้นกว่า 5.6% หลังข่าวประกาศ

ข้อมูลจากสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (US Geological Survey) ระบุว่า ประเทศที่ส่งออกทองแดงสำเร็จรูปมายังสหรัฐฯ มากที่สุดคือ ชิลี ตามมาด้วยแคนาดาและเม็กซิโก ซึ่งอาจได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรการใหม่นี้

มาตรการภาษีทองแดงครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่ทรัมป์ขู่จะเรียกเก็บภาษี “ตอบโต้” สูงกับคู่ค้า 14 ประเทศ รวมถึงญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เริ่มมีผลในวันที่ 1 สิงหาคม นอกจากนี้ เขายังกล่าวในวันอังคารเดียวกันด้วยว่า มีแผนจะเก็บภาษียาในอัตราสูงสุดถึง 200% หลังจากช่วงเปลี่ยนผ่านซึ่งอาจยาวนานถึงหนึ่งปีครึ่ง

การประกาศขึ้นภาษีทองแดงของทรัมป์ไม่เพียงส่งแรงสะเทือนต่อตลาดทองแดงโลก แต่ยังตอกย้ำท่าทีแข็งกร้าวทางการค้าของสหรัฐฯ ที่มีต่อคู่ค้าสำคัญ ๆ อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลว่ามาตรการเหล่านี้อาจสร้างแรงกดดันให้ต้นทุนวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรกล และอุตสาหกรรมก่อสร้างเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในระยะข้างหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...