โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ทรัมป์"ประกาศจ่อขึ้นภาษีนำเข้าเพิ่มอีก ทองแดง +50% ยาและชิป +200%

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 02.56 น.
“ทรัมป์” ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าเพิ่มอีก ทองแดง +50% ยาและชิป + 200%

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศเมื่อว่า สหรัฐฯจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าทองแดงในอัตรา 50% และจะประกาศเก็บภาษีสินค้านำเข้าประเภทเซมิคอนดักเตอร์และยารักษาโรคในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขยายสงครามการค้า ที่ได้สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดโลก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบขาวเขาจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าทองแดงในอัตรา 50% และจะมีแผนเก็บภาษีในอัตราที่สูงมากในกลุ่มอุตสาหกรรมเฉพาะทางอื่น ๆ ตามมาอีกในเร็ว ๆ นี้ แต่อย่างไรก็ดีทรัมป์ยังไม่ได้ระบุชัดเจนว่าภาษีดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เมื่อใด พร้อมกล่าวว่า เขาจะประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้ายาในอัตราที่สูงมาก โดยอาจจะเป็น 200% ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งบริษัทผลิตยาจะมีเวลาหนึ่งปีครึ่งในการเริ่มต้นการผลิตในสหรัฐ ก่อนที่ภาษีนำเข้าดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้

ก่อนหน้านี้เพียงแค่หนึ่งวัน ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ส่งจดหมายแจ้งอัตราภาษีศุลกากรไปยังประเทศคู่ค้า 14 ประเทศ ซึ่งรวมถึงซัพพลายเออร์รายสำคัญของสหรัฐฯ อย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่น นอกจากนี้ผู้นำสหรัฐฯ ยังเปิดเผยว่าจะเก็บภาษี 10% กับสินค้านำเข้าจากบราซิล อินเดีย และประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS อื่น ๆ โดยอ้างว่ามีนโยบายต่อต้านอเมริกา

ประธานาธิบดีทรัมป์ เปิดเผยด้วยว่าการเจรจาการค้ากับสหภาพยุโรป(EU) และจีนเป็นไปด้วยดี และจะส่งจดหมายแจ้งภาษีไปยังสหภาพยุโรปภายในไม่กี่วันข้างหน้านี้

ถ้อยแถลงของทรัมป์ดังกล่าวระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบขาว อาจทำให้เศรษฐกิจโลกมีความไม่มั่นคงมากยิ่งขึ้น จากผลกระทบของภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดผู้บริโภครายใหญ่ที่สุดในโลก

ทั้งนี้รายงานระบุว่า ราคาทองแดงล่วงหน้าของสหรัฐพุ่งขึ้นมากกว่า 10% หลังทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้าทองแดง ซึ่งเป็นโลหะสำคัญต่อยานยนต์ไฟฟ้า อุตสาหกรรมกลาโหม ระบบสายส่งไฟฟ้า และสินค้าอุปโภคบริโภคอีกหลายประเภท ภาษีใหม่นี้จะถูกเพิ่มเข้าไปในกลุ่มที่มีอยู่แล้ว ได้แก่ ภาษีนำเข้าเหล็ก อะลูมิเนียม และรถยนต์ แม้ยังไม่แน่ชัดว่าจะมีผลบังคับใช้เมื่อใด

ขณะที่ราคาหุ้นกลุ่มยาในสหรัฐร่วงลงหลังจากทรัมป์ขู่จะเรียกเก็บภาษีนำเข้ายาในอัตรา 200% โดยเขาระบุว่าอาจเลื่อนการบังคับใช้ออกไปประมาณหนึ่งปี

นอกจากนี้ประเทศคู่ค้าต่าง ๆ ก็เร่งพยายามหาวิธีลดผลกระทบจากการเก็บภาษีของสหรัฐฯ หลังจากที่รัฐบาลทรัมป์ขยายเส้นตายจากวันพุธออกไปเป็นวันที่ 1 สิงหาคม 2568

จนถึงปัจจุบันนี้รัฐบาลทรัมป์มีการประกาศเรื่องการบรรลุข้อตกลงทางการค้าและภาษีสำเร็จเพียงแค่ไม่กี่ชาติเท่านั้นหลังจากเลื่อนเวลาบังคับใช้ภาษีไป 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ประกาศเก็บภาษีตอบโต้ครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2568 หากไม่นับจีน ก็มีเพียงแค่สหราชอาณาจักรและเวียดนาม ที่ประกาศสัดส่วนภาษีชัดเจน ขณะที่ประเทศอินเดีย ทรัมป์กล่าวว่าใกล้บรรลุข้อตกลงแล้ว นอกจากนี้คาดว่าจะมีอีก 7 ประเทศที่จะได้รับคำตอบเรื่องภาษีเพิ่มเติม

ทรัมป์กล่าวว่า “ถึงเวลาแล้วที่สหรัฐฯ ควรเริ่มเก็บเงินจากประเทศที่เอาเปรียบเราและหัวเราะเยาะความโง่ของเรา พรุ่งนี้เช้าจะมีหนังสือแจ้งเก็บภาษีอย่างน้อย 7 ฉบับ และอีกหลายฉบับในช่วงบ่าย” โดยไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

แหล่งข่าวจากอียูระบุว่า อียูซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ กำลังเร่งบรรลุข้อตกลงภายในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 โดยอาจเสนอสัมปทานให้กับอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น อากาศยาน อุปกรณ์การแพทย์ และสุรา ขณะเดียวกัน ก็กำลังพิจารณาแนวทางเพื่อคุ้มครองผู้ผลิตรถยนต์ยุโรปที่มีฐานการผลิตในสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีการคลังเยอรมนี ลาร์ส คลิงไบล์ เตือนว่าอียูพร้อมตอบโต้หากจำเป็น โดยระบุว่า ถ้าเราไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าที่เป็นธรรมกับสหรัฐฯ ได้ อียูก็พร้อมใช้มาตรการตอบโต้

ขณะที่ประเทศคู่ค้าสำคัญในเอเชีย อย่างประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ยังคงเดินหน้าเจรจาภาษีต่อ หลังจากได้รับจดหมายระบุว่าถูกเรียกอัตราภาษี 25% ทั้งนี้หลังจากที่ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้ากับ 14 ประเทศ กลุ่มวิจัย Yale Budget Lab ของสหรัฐฯ ประเมินว่า อัตราภาษีเฉลี่ยที่ผู้บริโภคสหรัฐฯ ต้องแบกรับเพิ่มขึ้นเป็น 17.6% จากเดิม 15.8% ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบ 90 ปี

ด้านรัฐมนตรีคลัง สก็อตต์ เบสเซนต์ ระบุว่าสหรัฐฯ ได้รับรายได้จากภาษีแล้วประมาณ 100,000 ล้านดอลลาร์ และอาจเก็บได้ถึง 300,000 ล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปี ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ เก็บรายได้จากภาษีนำเข้าได้ปีละประมาณ 80,000 ล้านดอลลาร์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...