โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผู้นำบราซิลลั่นตอบโต้ หลังโดนสหรัฐขึ้นภาษีเป็น 50%

เดลินิวส์

อัพเดต 10 ก.ค. 2568 เวลา 10.57 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 00.59 น. • เดลินิวส์
ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับบราซิล ทวีความรุนแรง เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อ้างเหตุผลทางการเมือง ในการขึ้นภาษีประเทศทรงอิทธิพลที่สุดในอเมริกาใต้เป็น 50%

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบราซิเลีย ประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ว่า ประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ผู้นำบราซิล กล่าวหลังการได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แจ้งการปรับขึ้นภาษีจาก 10% สู่ระดับ 50% ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. นี้ หากทั้งสองประเทศไม่สามารถเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกันได้ ว่า มาตรการขึ้นภาษีฝ่ายเดียวโดยประเทศใดก็ตาม จะได้รับการตอบสนองตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องของบราซิล

สำหรับเนื้อหาในจดหมายที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ส่งถึงบราซิลนั้น มีเนื้อหาแตกต่างจากประเทศอื่นพอสมควร โดยแสดงความไม่พอใจต่อการที่ "รัฐบาลบราซิลชุดปัจจุบันโจมตีกลไกการเลือกตั้งเสรี" โดยเฉพาะการไต่สวนอดีตประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนารู ซึ่งเป็นพันธมิตรทางการเมืองของทรัมป์ ที่ผู้นำสหรัฐมองว่า "เป็นความอับอายขายหน้าของบราซิลบนเวทีโลก" และ "ไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก"

ขณะเดียวกัน ทรัมป์ประกาศว่า สหรัฐจะตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อตรวจสอบนโยบายการค้าทั้งหมดของบราซิลด้วย

ทั้งนี้ ผู้นำบราซิลในฐานะประธานกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ “บริกส์” ประจำปีนี้ กล่าวถึงการที่ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีบริกส์และพันธมิตรอีก 10% ด้วยเหตุผลว่า “เป็นกลุ่มต่อต้านอเมริกา” ว่าบริกส์เป็นกลุ่มประเทศที่ต้องการหาหนทางใหม่ในการจัดระเบียบโลกจากมุมมองทางเศรษฐกิจ และนี่คือเหตุผลที่ทำให้บริกส์ “กลายเป็นความไม่สบายใจสำหรับบางฝ่าย”

แม้ลูลากล่าวว่า การประชุมบริกส์ครั้งนี้ มีการชะลอแผนการใช้สกุลเงินร่วม แต่ผู้นำบราซิลยืนยันว่า “โลกต้องมีทางเลือกอื่นนอกเหนือจากเงินดอลลาร์สหรัฐ” และนานาชาติจำเป็นต้องหาวิธีอื่น “เพื่อไม่ให้เส้นทางการค้าต้องผ่านเงินดอลลาร์สหรัฐ” อย่างไรก็ตาม ลูลาเน้นย้ำว่า ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันเป็นหนึ่งเดียว และทิ้งท้ายว่า “โลกเปลี่ยนไปแล้ว และเราไม่ต้องการอยู่ภายใต้จักรพรรดิ”.

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...