โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมอิสราเอลต้องโจมตีอิหร่านตอนนี้?

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 13 มิ.ย. 2568 เวลา 14.24 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 07.24 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 13 มิ.ย. – นายสุวัฒน์ สินสาฎก กรรมการผู้จัดการ บริษัท หลักทรัพย์โกลเบล็ก จำกัด ตั้งหัวข้อวิเคราะห์สงครามอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ระบุ สหรัฐได้ประโยชน์ คาดราคาน้ำมันจะยืนเหนือ 75-80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในปีนี้และยืนระดับสูงกว่า 80 ดอลลาร์/บาร์เรล ในปีหน้า เพราะสงครามอิสราเอล-อิหร่าน ดูท่าทางจะยืดเยื้อเป็นปี

นายสุวัฒน์ ตั้งคำถามว่าทำไมอิสราเอลต้องโจมตีอิหร่าน? และส่งผลให้ราคาน้ำมันน่าจะยืนเหนือ 75-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และส่งผลหุ้นน้ำมันกำลังจะมา การอ้างว่าโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน (ที่มีมานานแลัว) เป็นภัยคุกคามต่ออิสราเอล ถึงขั้นที่อิสราเอลหาญกล้าโจมตีอิหร่าน โดยสหรัฐอ้างว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องและให้ความช่วยเหลือใด ๆ คิดว่าเป็นเพราะอะไร? เป็นเรื่องที่ต้องวิเคราะห์
1.สงครามเพื่อก่อความไม่สงบในตะวันออกกลาง มีความจำเป็นต้องดำเนินต่อไป เพื่อให้สหรัฐสามารถขายอาวุธให้กับชาติอาหรับที่ร่ำรวย แต่ไม่ได้มีกองกำลังทหารที่แข็งแกร่งอย่างซาอุดีอาระเบียน, UAE, กาตาร์ จำเป็นต้องซื้ออาวุธมากมายเพื่อป้องกันตนเอง
2.ความไม่สงบในตะวันออกกลางต่อจากนี้ไป คู่ชกจะเปลี่ยนจากอิสราเอล-ฮามาส ที่สู้กันมาปีกว่า จนกระทั่งฮามาสอ่อนเปลี้ยและสังคมโลกไม่ให้ความสำคัญ (ความกลัว) ต่อสงครามคู่นี้อีกแล้ว
…แล้วทำไมต้องเป็นกับอิหร่าน..????

โดยปัจจุบัน ชาติอาหรับ 4 เกลอหัวแข็งที่มีกองกำลังพอจะสู้กับอิสราเอลได้ในอดีต คือ อียิปต์ จอร์แดน อิรัก ซีเรีย ล้วนอ่อนแอ จึงไม่สามารถจะเป็นคู่ชกกับอิสราเอลเพื่อสร้างความวุ่นวายในตะวันออกกลางได้อีก ดังนั้น จึงเหลือเพียงอิหร่านที่จะเป็นคู่ชกที่เหมาะสมไดั เพราะอิหร่านเป็นชาติเปอร์เซียที่ไม่ใช่อาหรับ และมีความสามารถต่อกรกับอิสราเอลได้ น่าสังเกตว่า..
1) ทำไมอิสราเอลต้องมากลัวอิหร่านตอนนี้ เรื่องอาวุธนิวเคลียร์ ที่แม้แต่วันนี้ ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ชัดเจนว่า อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์จริงๆ
2) ทำไมอิสราเอล กล้าที่จะลงมือโจมตีอิหร่านก่อน ทั้งที่สูญเสียเงิน อาวุธ กำลังพลไปจากการต่อสู้กับฮามาส ถ้าไม่มีสหรัฐหนุนหลัง อิสราเอลจะกล้าทำขนาดนี้หรือไม่
3) สหรัฐได้กำไรมากมาย ในฐานะที่เป็นผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซฯ มากที่สุดในโลก และส่งออกมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการกดราคาน้ำมันให้ต่ำในเดือนเมษายนและพฤษภาคม เพื่อทำให้เงินเฟ้อออกมาต่ำ โดยได้รับความร่วมมือจากซาอุฯ UAE ที่ประกาศเพิ่มการผลิต หลังจากคงการลดกำลังการผลิตตามโควต้า 2.2 ล้านบาร์เรล/วัน ของกลุ่ม Opec+ มานานกว่า 2 ปี นั่นทำให้ราคาน้ำมัน Brent ลดลง แตะ 60 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำสุดในรอบ 4-5 ปี โดยระดับราคานี้ เป็นระดับที่ผู้ผลิต shale oil ของสหรัฐบางส่วนที่มีต้นทุนสูง จะเริ่มไม่ทำกำไร และอาจขาดทุนหากราคาลดลงอีก
4)กดดันจีนที่เป็นผู้นำเข้าน้ำมันมากที่สุดในโลก เช่นเดียวกับที่สหรัฐเคยครองตำแหน่งนี้มาอย่างยาวนาน แล้วมาถูกเปิดจุดอ่อนด้านพลังงานในช่วงปี 1970-1985 (พ.ศ.25.13-2528) ที่สหรัฐถูกผู้ผลิตน้ำมันตะวันออกกลาง ประท้วงไม่ขายน้ำมันให้ ทำให้เงินเฟ้อสหรัฐพุ่งพรวดเกิน 16% และทำให้เศรษฐกิจสหรัฐถดถอย กว่าจะกลับมาได้ ต้องรอให้ Fed (ธนาคารกลางสหรัฐ )ขึ้นดอกเบี้ยไปเกิน 16% เพื่อปราบเงินเฟ้อ

หลังจากนั้น สหรัฐก็เริ่มพัฒนาอุตสาหกรรมน้ำมัน จากการใช้เทคโนโลนียี fracking ที่ทำให้การผลิต shale oil/gas เพิ่มขึ้นจากปี 2000 (พ.ศ.2543) ที่มีเพียง 1 ล้านบาร์เรล/วัน เป็นปัจจุบัน สูงกว่า 12 ล้านบาร์เรล/วัน ทำให้สหรัฐนอกจากไม่ต้องกังวลว่า กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลาง จะมาดัดหลังสหรัฐด้านพลังงานได้อีก นั่นจึงทำให้ความไม่สงบในตะวันออกกลางจากสงครามอิมราเอล-ฮามาส แทบไม่มีผลต่อราคาน้ำมันในข่วงที่ผ่านมา
เพราะแท้จริงแล้ว สหรัฐคือ จ้าวแห่งพลังงานโลกในปัจจุบัน ที่กุมอำนาจในการกำหนดราคาน้ำมันและก๊าซไว้ในมือ

มาวันนี้ สหรัฐหันมาใช้พลังงานเป็นอาวุธ โดยการสร้างความวุ่นวาย โดยใช้อิสราเอลเป็นตัวแทน จากสงครามกับฮามาส มาสู่สงครามกับอิหร่าน โดยที่สหรัฐใช้เรื่องการเจรจานิวเคลียร์กับอิหร่าน การถอนคนจากพื้นที่ “เสี่ยง” จากอิรัก และการแซงก์ชั่นน้ำมันอิหร่านเป็นเชื้อไฟ ที่ใส่เพิ่มลงไปในกองไฟอิสราเอล “คาดว่าราคาน้ำมันจะยืนเหนือ 75-80 ดอลลาร์/บาร์เรล ได้ใน 6 เดือนที่เหลือปีนี้ และน่าจะยืนสูงกว่า 80 ดอลลาร์/บาร์เรล ในปีหน้า เพราะสงครามอิสราเอล-อิหร่าน ดูท่าจะยืดเยื้อเป็นปี”.-511-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...